บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ลาลีกา ศึกเดือดถิ่นเมสตาย่า เอ็มบัปเป้ปิดกล่อง พาเรอัลมาดริดบุกอัดบาเลนเซีย 2-0 ไล่จี้บาร์ซ่าหายใจรดต้นคอ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ลาลีกา สเปน ระหว่าง บาเลนเซีย 0-2 เรอัล มาดริด วันนี้ 9/2/69 – บ้านกีฬา

สนามเมสตาย่ากลายเป็นเวทีสำคัญของการลุ้นแชมป์ ลาลีกา เมื่อ เรอัล มาดริด บุกมาเช็กสกอร์แบบ ผลบอลสด พร้อมเก็บสามแต้มเต็มจากชัยชนะเหนือ บาเลนเซีย 2-0 จากประตูของ อัลบาโร การ์เรราส แบ็กซ้ายดาวรุ่ง และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของทีม ชัยชนะเกมนี้ทำให้ราชันชุดขาวยังคงกดดันบาร์เซโลน่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าถิ่นยังจมโซนล่างของตารางต่อไป

⏱ ครึ่งแรก – ค้างคาวรับแน่น ราชันคมไม่พอ

บ้านกีฬา เห็นตั้งแต่เขี่ยบอลว่า บาเลนเซียมาในมาดระมัดระวัง เกมเริ่มได้ไม่กี่นาที เจ้าถิ่นได้ลองเล่นบอลยาวบุกใส่จากลูกตั้งเตะหวังเซอร์ไพรส์ แต่แนวรับมาดริดยังไม่หลุด

นาที 8 เรอัล มาดริดเริ่มยึดจังหวะเกมไว้ในมือ เอ็มบัปเป้ ได้ลองยิงครั้งแรกแต่ยังติดเซฟของ สโตเล ดิมิทรีเยฟสกี นายด่านเจ้าบ้าน จากนั้นนาที 18 ทีมเยือนเดินเครื่องบุกต่อเนื่องได้เตะมุมหลายครั้ง ทั้ง อาร์ดา กือแลร์ และ เอ็มบัปเป้ มีโอกาสสับไกแต่แนวรับค้างคาวยังช่วยกันบล็อกเอาไว้ได้

รูปเกมช่วงกลางครึ่งแรก มาดริดคุมบอลบุกใส่ แต่บาเลนเซียพยายามตอบโต้ด้วยการวางบอลให้ ฮูโก ดูโร่ ไล่กดดันแนวรับทีมเยือน นาที 24 เอ็มบัปเป้ ได้ลองส่องไกลด้วยขวา บอลกำลังจะมุดเสาแต่ดิมิทรีเยฟสกีพุ่งปัดได้อีกครั้ง นาที 28 ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสหลุดไปยิงมุมแคบ ทว่ามือกาวมาซิโดเนียยังยืนปิดเสาแรกได้ดี

ท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นมีจังหวะลุ้นจากลูกโหม่งของ เปเปลู นาที 35 บอลข้ามคานไปแบบได้เสียว ขณะที่มาดริดตอบโต้ด้วยการยิงไกลของ เอดูอาร์โด คามาวิงกา นาที 38 แต่บอลหลุดกรอบออกไป จบ 45 นาทีแรกที่เมสตาย่า สกอร์ยังเสมอ 0-0 แต่ภาพรวมเกมชี้ชัดว่าราชันชุดขาวเป็นฝ่ายกดดันมากกว่า

🚀 ครึ่งหลัง – การ์เรราสเปิดซิง เอ็มบัปเป้ยิงตอกฝาโลง

เริ่มครึ่งหลัง เรอัล มาดริดไม่ถอยหลัง บ้านกีฬา เห็นชัดว่า อัลบาโร การ์เรราส ขยับขึ้นสูงยืนแทบจะเป็นปีกซ้ายเต็มตัว ส่วน ฟเดริโก บัลเบร์เด กับ โอเรลียง ชูอาเมนี คุมจังหวะกลางสนามให้ทีมเยือนบุกเป็นระลอก

อย่างไรก็ตามนาที 48 บาเลนเซียเกือบเฮก่อน ลูคัส เบลตราน ได้ยิงจ่อ ๆ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาแบบน่าเสียดายสุด ๆ จังหวะนี้ถ้าค้างคาวนำก่อน เกมอาจเปลี่ยนหน้าไปอีกแบบ

นาที 58 เกมต้องหยุดชั่วคราวจากอาการบาดเจ็บของ คามาวิงกา ก่อนจะกลับมาลุยต่อได้ จากนั้นนาที 62 บัลเบร์เด ลองส่องไกลนอกกรอบแต่ดิมิทรีเยฟสกียังเหนียวเซฟเอาไว้

แล้วในที่สุดความกดดันก็แตกออกนาที 65 ดีน ฮุยเซน เปิดบอลทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ การ์เรราส สอดเข้าไปยิงด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมล่าง ราชันชุดขาวขึ้นนำ 1-0 แบบเฉียบคม

หลังเสียประตู บาเลนเซียพยายามเร่งเกม นาที 71 เบลตรานได้โอกาสยิงอีกครั้ง คราวนี้บอลพุ่งไปชนเสาซ้ายกระดอนออกอย่างน่าเจ็บใจ แฟนค้างคาวทั้งสนามถึงกับกุมหัว

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมเริ่มเปลี่ยนตัวถี่ อัลบาโร อาร์เบลัว ส่งทั้ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, บราฮิม ดิอาซ และ ฟรังโก มาสตันตูโอโน ลงมาเติมความสด ขณะที่คอร์เบรานก็แก้เกมด้วยการส่ง ฆาเบียร์ เกร์ราร์, ลาร์กี รามาซานี และ อูมาร์ ซาดิก ลงมาไล่ตีเสมอ

เกมเหมือนจะจบที่ 1-0 แต่ช่วงทดเจ็บนาที 90+1 บราฮิม ดิอาซ หลุดมาทางขวาก่อนเปิดตัดเข้ากลางให้ เอ็มบัปเป้ จับหนึ่งจังหวะแล้วตะบันด้วยขวาเสียบมุมล่างอย่างเด็ดขาด ปิดกล่องให้เรอัล มาดริด บุกชนะบาเลนเซีย 2-0 อย่างสมบูรณ์แบบ

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว

🦇 บาเลนเซีย (4-4-2)

ผู้รักษาประตู

  • สโตเล ดิมิทรีเยฟสกี (6.8)

กองหลัง

  • โฆเซ่ หลุยส์ กาย่า กัปตันทีม แบ็กซ้าย (6.5)
  • ฆวน โคเปเต เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย (6.3)
  • เอราย โคเมิร์ต เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวา (6.6)
  • อูไน นูนเญซ แบ็กขวา (7.0) – เด่นสุดในแนวรับ ก่อนถูกถอดออกช่วงท้าย

กองกลาง

  • อาร์เนาต์ ดานจูมา ปีกซ้าย (6.4)
  • ฟิลิป อูกรินิช มิดฟิลด์ตัวครองบอล (6.7)
  • เปเปลู ห้องเครื่องตัวคุมจังหวะ (6.9)
  • หลุยส์ ริโอยา ปีกขวา (6.5)

กองหน้า

  • ฮูโก ดูโร่ (6.4)
  • ลูคัส เบลตราน (6.7) – มีจังหวะยิงจ่อ ๆ และชนเสา น่าเสียดายที่สุดของเจ้าถิ่น

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • ติแอร์รี กอร์เรอา (6.5) แทน อูไน นูนเญซ นาที 72
  • กีโด โรดริเกซ (6.7) แทน เปเปลู นาที 72
  • ฆาเบียร์ เกร์ราร์ (6.9) แทน อูกรินิช นาที 81
  • ลาร์กี รามาซานี (6.4) แทน ริโอยา นาที 81
  • อูมาร์ ซาดิก (6.4) แทน เบลตราน นาที 82

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: คริสเตียน ริเบโร, เซซาร์ ตาร์เรกา, เฆซุส บาซเกซ, อันเดร อัลเมดา, บัปติสต์ ซองตามาเรีย, ดีเอโก โลเปซ, ดานี ราบา

นักเตะโดดเด่นฝั่งบาเลนเซีย
บ้านกีฬา ให้เครดิตสูงกับ เปเปลู และ อูไน นูนเญซ ที่ยืนได้แข็งแกร่ง ทั้งสองคนคือจุดเกาะบอลและตัวเคลียร์บอลสำคัญ ทำให้ทีมอยู่ในเกมได้ยาวถึงช่วงท้าย

👑 เรอัล มาดริด (4-4-2)

ผู้รักษาประตู

  • ติโบต์ กูร์กตัวส์ (6.5) – แม้ไม่โดนยิงตรงกรอบมาก แต่คุมพื้นที่หน้าปากประตูดีเยี่ยม

กองหลัง

  • อัลบาโร การ์เรราส แบ็กซ้าย (7.9) – ยิงเปิดหัวให้ทีมและเติมเกมบุกดุดัน
  • ดีน ฮุยเซน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย (7.9) – แอสซิสต์ลูก 1-0
  • โอเรลียง ชูอาเมนี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวา (7.9) – อ่านเกมดี ดักบอลได้ตลอด
  • เอดูอาร์โด คามาวิงกา แบ็กขวา (7.2) – เติมเกมสูง กดดันฝั่งซ้ายของเจ้าถิ่นตลอด

กองกลาง

  • อาร์ดา กือแลร์ (6.8) – ขยับหาพื้นที่ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบ
  • เฟเดริโก บัลเบร์เด กัปตันทีม (7.4) – คุมจังหวะเกม รับ-รุก ไหลลื่น
  • โรดรีโก อาเซนซิโอ (7.2) – ทำงานหนักฝั่งขวา ทั้งเกมรุกและช่วยเกมรับ
  • ดาเนียล ฆิเมเนซ (6.7) – เติมเกมริมเส้นซ้าย ก่อนโดนเปลี่ยนออก

กองหน้า

  • คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (6.9) – ยิงปิดกล่อง 2-0 และปั่นป่วนแนวรับค้างคาวทั้งเกม
  • เกร์มัน การ์เซีย (6.1) – ขยับดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้เอ็มบัปเป้

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (6.8) แทน ดาเนียล ฆิเมเนซ นาที 76
  • บราฮิม ดิอาซ (6.7) แทน เกร์มัน การ์เซีย นาที 76 – จ่ายให้เอ็มบัปเป้ยิงประตู 2-0
  • ฟรังโก มาสตันตูโอโน (6.4) แทน อาร์ดา กือแลร์ นาที 82
  • ฮอร์เก เซสเตโร (6.4) แทน บัลเบร์เด นาที 90+2

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: อันดรีย์ ลูนิน, เซร์คิโอ เมสเตร, ดานี การ์บาฆาล, ฟราน การ์เซีย, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาบิด อลาบา, ดานี เซบายอส

นักเตะโดดเด่นฝั่งเรอัล มาดริด
สามกำแพงเหล็กอย่าง ชูอาเมนี, ฮุยเซน และ การ์เรราส ต่างได้คะแนนสูงสุด 7.9 ทั้งสามคนช่วยให้แนวรับราชันแน่นเปรี๊ยะ แทบไม่เปิดโอกาสให้บาเลนเซียได้ยิงตรงกรอบเลยตลอด 90 นาที

🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ในเชิงแท็กติก บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้เป็นการดวล วิเคราะห์บอล แผน 4-4-2 ของทั้งสองทีมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ฝั่งบาเลนเซียเน้นบล็อกต่ำ (low block) ตั้งแนวรับลึกหน้ากรอบเขตโทษ ใช้คู่เซ็นเตอร์อย่าง โคเปเต กับ โคเมิร์ต ยืนแน่นตรงกลาง ขณะที่ เปเปลู ยืนต่ำช่วยซ้อนเป็นตัวตัดเกม ทำให้พื้นที่ระหว่างไลน์แน่นมาก เป้าหมายคือบีบให้มาดริดต้องยิงไกลแทนการเจาะเข้าในกรอบ ซึ่งก็ทำได้ดีในครึ่งแรก เมื่อราชันหาช่องจบคม ๆ ไม่ได้

แต่จุดอ่อนของค้างคาวคือเมื่อเสียบอลแล้วขึ้นเกมไม่เร็วพอ ตัวริมเส้นอย่าง ดานจูมา กับ ริโอยา ไม่ค่อยได้หลุดขึ้นไปดวลตัวต่อตัว แถมคู่หน้า ดูโร่-เบลตราน ต้องลงมาล้วงบอลลึก ทำให้การโต้กลับขาดความคม แม้จะมีจังหวะยิงจ่อของเบลตรานและลูกยิงชนเสา แต่ภาพรวมยังคงพึ่งจังหวะฟลุ๊คมากกว่าการเซ็ตเกมที่เป็นระบบ

ด้านเรอัล มาดริด วางหมากให้ ชูอาเมนี กับ ฮุยเซน เริ่มต้นเกมที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟแต่มีหน้าที่ดันสูงขึ้นมาเล่นบอลกับกลางสนามตลอด เวลาเสียบอลทีมจะเพรสซิ่งทันที ทำให้บาเลนเซียแทบต่อเกมไม่ออก แบ็กทั้งสองฝั่งโดยเฉพาะ การ์เรราส ขึ้นสูงจนยืนซ้อนกือแลร์ เป็น 2 ต่อ 1 เล่นงานริมเส้นขวาของเจ้าถิ่นบ่อยครั้ง

เกมรุกของราชันชัดเจนว่าให้ เอ็มบัปเป้ วิ่งเล่นระหว่างเซ็นเตอร์และแบ็กซ้ายเจ้าถิ่น คอยดึงแนวรับให้หลุดตำแหน่ง แล้วให้มิดฟิลด์อย่าง บัลเบร์เด หรือ กือแลร์ เติมเข้าเขตโทษ จังหวะประตูแรกก็มาจากการที่ฮุยเซนกล้าจ่ายทะลุช่องให้การ์เรราสสอดเข้าไปยิง ส่วนประตูที่สองคือภาพชัดของทีมที่ยืนสูงรอโต้กลับ บราฮิมหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนหักให้เอ็มบัปเป้ปิดบัญชี

ฝั่งรับ มาดริดทำได้เกือบเพอร์เฟ็กต์ การยืนไลน์กองหลังสูงแต่ไม่ล้ำหน้าตัวเอง ทำให้บาเลนเซียถูกจับล้ำหน้าหลายครั้ง ขณะที่แดนกลางช่วยกระจายฟาวล์ไม่ให้คู่แข่งได้เล่นฟรีคิกอันตรายหน้ากรอบ นี่คือเกมที่สมดุลทั้งรุกและรับของราชันชุดขาวอย่างแท้จริง

📊 สถิติการแข่งขัน

เมื่อดูสถิติแล้วทุกอย่างสะท้อนภาพในสนามอย่างชัดเจน บาเลนเซียมีโอกาสยิงทั้งหมด 9 ครั้ง แต่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่เรอัล มาดริดมีโอกาส 11 ครั้ง เข้ากรอบถึง 7 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 2 ประตู ทีมเยือนครองบอล 61% ต่อ 39% ส่งบอลสำเร็จกว่า 530 ครั้ง ด้วยความแม่นยำถึง 91% ส่วนเจ้าบ้านส่งบอลสำเร็จ 344 ครั้ง ความแม่นยำ 81%

เกมนี้ยังเต็มไปด้วยการปะทะ เรอัล มาดริดทำฟาวล์ 13 ครั้ง บาเลนเซีย 10 ครั้ง ใบเหลืองทีมละ 1 ใบ แม้จะไม่มีใบแดง แต่จังหวะปะทะหนัก ๆ เกิดขึ้นตลอด ทั้งสองทีมล้ำหน้า 1 ต่อ 3 ครั้ง และลูกเตะมุมเป็นของเจ้าถิ่น 5 ครั้ง ทีมเยือน 8 ครั้ง บ่งบอกชัดว่ามาดริดบุกกดดันอยู่ตลอดจนได้เตะมุมมากกว่าอย่างชัดเจน

📌 เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • ⚽ นาทีที่ 8 เอ็มบัปเป้ ได้ยิงครั้งแรกในเขตโทษ แต่ติดเซฟดิมิทรีเยฟสกี
  • ⚽ นาทีที่ 18 มาดริดบุกกดดันได้เตะมุมต่อเนื่อง กือแลร์และเอ็มบัปเป้มีโอกาสสับไกแต่แนวรับบาเลนเซียช่วยกันบล็อกได้
  • ⚽ นาทีที่ 24 เอ็มบัปเป้ ซัดไกลเต็มข้อ ดิมิทรีเยฟสกีพุ่งปัดออกหลัง
  • ⚽ นาทีที่ 28 เอ็มบัปเป้ หลุดไปยิงมุมแคบ ยังไม่ผ่านนายทวารเจ้าบ้าน
  • ⚽ นาทีที่ 35 เปเปลู โหม่งลุ้นประตูให้บาเลนเซีย แต่บอลข้ามคาน
  • ⚽ นาทีที่ 38 คามาวิงกา ลองยิงไกลให้มาดริด บอลหลุดกรอบ
  • ⚽ นาทีที่ 48 ลูคัส เบลตราน ได้ยิงจ่อ ๆ ให้ค้างคาว แต่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว
  • 🚑 นาทีที่ 58 เกมหยุดชั่วคราวจากอาการบาดเจ็บของคามาวิงกา ก่อนหวนกลับมาเล่นต่อ
  • ⚽ นาทีที่ 62 บัลเบร์เด ยิงไกลเต็มแรง แต่ดิมิทรีเยฟสกียังเซฟไว้ได้
  • ⚽ นาทีที่ 65 ประตู 0-1 ดีน ฮุยเซน จ่ายทะลุช่องให้ อัลบาโร การ์เรราส หลุดเข้าไปยิงเสียบเสาไกลให้เรอัล มาดริดขึ้นนำ
  • 🟨 นาทีที่ 69 ใบเหลืองแรกของเกม อัลบาโร การ์เรราส ทำฟาวล์หนักโดนคาดโทษ
  • ⚽ นาทีที่ 71 ลูคัส เบลตราน ได้ยิงในเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาซ้ายอย่างน่าเสียดายที่สุดของบาเลนเซีย
  • 🔁 นาทีที่ 72 บาเลนเซียเปลี่ยนสองคนรวด ส่ง ติแอร์รี กอร์เรอา แทน นูนเญซ และ กีโด โรดริเกซ แทน เปเปลู
  • 🔁 นาทีที่ 76 เรอัล มาดริดเปลี่ยนเกมริมเส้น ส่ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แทน ฆิเมเนซ และ บราฮิม ดิอาซ แทน การ์เซีย
  • 🔁 นาทีที่ 81 บาเลนเซียเปลี่ยนเพิ่ม ส่ง ฆาเบียร์ เกร์ราร์ แทน อูกรินิช และ ลาร์กี รามาซานี แทน ริโอยา
  • 🔁 นาทีที่ 82 ค้างคาวส่ง อูมาร์ ซาดิก แทน เบลตราน ขณะที่มาดริดส่ง ฟรังโก มาสตันตูโอโน ลงแทน กือแลร์
  • 🟨 นาทีที่ 88 โคเปเต ทำฟาวล์โดนใบเหลืองเพิ่มอีกหนึ่งใบของเกม
  • ⏱ นาทีที่ 90 ผู้ตัดสินทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที
  • ⚽ นาทีที่ 90+1 ประตู 0-2 บราฮิม ดิอาซ หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยิงเสียบมุมล่างปิดกล่อง
  • 🔁 นาทีที่ 90+2 เรอัล มาดริดส่ง ฮอร์เก เซสเตโร ลงรับบทปิดเกมแทน บัลเบร์เด
  • ⚽ นาทีที่ 95 มาสตันตูโอโน ได้ยิงไกลนอกกรอบแต่บอลหลุดออกไป ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขัน

🏅 Player of the Match – อัลบาโร การ์เรราส

เกมนี้คะแนนสูงสุดตกเป็นของ อัลบาโร การ์เรราส แบ็กซ้ายดาวรุ่งของเรอัล มาดริด เจ้าของสกอร์เบิกร่อง 1-0 และเป็นคนที่วิ่งขึ้นลงริมเส้นไม่มีหมด ตลอดทั้งเกมเขาเติมเกมรุกดุดัน เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเล่นงานแนวรับบาเลนเซียได้อย่างต่อเนื่อง

บ้านกีฬา เห็นชัดว่า การ์เรราสไม่ใช่แค่ฟูลแบ็กธรรมดา เขากล้าลงไปช่วยเซ็ตบอลต่ำริมเส้น ดึงตัวประกบออกจากตำแหน่ง ก่อนสอดเข้าพื้นที่ว่างด้านในหลายครั้ง ลูกยิงประตูคือผลลัพธ์ของการอ่านเกมและจังหวะวิ่งที่เฉียบขาด แม้จะมีใบเหลืองติดตัวจากการเข้าปะทะ แต่โดยรวมถือว่าคุมสติได้ดี และเป็นตัวแสบที่ค้างคาวรับมือแทบไม่อยู่

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา

ด้วยสามแต้มเกมนี้ เรอัล มาดริดลงเตะ 23 นัด เก็บได้ 57 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงบาร์เซโลน่าเพียงแต้มเดียว (58 คะแนน) และทิ้งอันดับสามอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่มี 45 คะแนนออกไปไกล ทำให้แรงกดดันในการลุ้นแชมป์ยังคงอยู่ฝั่งบาร์ซ่าอย่างเต็มตัว

ส่วนบาเลนเซียสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง หลังผ่าน 23 นัดเก็บได้ 23 คะแนน รั้งอันดับ 17 ของตาราง มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นอย่าง ราโย (อันดับ 18) แค่คะแนนเดียว แถมคู่แข่งยังแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ความกดดันในบ้านเมสตาย่ายังไม่คลาย และทุกเกมที่เหลือคือศึกหนีตายเต็มตัว

📅 ตารางบอลลาลีกา และโปรแกรมถัดไป

โปรแกรมลีกนัดต่อไปของบาเลนเซียคือเกมเยือน เลบันเต้ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 00.30 น. ก่อนจะบุกไปเจอเกมหนักกับ บียาร์เรอัล วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. สองนัดนี้คือหัวใจสำคัญของการหนีตกชั้น หากเก็บแต้มกลับออกมาไม่ได้ สถานการณ์อาจดิ่งลงกว่านี้อีก

ด้านเรอัล มาดริดมี โปรแกรมบอล แน่นไม่แพ้กัน เริ่มจากเปิดซานติอาโก เบร์นาเบว รับมือ เรอัล โซเซียดาด ในลาลีกา วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. ก่อนยกพลไปเยือน เบนฟิก้า ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. ช่วงเวลาแบบนี้จะพิสูจน์ความลึกของขุมกำลังราชันชุดขาวอย่างแท้จริง

🏟 ตามเช็ก บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา

ใครที่อยากตามลุ้นสกอร์สดทุกคู่แบบไม่พลาดแม้แต่นาทีเดียว บ้านกีฬา ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดการอัปเดตจาก บ้านผลบอล ทั้งผลแข่งสด ตารางคะแนน และข่าวเจาะลึกจากทุกลีกใหญ่ในยุโรป เราจะพาแฟนบอลไปอยู่ขอบสนามทั้งลาลีกา พรีเมียร์ลีก และเวทีใหญ่ทั่วโลก กดเข้ามาเช็กกันได้ทุกวัน ฟุตบอลมีทุกคืน บ้านกีฬาอยู่ข้างแฟนบอลเสมอ

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา