กรมอุตุฯ เตือนฝนหนัก 5-6 ก.ค. หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2569 เตือนประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก หลังพายุโซนร้อนกำลังแรง “ไมสัก” เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนาม ก่อนอ่อนกำลังลงตามลำดับ แม้ศูนย์กลางพายุไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ยังส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
สาเหตุสำคัญมาจากอิทธิพลของพายุไมสัก ร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บรรยากาศมีความชื้นสูง เกิดฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และมีโอกาสเกิดฝนสะสมในหลายจังหวัด

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมาก ได้แก่ ภาคเหนือ เช่น ตาก เชียงราย และน่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ภาคกลาง เช่น กาญจนบุรี รวมถึงภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อฝนสะสม น้ำไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันได้ง่าย
ส่วนพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนัก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี สกลนคร มุกดาหาร อุทัยธานี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมซ้ำซาก และติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง
กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ โดยช่วงที่ฝนตกหนักมักเกิดปัญหาน้ำรอระบาย การจราจรติดขัด และทัศนวิสัยลดลง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสภาพยาง เบรก และไฟส่องสว่างก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่มีโอกาสเกิดฝนมากกว่าปกติ

คลื่นลมทะเลแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงที่คลื่นลมแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางทะเล
ทำไมฝนตกหนักช่วงมรสุมจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
ฝนตกหนักในช่วงมรสุมไม่ได้อันตรายเฉพาะตอนที่ฝนกำลังตกเท่านั้น แต่ฝนสะสมต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือหลายวันอาจทำให้ดินอุ้มน้ำเต็มที่ จนเกิดดินสไลด์ น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และชุมชนริมคลอง
ประชาชนควรสังเกตสัญญาณอันตราย เช่น น้ำในลำธารเปลี่ยนเป็นสีขุ่นและไหลแรงผิดปกติ เสียงดินหรือหินถล่ม ต้นไม้เอนเอียง หรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หากพบความผิดปกติควรรีบย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการฝ่ากระแสน้ำ เพราะน้ำที่ดูไม่ลึกอาจมีกำลังแรงพอจะพัดคนหรือรถได้

วิธีเตรียมตัวรับมือฝนตกหนัก
ประชาชนควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เก็บของมีค่าและอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ในที่สูง เตรียมไฟฉาย ยาประจำตัว แบตเตอรี่สำรอง และเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ใกล้มือ บ้านที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากควรทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงคลองหรือทางน้ำ และติดตามระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับผู้ขับขี่ ควรหลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือเสาไฟฟ้าในช่วงลมแรง หากเจอน้ำท่วมถนนควรชะลอความเร็ว ไม่เร่งเครื่องฝ่าน้ำลึก และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เพราะถนนเปียกลื่นทำให้ระยะเบรกยาวกว่าปกติ
สรุปสถานการณ์อากาศ 5-6 ก.ค.นี้
ช่วงวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยยังต้องรับมือฝนตกหนักบางพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุไมสัก ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง พื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และฝนสะสม ส่วนชาวเรือต้องระวังคลื่นลมแรง โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ประชาชนควรวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างรอบคอบ ติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และอย่าประมาทกับฝนที่ตกสะสม เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วในช่วงมรสุม ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก กรมอุตุนิยมวิทยา

