ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ลากยาวถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คือคืนที่ทั้งประเทศนั่งเฝ้าหน้าจอเหมือนเชียร์บอลนัดชิง เพราะศึก ผลเลือกตั้ง 2569 ไม่ได้วัดกันแค่ “ชนะหรือแพ้” แต่มันวัดกันที่ “จำนวนที่นั่ง” และ “สมการตั้งรัฐบาล” ที่จะเปลี่ยนเกมทั้งสภาในพริบตา
โดยข้อมูลที่สื่อหลักรายงานจากการเผยแพร่ผลนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการของ กกต. ณ เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 (นับแล้วราว 92-94%) ภาพรวมมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แม้ตัวเลขยังขยับได้จากการตรวจความถูกต้องในบางหน่วย แต่แนวโน้มเริ่ม “เห็นหน้าแชมป์” แล้วอย่างไม่ต้องเดา
📌 สรุปผลเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ (อัปเดตเช้า 9 ก.พ. 2569)
จากรายงานของไทยรัฐ ณ เวลา 10.48 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 (นับแล้ว 94%) พรรคใหญ่เรียงลำดับที่นั่งดังนี้
- พรรคภูมิใจไทย 193 ที่นั่ง
- สส.เขต 174
- สส.บัญชีรายชื่อ 19
- พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง
- สส.เขต 87
- สส.บัญชีรายชื่อ 31
- พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง
- สส.เขต 58
- สส.บัญชีรายชื่อ 16
- พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง
- สส.เขต 56
- สส.บัญชีรายชื่อ 2
- พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง
- สส.เขต 10
- สส.บัญชีรายชื่อ 12
หมายเหตุสำคัญ
- ตัวเลข “92% แล้วได้ 194 ที่นั่ง” ที่หลายคนแชร์กันในโลกออนไลน์ เป็นภาพสะท้อนว่าตัวเลขช่วงเวลาใกล้กันอาจแกว่งขึ้นลงได้จากการอัปเดตของระบบและการไหลของคะแนนในบางเขต แต่ชุดอัปเดตที่อ่านได้ชัดจากรายงานข่าว ณ 10.48 น. ยังยืนที่ 193 ที่นั่ง
- ดังนั้น ถ้าจะยึดหลักแบบมืออาชีพ ให้ยึด “วัน-เวลาอัปเดต” เป็นตัวตั้ง แล้วค่อยอ่านแนวโน้ม ไม่ใช่ยึดแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ

🔥 ประเด็นใหญ่ที่สุดของคืนเลือกตั้ง ใคร “คุมเกม” สภา และต้องมีเท่าไหร่ถึงตั้งรัฐบาลได้
สภาผู้แทนราษฎรมี 500 ที่นั่ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องมีเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย 251 เสียงขึ้นไป
เมื่อดูจากอันดับ 1 ที่ 193 ที่นั่ง ยังไม่ถึงเส้นชัย จึงชัดเจนว่า “รัฐบาลใหม่ต้องเกิดจากการรวมเสียง” และการรวมเสียงนี่แหละคือด่านหินยิ่งกว่านัดชิง เพราะต้องคุมทั้งจำนวน สส. และความลงตัวทางการเมืองในสมการเดียวกัน
ในมุมคนดูบอล บ้านกีฬาขอเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ
- พรรคอันดับ 1 เหมือนทีมที่จบลีกอันดับ 1 แต่ยังไม่ได้แชมป์ ถ้าเป็นระบบเพลย์ออฟต้องไปชนะในรอบต่อไป
- พรรคฝ่ายค้านอันดับ 2 และ 3 ยังมีสิทธิ์ “พลิกสถานการณ์” ได้ ถ้ารวมทีมพันธมิตรแล้วแต้มถึง
🧮 อ่านให้ขาด ระบบเลือกตั้ง สส. เขต กับบัญชีรายชื่อ คืออะไร ทำไมตัวเลขถึงแกว่ง
นี่คือส่วนที่หลายคนงงและทำให้ข่าวลือวิ่งเร็วกว่าคะแนนจริง
- สส.เขต คือผู้ชนะในพื้นที่แบบเขตเลือกตั้ง ใครคะแนนมากสุดในเขตนั้นได้ที่นั่งไปเลย
- สส.บัญชีรายชื่อ คือที่นั่งจากคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรค ใช้สะท้อน “ความนิยมภาพใหญ่”
เพราะมี 2 ระบบ ตัวเลขรวมของแต่ละพรรคจึงขึ้นกับทั้ง “การกวาดเขต” และ “คะแนนรวมระดับประเทศ” และยิ่งช่วงนับคะแนนยังไม่ครบ ระบบจะทยอยอัปเดตเป็นช่วงๆ ทำให้จำนวนที่นั่งเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะเขตที่คะแนนเฉือนกันหลักร้อยหรือหลักพัน
อีกจุดที่ต้องรู้
- กกต.และสื่อย้ำว่าตัวเลขที่เห็นในคืนเลือกตั้งเป็น “อย่างไม่เป็นทางการ” เพื่อให้ประชาชนติดตามแนวโน้มได้รวดเร็ว ส่วนการรับรองต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย
🏙️ กรุงเทพฯ เดือดแบบเอกฉันท์ สีส้มครองกรุงยกแผง 33 เขต
ถ้าจะมี “ไฮไลต์จังหวัด” ที่ชัดแบบไม่ต้องตีความ กรุงเทพฯ คือคำตอบ
ไทยรัฐรายงานว่า พรรคประชาชนปักธงกวาดครบทั้ง 33 เขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (อัปเดตช่วงกลางคืนวันที่ 8 ก.พ.)
ขณะที่กรุงเทพธุรกิจอ้างอิงการอัปเดตจากระบบรายงานผลของ กกต. ในกรุงเทพฯ ณ จุดหนึ่งที่นับแล้วกว่า 92% ระบุภาพรวมสถิติผู้มาใช้สิทธิ และอันดับคะแนนในกทม. โดยพรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 ทั้งคะแนนเขตและบัญชีรายชื่อในพื้นที่
ความหมายของ “กวาด 33 เขต” ในทางยุทธศาสตร์
- เป็นสัญญาณว่ากรุงเทพฯ โหวตแบบ “ทิศทางเดียว” สูงมาก
- เป็นฐานอำนาจเชิงสัญลักษณ์ เพราะกรุงเทพฯ คือเวทีข่าว การเมือง และเศรษฐกิจ
- ต่อให้ภาพรวมประเทศใครนำ การครองเมืองหลวงยกแผงก็ส่งแรงกระเพื่อมต่อการต่อรองตั้งรัฐบาลแน่นอน
🧾 ผลประชามติไปทางไหน และทำไมถึงถูกพูดควบกับคืนเลือกตั้ง
คืนเดียวกันนี้หลายสื่อรายงานเรื่อง “การออกเสียงประชามติ” ควบคู่กับผลเลือกตั้งด้วย โดยกรุงเทพธุรกิจรายงานตัวเลขในกรุงเทพฯ ช่วงหนึ่งว่า “เห็นชอบว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นำอยู่ชัดเจน (เป็นข้อมูลพื้นที่ กทม. ตามการอัปเดตของ กกต. ในเวลานั้น)
ประเด็นนี้สำคัญเพราะ
- ถ้าความเห็นประชามติออกมาชัด จะมีผลต่อวาระทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่
- และจะกลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ทุกพรรคต้องตอบให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

⏱️ ทำไมต้องย้ำว่า “ไม่เป็นทางการ” และหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
บ้านกีฬาอยากให้ทุกคนอ่านเกมแบบคนดูบอลที่รู้กติกา
- ตัวเลขคืนเลือกตั้งคือสกอร์ระหว่างเกม
- ผลรับรองคือสกอร์จบเกมที่กรรมการเป่านกหวีดสุดท้าย
ไทยรัฐอธิบายขั้นตอนว่า ระบบจะเริ่มรายงานผ่านแดชบอร์ดออนไลน์ช่วงหลังปิดหีบ และรายงานผล “ไม่เป็นทางการ” เพื่อความรวดเร็ว ส่วนผล “เป็นทางการ” ต้องรอตามกระบวนการตรวจสอบ
อีกทั้งในข่าวพื้นที่กรุงเทพฯ ไทยรัฐระบุว่า กกต.จะตรวจสอบความถูกต้องก่อนประกาศรับรองภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
สรุปสิ่งที่ประชาชนควรทำในช่วงรอยต่อ
- ยึดข้อมูลที่มีวันเวลาอัปเดตชัดเจน
- รอการรับรองอย่างเป็นทางการก่อนสรุปสุดท้าย
- ถกเถียงได้ แต่ต้องอยู่บนข้อมูล ไม่ใช่ตัวเลขที่แชร์กันแบบไร้แหล่งอ้างอิง
🧠 อ่านแนวโน้มตั้งรัฐบาลแบบแฟนบอลรู้แท็กติก ใครเป็น “ตัวแปร” ของสมการ 251
เมื่ออันดับ 1 ยังไม่ถึง 251 สิ่งที่สังคมจะจับตาหนักสุดคือการ “รวมเสียง”
จากโครงสร้างที่นั่งล่าสุดที่สื่อรายงาน ทำให้เห็นชัดว่าพรรคระดับกลางและเล็กจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะทุกเสียงมีค่าระดับ “ต่อเวลา-ยิงจุดโทษ”
สิ่งที่ต้องจับตาในเกมตั้งรัฐบาล
- ใครจะรวมกับใครให้เกิน 251
- เงื่อนไขการต่อรองตำแหน่งและนโยบาย
- เสถียรภาพของรัฐบาล ถ้าเสียงปริ่มน้ำเกินไป เกมในสภาจะลุ้นทุกนัดเหมือนทีมหนีตกชั้น
และอย่าลืมว่า “กระแส” ในเมืองหลวงกับ “โครงสร้างที่นั่ง” ในระดับประเทศอาจเดินคนละเส้นได้ พรรคที่ครองกรุงเทพฯ ไม่ได้แปลว่าจะครองสภา แต่แปลว่าเขามีพื้นที่ทางการเมืองและการสื่อสารที่แข็งมาก
✅ สรุปภาพรวมแบบบ้านกีฬา เกมนี้ยังไม่จบ แต่หน้าเกมชัดขึ้นแล้ว
- เช้าวันที่ 9 ก.พ. 2569 รายงานสรุปที่นั่งแบบไม่เป็นทางการชี้ว่า ภูมิใจไทยนำเป็นอันดับ 1 ที่ 193 ที่นั่ง ตามด้วยประชาชน เพื่อไทย และกล้าธรรม
- กรุงเทพฯ มีสัญญาณชัด พรรคประชาชนกวาดครบ 33 เขต และคะแนนนำในพื้นที่อย่างเด่นชัด
- ขั้นตอนหลังจากนี้คือการตรวจสอบและรับรองผลตามกรอบกฎหมาย ก่อนจะเข้าสู่ “ศึกตั้งรัฐบาล” ที่เดือดไม่แพ้คืนเลือกตั้ง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

