อ่านข่าวนี้แบบสั้น: เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยอมรับผิดหวังอย่างแรงที่ประเด็นการเมืองและกระแสดราม่ารอบตัว โฟลาริน บาโลกัน เข้ามากลบการตกรอบของ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา หลังโดนเบลเยียมถล่ม 4-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 โดยยืนยันว่าเสียงวิจารณ์ไม่ได้เป็นข้ออ้างของความพ่ายแพ้ แต่ก็สะท้อนบรรยากาศอึดอัดนอกสนามอย่างชัดเจน ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
โปเช็ตติโน่เปิดใจ หลังบอลโลกของสหรัฐฯจบแบบเจ็บลึก
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือทีมชาติสหรัฐอเมริกา ออกมาเผยความรู้สึกผิดหวัง หลังความพ่ายแพ้ในฟุตบอลโลก 2026 ถูกบดบังด้วยประเด็นร้อนเรื่องการเมือง การตัดสินทางวินัย และกระแสวิจารณ์รอบตัว โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าตัวความหวังของทีม
สหรัฐฯในฐานะเจ้าภาพร่วม ต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังโดนเบลเยียมถล่ม 4-1 ที่ซีแอตเทิล เกมนี้ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ในสนาม แต่เป็นค่ำคืนที่สะท้อนชัดว่ายังมีระยะห่างระหว่างความฝันของแฟนบอลเจ้าถิ่นกับมาตรฐานระดับหัวแถวของโลก
ดราม่าบาโลกัน จุดไฟนอกสนามก่อนเกมเดือด
ก่อนเกมดังกล่าว โฟลาริน บาโลกัน ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเจ้าตัวเคยโดนใบแดงในเกมที่สหรัฐฯชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 รอบก่อนหน้า ซึ่งตามปกติควรนำไปสู่โทษแบน 1 นัด แต่สุดท้ายบทลงโทษถูกระงับไว้ ทำให้เขาสามารถลงเป็นตัวจริงพบเบลเยียมได้
ประเด็นนี้ยิ่งร้อนแรงขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าเขาได้ขอให้ จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ตรวจสอบกรณีใบแดงดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนที่ฟีฟ่าจะเปิดทางให้บาโลกันลงสนามในเกมสำคัญกับเบลเยียม
ฝ่ายเบลเยียมไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าว และยิ่งทำให้บรรยากาศก่อนเกมเต็มไปด้วยแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม เมื่อบอลเริ่มกลิ้ง เบลเยียมเลือกตอบโต้ด้วยผลงานในสนาม และจัดการปิดบัญชีเจ้าภาพร่วมแบบเด็ดขาด

โปเช็ตติโน่ยืนยัน ดราม่าไม่ใช่ข้ออ้างของความพ่ายแพ้
หลังจบเกม โปเช็ตติโน่ถูกถามว่ากระแสโจมตีจากประเด็นบาโลกันมีผลต่อทีมของเขาหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันชัดว่าทีมไม่ได้ใช้เรื่องนี้เป็นข้อแก้ตัว
“It didn’t affect our performance. It’s not an excuse. It wasn’t our day.”
“มันไม่ได้ส่งผลต่อฟอร์มของเรา นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัว มันไม่ใช่วันของเรา”
แต่ในมุมส่วนตัว กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ยอมรับว่าไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการถูกโจมตีและการนำเรื่องนอกสนามเข้ามากลบเกมฟุตบอล
“But in a personal way, what is the point to insult or receive a lot of bad messages?
“แต่ในมุมส่วนตัว มันมีประโยชน์อะไรกับการดูถูกหรือได้รับข้อความแย่ๆมากมาย?”
“It’s a rule for the federation to apply and to try [to overturn the ban]. My position was to train the team. If Balogun is available because FIFA allow for you to have the player, it’s not a problem.
“มันเป็นกฎสำหรับสหพันธ์ที่จะยื่นเรื่องและพยายามดำเนินการ หน้าที่ของผมคือฝึกซ้อมทีม ถ้าบาโลกันพร้อมลงเล่นเพราะฟีฟ่าอนุญาตให้คุณมีนักเตะอยู่ในทีม นั่นไม่ใช่ปัญหา”
“I feel disappointed with too many people. They put politics and manipulation, talk about ethics and integrity [first]. If we talk about the history of this game, I am disappointed in a personal way.”
“ผมรู้สึกผิดหวังกับผู้คนจำนวนมาก พวกเขาเอาการเมืองและการบิดเบือนเข้ามา พูดถึงจริยธรรมและความซื่อตรงเป็นอันดับแรก ถ้าเราพูดถึงประวัติศาสตร์ของเกมนี้ ผมผิดหวังในมุมส่วนตัว”
เบลเยียมลงโทษสหรัฐฯด้วยเกมรุกเฉียบขาด
เบลเยียม เริ่มเกมอย่างเฉียบคมและขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 9 จากจังหวะเข้าชาร์จของ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่ ทำให้สหรัฐฯต้องไล่ตามตั้งแต่ต้นเกม
เจ้าภาพร่วมยังมีจังหวะกลับมาสู่เกม เมื่อฟรีคิกของ มาลิก ทิลล์แมน ไปแฉลบกำแพง เปลี่ยนทางหนี ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าประตู พาสหรัฐฯตีเสมอได้สำเร็จ แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน เบลเยียมตอบโต้ทันควันภายใน 2 นาที เมื่อเดอ เคเตลาเร่โขกพาทีมของ รูดี้ การ์เซีย กลับมานำอีกครั้ง
ครึ่งหลังสถานการณ์ของสหรัฐฯหนักกว่าเดิม นาทีที่ 57 แมตต์ ฟรีส นายด่านเจ้าถิ่นพลาดจนเปิดทางให้ ฮันส์ วานาเคน ยิงเพิ่มเป็น 3-1 ก่อนที่ โรเมลู ลูกากู ตัวสำรองจะซัดปิดกล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งเบลเยียมชนะ 4-1 และผ่านเข้าไปเจอสเปนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ทิม รีมชี้แข้งสหรัฐฯโฟกัสในสนาม ไม่สนเสียงข้างนอก
ด้าน ทิม รีม กองหลังทีมชาติสหรัฐฯ ยืนยันเช่นเดียวกับผู้จัดการทีมว่าเรื่องของบาโลกันไม่ได้ส่งผลต่อสมาธิของนักเตะ ทุกคนพยายามปล่อยให้เสียงรอบข้างอยู่นอกห้องแต่งตัว
“No, it had no impact. We’ve done a good job with this group of allowing outside noise to be outside noise. It’s got nothing to do with us as players and getting ready for games.
“ไม่ มันไม่มีผลกระทบ เราทำได้ดีในกลุ่มนี้กับการปล่อยให้เสียงจากภายนอกเป็นเรื่องภายนอก มันไม่เกี่ยวกับเราในฐานะนักเตะและการเตรียมตัวสำหรับเกม”
“It’s one of those things. That’s the world we live in. We were fully focused on us as a group and as a team and fully focused on the game and not really worrying about what was being said or debated in the outside world.”
“มันเป็นหนึ่งในเรื่องแบบนั้น นั่นคือโลกที่เราอยู่ เราโฟกัสเต็มที่กับพวกเราในฐานะกลุ่มและในฐานะทีม โฟกัสเต็มที่กับเกม และไม่ได้กังวลจริงๆกับสิ่งที่ถูกพูดหรือถกเถียงกันในโลกภายนอก”
การ์เซียเผยบาโลกันเข้ามาหาหลังเกม พร้อมชี้ไม่ใช่คนผิด
หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย รูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียม เปิดเผยว่า บาโลกันเข้ามาหาเขาหลังจบเกม และเขาเลือกบอกกับนักเตะตรงๆว่าเรื่องดราม่าทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของตัวผู้เล่น
“It’s not his fault, he’s not the one to blame and that’s what I told him.”
“มันไม่ใช่ความผิดของเขา เขาไม่ใช่คนที่ต้องถูกตำหนิ และนั่นคือสิ่งที่ผมบอกเขา”
สหรัฐฯพลาดโอกาสทองในบ้านตัวเอง
สำหรับแฟนบอลอเมริกัน นี่คือความพ่ายแพ้ที่เจ็บหนัก เพราะทีมมีโอกาสลุ้นเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 แต่สุดท้ายต้องจอดป้ายต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง
ภาพรวมของเกมชี้ชัดว่า สหรัฐฯยังไม่เฉียบพอในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ขณะที่เบลเยียมมีความนิ่งกว่า คมกว่า และลงโทษทุกความผิดพลาดได้อย่างเลือดเย็น นี่จึงไม่ใช่แค่การตกรอบ แต่เป็นบทเรียนแรงๆของ USMNT บนเวทีฟุตบอลโลก 2026
แม้โปเช็ตติโน่จะไม่โยนความผิดให้ดราม่านอกสนาม แต่เขาก็ไม่ปิดบังความผิดหวังที่เกมฟุตบอลถูกกลบด้วยเรื่องการเมืองและข้อถกเถียงเรื่องความยุติธรรม ก่อนสุดท้ายสหรัฐฯจะโดนความจริงในสนามตบกลับอย่างเจ็บแสบ
บทเรียนใหญ่ก่อนเดินหน้าต่อของ USMNT
การตกรอบครั้งนี้ทำให้สหรัฐฯต้องกลับไปทบทวนทั้งคุณภาพเกมรับ ความเด็ดขาดในแดนหน้า และวิธีรับมือแรงกดดันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เพราะฟุตบอลโลกไม่เคยให้อภัยทีมที่เสียสมาธิหรือพลาดง่ายในช่วงเวลาสำคัญ
จากความฝันของเจ้าภาพร่วม สู่ค่ำคืนที่โดนเบลเยียมดับไฟแบบหมดจด สหรัฐฯต้องยอมรับความจริงว่าการจะขึ้นไปยืนแถวหน้าของโลก ต้องมีมากกว่าพลังเชียร์ในบ้าน แต่ต้องมีความเฉียบ ความนิ่ง และมาตรฐานที่ยืนระยะได้ตลอด 90 นาที ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ข่าวบอลต่างประเทศ และทุกประเด็นร้อนวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

