เหตุการณ์ โดมถล่ม ที่เมืองใหม่บางพลี ไม่ใช่แค่ข่าวอุบัติเหตุทั่วไป แต่มันคือภาพสะท้อน “ความเสี่ยงของโครงสร้างขนาดใหญ่” ในช่วงที่สภาพอากาศเหวี่ยงแรงแบบคาดเดายาก จนทำให้คนทั้งพื้นที่สะดุ้งทั้งวัน เหตุเกิดภายในเคหะการไฟฟ้าเมืองใหม่บางพลี ศูนย์ฝึกการไฟฟ้า อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ช่วงกลางวันของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเร่งเข้าตรวจสอบ หวั่นมีผู้ติดค้างในซากโครงสร้างในช่วงแรกของรายงานข่าวด่วน.
⏱️ไทม์ไลน์เหตุโดมถล่ม – จากเสียงลมกระชากสู่การปิดพื้นที่ตรวจสอบ
ข้อมูลจากหลายสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงสายถึงเที่ยงของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ โดยฝั่งผู้รับจ้างโครงการระบุว่าโครงหลังคายุบตัวราว 10.30 น. ขณะที่อีกแหล่งรายงานว่าเป็นเหตุช่วง 11.30 น. ซึ่งสะท้อนว่าช่วงเวลาในสถานการณ์จริงอาจคลาดเคลื่อนจากการรายงานหน้างาน แต่สิ่งที่ชัดคือ “เกิดความเสียหายรุนแรง” จนต้องกันพื้นที่และตรวจสอบทันที.
หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมตั้งแนวกั้นเพื่อป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน เพราะโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่เมื่อเสียสมดุลแล้วมีโอกาสพังต่อเนื่องได้.
🧾สถานที่เกิดเหตุอยู่ตรงไหน – โดมในโครงการศูนย์ฝึก กฟน. มูลค่างานพันล้าน
จุดเกิดเหตุคือภายในพื้นที่ศูนย์ฝึกของการไฟฟ้านครหลวงในโครงการ MEA Training Center ซึ่งกิจการร่วมค้า ST-TC (ซิโน-ไทย และ ทรานส์โค้ด) เป็นผู้รับจ้าง โดยระบุว่าโครงการรวมมีมูลค่างานประมาณ 1,185 ล้านบาท และประกอบด้วยอาคาร 7 อาคาร ส่วนโดมที่ถล่มเป็น “โครงหลังคาเหล็กคลุมลานสนามฝึกสายอากาศ” เป็น 1 ใน 7 อาคาร มูลค่าโครงสร้างราว 15 ล้านบาท.
รายละเอียดโครงสร้างที่ถูกระบุในรายงานตรวจสอบเบื้องต้นคือ อาคารเปิดชั้นเดียว ขนาดประมาณ 25×53 เมตร สูง 15 เมตร โครงสร้างทำด้วยเหล็กรูปพรรณ และหลังคาเหล็กทรงเพิงลาดเดียว โดยก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้าเหตุการณ์.
🩺ยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด – 4 ราย ไม่มีผู้สูญหาย ไม่มีผู้เสียชีวิต
ประเด็นที่คนอ่านอยากรู้มากที่สุดคือ “มีคนเจ็บไหม ติดค้างหรือเปล่า” ล่าสุดคำชี้แจงจากฝั่งผู้รับจ้างและรายงานข่าวระบุว่า มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ตรวจสอบพื้นที่ไม่พบผู้สูญหาย และยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต โดยมีผู้บาดเจ็บ 2 รายกลับบ้านได้แล้ว และอีก 2 รายคาดว่าจะกลับบ้านได้ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พร้อมย้ำว่าจะดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด.
🌪️สาเหตุเบื้องต้นที่ถูกชี้แจง – พายุหมุนกระโชกแรงแบบไม่เคยพบมาก่อน
ฝั่งกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานออกมาชี้แจงว่าเหตุเกิดจาก “ลมพายุหมุนกระโชกแรง” ในพื้นที่บางเสาธง ซึ่งระบุว่าเป็นแรงลมที่ไม่เคยปรากฏพบเจอมาก่อน ทำให้โครงหลังคาเหล็กยุบตัวลง และหลังเหตุเกิดมีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบ เช่น การไฟฟ้านครหลวง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน.
ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างยืนยันว่าการก่อสร้างดำเนินตามแบบและหลักวิศวกรรม มีผู้ควบคุมงาน และมีตัวแทนผู้ว่าจ้างร่วมตรวจสอบมาโดยตลอด พร้อมระบุว่าได้ทำประกันภัยการก่อสร้างไว้รองรับ และจะเร่งสร้างอาคารใหม่ทดแทนตามกรอบสัญญา.

🏗️มุมวิศวกรรมที่ต้องจับตา – นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ 3 ประเด็นสันนิษฐาน
มุมที่ทำให้ข่าวนี้ “หนักขึ้น” คือการออกมาให้ความเห็นเชิงวิศวกรรมจาก ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ซึ่งอธิบายลักษณะโครงสร้างว่าเป็นโครงเหล็กขนาดใหญ่ มีเสาเหล็กกลมเรียงสองด้าน ด้านบนเป็นโครงถักเหล็ก (Truss) และมีคาน H-beam พาด ก่อนเป็นแผ่นหลังคา.
ประเด็นสังเกตสำคัญคือพบภาพ “เสาเหล็กหักล้มคว่ำบริเวณโคนเสา” ทำให้โครงถักและคานตกลงมาทั้งหมด และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุแท้จริงได้ในทันที แต่เสนอกรอบสันนิษฐาน 3 ประเด็นที่ต้องตรวจให้ชัด ได้แก่
- เกิดการพังถล่มในช่วงไหน ระหว่างก่อสร้างหรือก่อสร้างเสร็จแล้ว เพราะถ้าอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาจเกี่ยวกับการยึดรั้งส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์
- การถล่มอาจเริ่มจาก “เสา” หากรอยต่อระหว่างเสาเหล็กกับฐานรองรับไม่แข็งแรงพอ ต้องตรวจมาตรฐานรอยต่อเสาและฐานราก
- ระบบโครงสร้างอาจขาดเสถียรภาพทั้งระบบในแนวยาวหรือแนวขวาง จากการค้ำยันหรือยึดรั้งไม่เพียงพอ โดยเฉพาะความแข็งแรงบริเวณจุดต่อ
นอกจากนี้ยังระบุว่าการจะชี้สาเหตุแท้จริงต้องตรวจแบบก่อสร้าง รายการคำนวณ หลักฐานขั้นตอนการทำงาน รวมถึงปัจจัยอย่างฐานราก ขนาด ความหนา และกำลังรับแรงของชิ้นส่วน และโครงสร้างลักษณะนี้เข้าข่ายวิศวกรรมควบคุมที่ต้องมีวิศวกรใบอนุญาตออกแบบและควบคุมงาน.

🔍ทำไมเหตุโดมถล่มถึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด – เพราะโดมคือโครงสร้างที่แพ้แรงลมแบบ “ยกทั้งแผง”
ในเชิงโครงสร้าง โดมหรือหลังคาคลุมลานขนาดใหญ่มี “พื้นที่รับลมสูง” และมีความอ่อนไหวต่อแรงลมด้านข้างหรือแรงยกตัวของหลังคา หากจุดต่อไม่แข็งแรงพอหรือระบบค้ำยันไม่พอ มันอาจล้มแบบโดมิโนตั้งแต่เสาไปจนถึงโครงถัก.
พอข่าวมีคำว่า “พายุหมุน” ความกังวลก็ยิ่งบาน เพราะลมลักษณะนี้อาจเกิดเป็นช่วงสั้นๆ แต่แรงกระชากสูงมาก และหากมากระแทกจังหวะที่โครงสร้างกำลังรับแรงอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายแบบฉับพลัน.
🧠รู้ไว้ป้องกันได้ – สัญญาณเตือนอันตรายของโครงสร้างเหล็กและหลังคาคลุมลาน
สำหรับประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานที่มีอาคารหลังคาคลุมลาน โกดัง โรงยิม โดมกีฬา การรู้สัญญาณเสี่ยงคือเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งโครงสร้าง “ส่งสัญญาณ” ก่อนเกิดเหตุ เช่น
- ได้ยินเสียงลั่นของเหล็กหรือเสียงเสียดสีผิดปกติในช่วงลมแรง
- เห็นแผ่นหลังคาสั่นผิดจังหวะ หรือมีการกระพือเป็นคลื่น
- พบจุดยึด น็อต สลัก หรือแผ่นเพลทมีรอยร้าว บิดงอ หรือสนิมกินลึก
- เสาเอียง จุดต่อมีรอยแยก หรือมีรอยยุบตัวบริเวณฐาน
ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะช่วงพายุฝนฟ้าคะนอง คำแนะนำพื้นฐานคือ “อย่าฝืนอยู่ใต้โครงสร้างขนาดใหญ่” รีบย้ายออกไปพื้นที่โล่งปลอดภัย และแจ้งเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลอาคารทันที

🧾บทเรียนด้านมาตรฐานและความรับผิดชอบ – ตรวจแบบ ตรวจงาน ทำประกัน และสื่อสารให้ชัด
กรณีนี้มีการยืนยันว่าโครงการมีผู้ควบคุมงานและมีตัวแทนผู้ว่าจ้างร่วมตรวจสอบ รวมถึงมีประกันภัยการก่อสร้างรองรับ และจะสร้างใหม่ให้ทันตามสัญญา.
แต่ในมุมสาธารณะ “คำว่าได้มาตรฐาน” ต้องเดินควบคู่กับ “ความโปร่งใสของการตรวจสอบ” เพราะสังคมอยากเห็นข้อเท็จจริงจากการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม ไม่ใช่แค่คำยืนยันปลอบใจ ซึ่งฝั่งวิศวกรก็ชี้ชัดว่าต้องดูแบบ รายการคำนวณ และหลักฐานขั้นตอนต่างๆ ถึงจะระบุสาเหตุแท้จริงได้.
✅สรุปสถานการณ์ล่าสุด – โดมถล่มบางพลีเจ็บ 4 ราย เดินหน้าตรวจสาเหตุจริง
สรุปให้ชัดที่สุด ณ ตอนนี้ เหตุโดมถล่มเกิดในพื้นที่ศูนย์ฝึกการไฟฟ้าเมืองใหม่บางพลี สมุทรปราการ ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ไม่มีผู้สูญหายและไม่มีผู้เสียชีวิต มีการชี้แจงเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับลมพายุหมุนกระโชกแรง ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างเสนอกรอบตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก ตั้งแต่ช่วงเวลาที่โครงสร้างพัง จุดต่อเสาและฐาน ไปจนถึงเสถียรภาพทั้งระบบ และต้องรอผลตรวจจากแบบและการคำนวณเพื่อสรุปสาเหตุแท้จริง.
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Fire & Rescue Thailand
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

