ศาลอาญาพิพากษา “พฤทธิกร สาระกุล” โทษเพิ่มอีก 30 ปี คดี ม.112 รวมโทษแตะ 50 ปี หลังไม่มาฟังคำตัดสิน ศาลออกหมายจับตามตัว

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

⚖️ ภาพรวมคดีที่สังคมจับตา – โทษเพิ่ม 30 ปี รวมสะสมเป็น 50 ปี

คดีของ พฤทธิกร สาระกุล หรือที่หลายสำนักเรียก “โจ้” และบางรายงานใช้ชื่อสมมุติว่า “ต้นไผ่” กลายเป็นประเด็นใหญ่ในวันตัดสิน เมื่อศาลอาญามีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 30 ปี จากคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเมื่อนำไปรวมกับโทษเดิมที่เคยถูกพิพากษาไปก่อนหน้า ทำให้โทษรวมทั้งสองคดีอยู่ที่ 50 ปี

รายงานระบุด้วยว่า ในวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลย ไม่ได้มาศาล และมีการกล่าวถึงว่าเจ้าตัว หลบหนีไปก่อนแล้ว ส่งผลให้กระบวนการหลังคำพิพากษาเดินหน้าไปในอีกทางหนึ่งทันที

🏛️ วันตัดสินและสถานที่ – ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา รัชดาภิเษก

ข้อมูลจากรายงานข่าวตรงกันว่า การอ่านคำพิพากษาเกิดขึ้นที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก และมีการระบุถึง ห้องพิจารณา 907 ในรายละเอียดข่าว

ฝั่งมติชนรายงานภาพรวมว่าเป็นการนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1486/2566 โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง และศาลพิเคราะห์แล้วลงโทษในหลายกระทง รวมเป็น 30 ปี และให้นับโทษต่อจากคดีเดิม

📌 ข้อกล่าวหาในคดีนี้ – โพสต์บนโซเชียล และจำนวน “หลายข้อความ”

ประเด็นหลักของคดีที่ถูกกล่าวถึงในหลายสำนัก คือการนำข้อความเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีการอ้างถึงช่วงเวลาและจำนวนข้อความที่เป็นข้อกล่าวหา

  • ฝั่งมติชนระบุช่วงเวลาประมาณ 8 พฤศจิกายน 2564 – 27 มีนาคม 2565 และพูดถึงการโพสต์ลงทวิตเตอร์ เข้าลักษณะตามข้อกล่าวหาในคดี
  • ฝั่ง The Thaiger อ้างข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ “Guillotine Activists for Democracy” และเป็นข้อความรวม 10 ข้อความ ในช่วงปี 64-65
  • ฝั่งไทยโพสต์ระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาถูกแจ้งข้อกล่าวหา ม.112 รวม 2 คดี โดยรวมแล้วเป็นข้อความโซเชียล 20 ข้อความ แยกเป็นคดีละ 10 ข้อความ

⛓️ ทำไม “30 ปี” ถึงมาจาก 10 กระทง – หลักคิดเรื่องหลายกรรมหลายข้อความ

แกนสำคัญที่ทำให้โทษ “พุ่งแรง” อยู่ที่ลักษณะ หลายกรรมต่างกัน หรือพูดง่ายๆ คือศาลมองว่า “แต่ละข้อความ” สามารถนับเป็นคนละกระทงได้

รายงานข่าวระบุว่า ศาลลงโทษ 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมเป็น 30 ปี และเป็นคดีที่มีความผิดหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทหนักที่สุด

ตรงนี้เป็นสาระเชิงกฎหมายที่เกิดขึ้นบ่อยในคดีที่เกี่ยวกับ “คอนเทนต์ออนไลน์” เพราะการโพสต์หลายครั้งในคนละวัน คนละเนื้อหา อาจถูกตีความว่าเป็น “หลายการกระทำ” และถูกคิดโทษแบบแยกกระทงได้

🧾 โทษเดิม 20 ปี มาจากไหน – ทำไมรวมแล้วกลายเป็น 50 ปี

ประเด็น “รวมเป็น 50 ปี” ไม่ได้เกิดจากคดีเดียว แต่เกิดจาก “โทษสะสม” จากคดีก่อนหน้า

  • ไทยโพสต์ระบุว่า คดีแรกศาลพิพากษาเมื่อ 18 ธันวาคม 2568 ลงโทษจำคุก 30 ปี ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 คงเหลือ 20 ปี
  • มติชนก็ระบุว่า ก่อนหน้านี้ศาลเคยพิพากษาจำคุกจำเลยรวม 20 ปี ในคดีที่เกี่ยวกับ ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • The Thaiger สรุปในทิศทางเดียวกันว่าเคยถูกพิพากษา 20 ปี และเมื่อมาโดนเพิ่ม 30 ปี จึงเป็น โทษรวม 50 ปี

ดังนั้นภาพรวมจึงชัดว่า “30 ปี” คือโทษในคดีล่าสุดที่ถูกตัดสินเพิ่ม และ “50 ปี” คือโทษรวมจากสองคดีที่ถูกกล่าวถึง

🚨 ไม่มาฟังคำพิพากษาเกิดอะไรขึ้น – หมายจับมีไว้ทำอะไรในทางปฏิบัติ

จุดที่ทำให้ข่าวนี้ร้อนแรงขึ้นทันที คือคำว่า “หลบหนี” ที่ปรากฏในรายงาน

  • มติชนและไทยโพสต์ระบุว่า จำเลย หลบหนีระหว่างการพิจารณา และศาลมีการดำเนินการต่อ เช่น ออกหมายจับและมีการกล่าวถึงการปรับนายประกัน
  • The Thaiger ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่าเจ้าตัวหลบหนีไปก่อนแล้ว

ในเชิง “ความรู้ที่ควรรู้” สำหรับประชาชนทั่วไป:

  • ถ้าศาลนัดอ่านคำพิพากษาแล้วจำเลยไม่มาศาล ศาลอาจ ออกหมายจับ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบังคับโทษ (ขึ้นกับข้อเท็จจริงของคดีและคำสั่งศาล)
  • ถ้ามี “ผู้ประกัน” ศาลอาจมีคำสั่งเกี่ยวกับการ ปรับนายประกัน ตามที่รายงานข่าวระบุ

👥 บทบาท “ทนายความ” ที่ถูกเอ่ยถึงในข่าว

อีกมุมที่หลายคนสะดุด คือรายงานที่ระบุว่า ทนายความในคดีนี้คือ อานนท์ นำภา และมีรายละเอียดว่ามาจากเรือนจำเพื่อเข้าฟังการพิจารณาในศาล

🧠 คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาบ่อย – ม.112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, หมายจับ, ฟังคำพิพากษา

เพื่อให้เข้าใจข่าวนี้แบบ “อ่านแล้วจบ” บ้านกีฬาอยากสรุปคำที่มักเจอบ่อยในหน้าข่าวคดีลักษณะนี้

  • ม.112 – เป็นข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญาที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ – มักถูกพ่วงในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่หรือการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • ฟังคำพิพากษา – วันที่ศาลอ่านคำตัดสินอย่างเป็นทางการ
  • หมายจับ – มาตรการทางกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ได้ตัวบุคคลตามคำสั่งศาล

ข่าวของพฤทธิกรจึงกลายเป็น “เคสตัวอย่าง” ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคดีเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ออนไลน์และถูกนับหลายกระทง ตัวเลขโทษสามารถ “ไต่ระดับ” ได้รวดเร็ว และเมื่อมีประเด็นการไม่มาศาล เรื่องก็ยิ่งถูกจับตาในมิติของการบังคับใช้คำพิพากษา

🔥 สรุปสถานการณ์ล่าสุด – โทษ 50 ปี และเส้นทางต่อจากนี้

สรุปแบบชัดๆ จากข้อมูลในรายงานข่าว:

  • ศาลพิพากษาจำคุกเพิ่ม 30 ปี จากคดีล่าสุด
  • โทษเดิมที่เคยถูกพิพากษาไว้ก่อนหน้าอยู่ที่ 20 ปี
  • รวมโทษทั้งสองคดีเป็น 50 ปี
  • มีการรายงานว่าเจ้าตัวไม่มาฟังคำพิพากษา และมีขั้นตอนติดตามตัวตามที่ปรากฏในข่าว

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา