
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ 0-1 ลิเวอร์พูล วันนี้ 12/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกพรีเมียร์ลีกค่ำคืนนี้ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ จบลงด้วยชัยชนะสุดสำคัญของลิเวอร์พูล เมื่อหัวใจแนวรับอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค โหม่งประตูชัยจากลูกเตะมุม นาที 61 พาทีมของ อาร์เน่ สลอต บุกเฉือนซันเดอร์แลนด์ 1-0 เก็บสามแต้มเต็มแบบสมศักดิ์ศรีทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป แฟนบอลที่ตามเช็กสกอร์แบบ ผลบอลสด คงรู้ดีว่าเกมนี้หงส์แดงต้องใช้ความอดทนและความนิ่งระดับสูงกว่าจะเคาะประตูเจ้าถิ่นได้
🔴 ครึ่งแรก: หงส์คุมเกม ซันเดอร์แลนด์ฮึดรับ
เสียงนกหวีดเริ่มเกม ซันเดอร์แลนด์ไม่ถอยรอ ใช้เสียงเชียร์ในบ้านไล่บดตั้งแต่ต้น นาที 2 ได้เตะมุมกดดันแนวรับลิเวอร์พูล ส่วนแนวรุกนำโดย ไบรอัน บร็อบบีย์ พยายามเล่นงานแนวรับทีมเยือน แต่จังหวะล้ำหน้าและการบล็อกของคู่เซ็นเตอร์ทำให้ยังไม่มีอะไรหวาดเสียวมากนัก
ฝั่งลิเวอร์พูลค่อย ๆ เซ็ตจังหวะ ตัวคุมเกมอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ขยับขึ้นมาช่วยเพรสสูง ทำให้เกมเริ่มไหลไปอยู่ในแดนซันเดอร์แลนด์ นาที 21, 30, 33 หงส์ได้ทั้งเตะมุมและโอกาสลุ้นประตูต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกยิงของเวียร์ตซ์ที่ชนเสาอย่างจัง ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นเงียบไปทั้งสนาม
ซันเดอร์แลนด์ตอบโต้ได้น่ากลัวจาก นิลสัน อังกูโล และ เรอินิลโด มันดาวา แต่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยังเซฟสวยสองจังหวะ นาที 38 ทำให้รูปเกมแม้ลิเวอร์พูลจะเหนือกว่า ทว่าจบครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอ 0-0 ตามหน้า บ้านผลบอล แต่บอกเลยว่าความกดดันเริ่มกดทับฝั่งเจ้าถิ่นเต็ม ๆ
🟢 ครึ่งหลัง: เตะมุมเปลี่ยนเกม ฟาน ไดจ์คโขกหาย
ครึ่งหลังลิเวอร์พูลไม่ผ่อน เปิดเกมบุกตั้งแต่นาที 46 จังหวะล้ำหน้าของ โกดี คักโป ชี้ให้เห็นว่าหงส์อยากเร่งสปีดปิดเกมเร็ว ซันเดอร์แลนด์พยายามสวนด้วยลูกยิงไกลของ เทรอี ฮูม กับ นอร์ดี มูคีเอเล แต่ก็หลุดกรอบหรือไม่ผ่านมืออลิสซอน
ช่วงนาที 55-60 คือช่วงที่แรงกดดันถาโถมใส่เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูลได้เตะมุมต่อเนื่องสามครั้งติด ก่อนที่ในนาที 61 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดเตะมุมโค้งมาเสาแรก และ ฟาน ไดจ์ค โฉบโหม่งเต็มศีรษะ ส่งบอลเสียบมุมบนอย่างเด็ดขาด พาทีมหงส์นำ 1-0 และนี่คือประตูเดียวของเกม
หลังเสียประตู ซันเดอร์แลนด์แก้เกมด้วยการเปลี่ยนสามตัวรวดนาที 80 แต่แนวรับลิเวอร์พูลโดยเฉพาะคู่ ฟาน ไดจ์ค – อิบราฮิมา โกนาเต ยังนิ่ง อ่านเกมทุกจังหวะจนเจ้าถิ่นต้องไปลุ้นจากลูกกลางอากาศอย่างลูกโหม่งของ แดน บัลลาร์ด นาที 93 ที่เฉียดเสาไปนิดเดียว ก่อนเกมจะจบลงที่ชัยชนะ 1-0 ของทีมเยือน

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔴 ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- อลิสซอน เบ็คเกอร์ (7.6)
กองหลัง
- วาตารุ เอ็นโด (แบ็กขวา, 7.0 – ออก 69’)
- อิบราฮิมา โกนาเต (8.1)
- เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (กัปตันทีม, 8.6)
- แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (7.1)
กองกลาง
- ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (6.7)
- อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (7.4)
- ไรอัน กราเฟนแบร์ก (7.0)
ตัวรุก
- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (6.5)
- โกดี คักโป (7.3 – ออก 75’)
- อูโก เอกิติเก (6.7 – ออก 88’)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- โจ โกเมซ (แทน เอ็นโด นาที 69)
- เคอร์ติส โจนส์ (แทน คักโป นาที 75)
- เฟเดริโก เคียซา (แทน เอกิติเก นาที 88)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี
- มิลอส เคิร์เคซ
- คัลวิน แรมซีย์
- เทรย์ นโยนี
- เคียแรน มอร์ริสัน
- ริโอ งูมูฮา
ผู้จัดการทีม: อาร์เน่ สลอต
นักเตะโดดเด่นฝั่งลิเวอร์พูล
ฟาน ไดจ์ค คุมเกมรับอยู่หมัดและทำประตูชัย, โกนาเต ปัดกวาดหน้ากรอบเขตโทษ, อลิสซอน เซฟสำคัญหลายจังหวะ ขณะที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ คุมจังหวะเกมกลางสนามได้เนียนตา
⚪ ซันเดอร์แลนด์ (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- โรบิน โรฟส์ (7.1)
กองหลัง
- นอร์ดี มูคีเอเล (6.9)
- แดน บัลลาร์ด (6.6)
- โนอาห์ ซาดิกิ (7.1)
- เทรอี ฮูม (กัปตันทีม, 6.6 – ออก 80’)
กองกลาง
- โอมาร์ อัลเดเรเต (6.3 – ออก 80’)
- เอนโซ เลอ เฟ (7.0)
ตัวรุก
- เรอินิลโด มันดาวา (7.2)
- นิลสัน อังกูโล (6.7 – ออก 80%)
- ฮามารี ดียาร์รา (6.9 – ออก 90’)
- ไบรอัน บร็อบบีย์ (5.9)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ลุทชาเรล เกียร์ทรูดา (แทน อัลเดเรเต นาที 80)
- เชมส์ดิน ทัลบี (แทน ฮูม นาที 80)
- โรมเมน มันเดิล (แทน อังกูโล นาที 80)
- วิลสัน อีซิดอร์ (แทน ดียาร์รา นาที 90)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- เมลเกอร์ เอลล์บอร์ก
- เดนนิส เคิร์กกิน
- ลุค โอนีเอน
- คริส ริกก์
- เอลีเซอร์ มายเอนดา
ผู้จัดการทีม: เรชิส์ เลอ บรีส์
นักเตะโดดเด่นฝั่งซันเดอร์แลนด์
มันดาวา สร้างปัญหาทางกราบซ้ายต่อเนื่อง, ซาดิกิ อ่านเกมรับได้ดี ส่วนผู้รักษาประตู โรฟส์ ป้องกันหลายลูกสำคัญไม่ให้ทีมเสียมากกว่าหนึ่งประตู
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ลิเวอร์พูลของสลอตยืนระบบ 4-2-3-1 ที่ยืดหยุ่น เวลาเซ็ตบอลกลายเป็น 3-2-5 โดยเอ็นโดหรือโกเมซหุบเข้ามาข้างในร่วมกับคู่เซ็นเตอร์ ปล่อยโรเบิร์ตสันดันสูงกลายเป็นวิงแบ็ก เน้นขึ้นบอลทางฝั่งซ้ายและปล่อยให้ซาลาห์หาช่องเล่นระหว่างไลน์แนวรับซันเดอร์แลนด์ การเคลื่อนที่สลับตำแหน่งของ กราเฟนแบร์ก – เวียร์ตซ์ – แม็ค อัลลิสเตอร์ ทำให้เจ้าถิ่นตามประกบลำบากและโดนบุกต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากลูกเซ็ตเพลย์และเตะมุมที่กลายเป็นทีเด็ดของเกมนี้
ฝั่งซันเดอร์แลนด์ใช้ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่รูปเกมจริงใกล้เคียง 4-4-2 เวลาไล่เพรส บร็อบบีย์ดันขึ้นไปบีบคู่เซ็นเตอร์ ขณะที่ ดียาร์รา กับ มันดาวา ถอยลงมาเป็นไลน์กองกลางสี่ตัว เป้าหมายคือปิดโซนครึ่งช่องและบีบให้ลิเวอร์พูลไปเล่นด้านข้างมากขึ้น แผนการรับทำได้ดีในครึ่งแรก บีบพื้นที่จนหงส์ต้องลองยิงไกลหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมเข้าสู่ครึ่งหลังและจังหวะวิ่งไล่เริ่มตก ซันเดอร์แลนด์เสียสมาธิในลูกนิ่ง ปล่อยให้ ฟาน ไดจ์ค ขึ้นมาโหม่งโล่งเกินไป ลูกเตะมุมที่ดูเหมือนจังหวะธรรมดา จึงกลายเป็นหมัดน็อกของ “หงส์แดง” ตามสูตรบอลอังกฤษแบบคลาสสิก การเล่นเกมรับของเจ้าถิ่นถือว่ารัดกุม แต่การสwitchเกมรุกสวนกลับยังขาดความคมและการสนับสนุนจากแดนสอง ซึ่งนี่คือจุดที่ต้องแก้หากมองในมุมของการ วิเคราะห์บอล ลึก ๆ

📈 สถิติในสนามบอกอะไร
ตัวเลขหลังเกมชี้ชัดว่าลิเวอร์พูลสมควรเป็นผู้ชนะ พวกเขายิงทั้งสิ้น 22 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ยิงได้เพียง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทีมเยือนครองบอล 56% ต่อ 44% ส่งบอลมากกว่า 434 ต่อ 342 ครั้ง และมีความแม่นยำในการจ่ายถึง 89% สูงกว่าซันเดอร์แลนด์ที่ 86% เตะมุมลิเวอร์พูลกวาดไปถึง 11 ครั้ง ขณะที่เจ้าบ้านได้เพียง 3 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ต้องกลายเป็นประตูที่แฟนแมวดำไม่อยากเห็น นั่นคือการโหม่งของฟาน ไดจ์ค ส่วนเกมที่ค่อนข้างหนักหน่วงสะท้อนจากฟาวล์รวม 18 ครั้ง ใบเหลืองมีเพียงใบเดียวให้กับ เรอินิลโด มันดาวา แสดงให้เห็นว่าผู้ตัดสิน คริส คาวานาฟ คุมอารมณ์เกมได้ดี
⏱ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⚽ นาที 2 ซันเดอร์แลนด์ได้เตะมุมครั้งแรกของเกม แต่แนวรับลิเวอร์พูลช่วยกันเคลียร์ได้
- ⚽ นาที 3 บร็อบบีย์ล้ำหน้า เสียจังหวะสวนกลับของเจ้าถิ่น
- ⚽ นาที 3 ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ไปทำฟาวล์ เอนโซ เลอ เฟ กลางสนาม เกมเริ่มตึง
- ⚽ นาที 6 ลิเวอร์พูลได้เตะมุมครั้งแรกหลังอัลเดเรเตสกัดออกหลัง
- ⚽ นาที 9 โกนาเตลองส่องไกล แต่หลุดกรอบไปไกล
- ⚽ นาที 12 เกมหยุดชั่วคราวจากอาการเจ็บของบร็อบบีย์ ก่อนกลับมาเล่นต่อในนาที 13
- ⚽ นาที 15 โรเบิร์ตสันทำฟาวล์ฮูม ซันเดอร์แลนด์ได้ฟรีคิกด้านขวา
- ⚽ นาที 19 บร็อบบีย์ได้จบกลางกรอบเขตโทษ แต่โดนบล็อกสำคัญ
- ⚽ นาที 21 ลิเวอร์พูลได้เตะมุม เวียร์ตซ์ได้โอกาสยิงแต่ติดบล็อกอีกครั้ง
- ⚽ นาที 23 เอ็นโดทำฟาวล์มันดาวา เป็นสัญญาณว่าหงส์เริ่มเสียจังหวะเพรสซิ่ง
- ⚽ นาที 24 มันดาวาโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าแรงใส่ซาลาห์ ใบเดียวของเกมนี้
- ⚽ นาที 29 กราเฟนแบร์กลองยิงไกล บอลพุ่งแต่ก็ถูกบล็อกโดยแนวรับเจ้าถิ่น
- ⚽ นาที 30 เวียร์ตซ์ได้ยิงเต็มข้อ บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่โรฟส์พุ่งปัดเซฟสวย
- ⚽ นาที 31 ฟาน ไดจ์คได้โหม่งจ่อ ๆ จากลูกเตะมุม แต่บอลข้ามคาน
- ⚽ นาที 32 เอกิติเกส่องไกลบ้าง แต่แนวรับซันเดอร์แลนด์บล็อกไว้
- ⚽ นาที 33 เวียร์ตซ์ซัดด้วยซ้ายบอลชนเสาอย่างจัง หงส์เกือบขึ้นนำ
- ⚽ นาที 34 ซาลาห์กับคักโปมีโอกาสยิงต่อเนื่อง แต่ยังติดบล็อกทั้งหมด
- ⚽ นาที 36 ฟาน ไดจ์คได้ลองยิงจากลูกเซ็ตเพลย์เตะมุมอีกครั้ง ทว่าแนวรับเจ้าถิ่นช่วยกันบล็อกได้ทัน
- ⚽ นาที 38 อลิสซอนโชว์เซฟสองจังหวะติด จากเวียร์ตซ์ที่หลุดเข้าไปทางขวาและลูกซ้ำของอังกูโล
- ⚽ นาที 39 โรเบิร์ตสันและคักโปได้ยิงคนละดอก แต่ยังเจาะตาข่ายไม่เข้า
- ⚽ นาที 44 แม็ค อัลลิสเตอร์ยิงไกล บอลไปติดบล็อกแนวรับ ก่อนจบครึ่งแรกเสมอ 0-0
- ⚽ นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังบุกต่อ ส่วนคักโปถูกจับล้ำหน้าทันทีในจังหวะแทงทะลุช่อง
- ⚽ นาที 50 ฮูมลองส่องไกลให้ซันเดอร์แลนด์ บอลข้ามคาน
- ⚽ นาที 52 เอกิติเกไปทำฟาวล์หนักกลางสนาม เกมเริ่มเดือด
- ⚽ นาที 54 ลิเวอร์พูลบุกกดดันต่อ ได้เตะมุมอีกครั้ง
- ⚽ นาที 55 เอ็นโดและเวียร์ตซ์ได้ส่องคนละจังหวะ แต่ยังติดแนวรับ
- ⚽ นาที 57 บร็อบบีย์ล้ำหน้าอีกครั้ง ทำให้โอกาสสวนกลับของเจ้าถิ่นหลุดลอย
- ⚽ นาที 58 มูคีเอเลเติมขึ้นมายิงมุมแคบ บอลเฉียดเสาออกหลัง
- ⚽ นาที 59-60 ลิเวอร์พูลได้เตะมุมติด ๆ กัน เพิ่มแรงกดดันก่อนประตูสำคัญ
- ⚽ นาที 61 ประตูขึ้นนำของลิเวอร์พูล ซาลาห์เปิดเตะมุมไปเสาแรก ฟาน ไดจ์คโถมโหม่งเต็มหัวส่งบอลเสียบมุมบนสุดสวย ทีมเยือนนำ 1-0
- ⚽ นาที 62 ซันเดอร์แลนด์ได้เตะมุมหวังทวงคืน แต่แนวรับหงส์ยังนิ่ง
- ⚽ นาที 63 อลิสซอนเซฟสำคัญจากจังหวะยิงของอังกูโลและมูคีเอเล
- ⚽ นาที 64 เกมหยุดจากอาการเจ็บของเอ็นโด ก่อนกลับมาเล่นต่อ
- ⚽ นาที 69 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัว ส่งโจ โกเมซลงมารับงานแบ็กขวาแทนเอ็นโด เติมความสดเกมรับ
- ⚽ นาที 71 ซาลาห์และเอกิติเกมีจังหวะยิงติดบล็อกต่อเนื่อง
- ⚽ นาที 72 ฮูมขึ้นมาโหม่งกลางกรอบ แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ
- ⚽ นาที 73 โกนาเตได้ฟรีคิกจากจังหวะปะทะกลางสนาม
- ⚽ นาที 75 ลิเวอร์พูลส่งเคอร์ติส โจนส์แทนคักโป เสริมพลังแดนกลาง
- ⚽ นาที 76 มูคีเอเลได้ยิงมุมแคบอีกครั้ง บอลเฉียดสามเหลี่ยมไปแบบได้ลุ้น
- ⚽ นาที 78 เอกิติเกโหม่งจ่อ ๆ แต่หลุดเสาอย่างน่าเสียดาย
- ⚽ นาที 80 ซันเดอร์แลนด์เปลี่ยนสามตัวรวด ส่งเกียร์ทรูดา, ทัลบี และมันเดิล ลงมาลุ้นเปลี่ยนรูปเกม
- ⚽ นาที 87 เวียร์ตซ์ยิงจากฝั่งขวา บอลลอยข้ามคาน
- ⚽ นาที 88 ลิเวอร์พูลส่งเฟเดริโก เคียซาลงแทนเอกิติเก เติมความสดในเกมโต้กลับ
- ⚽ นาที 91 ทดเวลา 7 นาที เกมยังตึงเครียดทั้งสองฝั่ง
- ⚽ นาที 93 บัลลาร์ดโหม่งจากลูกเซตพีซ บอลเฉียดเสาไปนิดเดียว เกือบตีเสมอให้เจ้าบ้าน
- ⚽ นาที 94 ลิเวอร์พูลได้เตะมุมถ่วงเวลาและเกือบได้จังหวะจบเพิ่ม
- ⚽ นาที 97 ซาลาห์ยิงจากจังหวะสวนกลับ บอลเฉียดเสาออกไป
- ⚽ นาที 98 ซันเดอร์แลนด์ได้ฟรีคิกท้ายเกม ฟาน ไดจ์คใช้ประสบการณ์เรียกฟาวล์ผ่อนเกม ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบ ลิเวอร์พูลบุกชนะ 1-0
🏅 Player of the Match – เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
กัปตันหงส์แดงโชว์ให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมยังเป็นเซ็นเตอร์ที่ไว้ใจได้ที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่ประตูชัยจากลูกเตะมุมเท่านั้น แต่ทั้งเกม ฟาน ไดจ์ค อ่านจังหวะโหม่งเคลียร์ ลูกครอส และลูกกลางอากาศของซันเดอร์แลนด์ได้หมด เก็บบอลสองได้หลายครั้งช่วยให้ทีมตั้งเกมบุกใหม่อย่างรวดเร็ว การยืนตำแหน่งนิ่ง บังคับไลน์กองหลัง และคอยสั่งเพื่อนตลอด 90 นาที ทำให้เรตติ้ง 8.6 สมควรอย่างยิ่งกับตำแหน่ง Player of the Match

📌 สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
สามคะแนนในเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลขยับแต้มขึ้นเป็น 42 คะแนนจาก 26 นัด รั้งอันดับ 6 ตามหลังเชลซีเพียงสองแต้ม และยังมองเห็นโอกาสไล่จี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับกลุ่มท็อปโฟร์ต่อไป หากรักษาฟอร์มคุมเกมแบบนี้ได้เรื่อย ๆ เส้นทางลุ้นตั๋วฟุตบอลยุโรปยังเปิดกว้างเต็มที่
ส่วนซันเดอร์แลนด์ที่แพ้คาบ้านหยุดอยู่ที่ 36 คะแนน จาก 26 นัด รั้งอันดับ 11 ของตาราง ห่างโซนตกชั้นพอสมควรแต่ก็ยังไกลจากพื้นที่ยุโรป ปัญหาคือเกมใหญ่กับทีมแถวบนยังเก็บแต้มไม่ค่อยได้ หากอยากขยับขึ้นครึ่งบนของตารางอย่างถาวร จำเป็นต้องยกระดับความคมในพื้นที่สุดท้ายให้มากกว่านี้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
มองไปข้างหน้าในหน้า โปรแกรมบอล ลิเวอร์พูลยังมีงานชุก นัดต่อไปในพรีเมียร์ลีกต้องบุกเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เกมสำคัญที่ต้องการสามแต้มเพื่อกดดันทีมในกลุ่มหัวตาราง ขณะเดียวกันยังมีภารกิจเอฟเอ คัพ ที่จะเปิดแอนฟิลด์รับมือไบรท์ตัน ซึ่งเป็นแมตช์ที่แฟนหงส์ต้องจับตาอย่างยิ่ง
ฝั่งซันเดอร์แลนด์ โปรแกรมลีกนัดหน้าได้เล่นในบ้านต่ออีกเกมพบฟูแล่ม ก่อนจะยกพลไปเยือนอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ดในถ้วยเอฟเอ คัพ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเรียกความมั่นใจคืนมา และลุ้นเก็บแต้มขยับอันดับใน ตารางบอล ให้ขยับเข้าใกล้โซนบนมากขึ้น
🏠 เช็ก บ้านผลบอล ครบทุกคู่ได้ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่คู่ใหญ่ไปจนถึงคู่ลึก ไม่พลาดสกอร์สดนาทีต่อนาที สถิติหลังเกม และมุมมองเจาะลึกสไตล์นักข่าวสายจัดจ้าน แวะเช็ก บ้านผลบอล พร้อมอ่านบทวิเคราะห์และสรุปหลังเกมมัน ๆ ได้ตลอดที่ บ้านกีฬา เราจะอัปเดตให้คุณรู้ก่อนเพื่อนเสมอ

