คาร์ริคสวนกลับคำวิจารณ์ เดินหน้าทำงานไม่เสียสมาธิ
ไมเคิ่ล คาร์ริค เฮดโค้ชแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่พุ่งใส่เขาจากเหล่ากูรูและอดีตแข้งดัง รวมถึง รอย คีน และ แกรี่ เนวิลล์ หลังพาทีมทำผลงานร้อนแรงต่อเนื่องในลีก พร้อมโฟกัสเต็มร้อยกับภารกิจสำคัญในการบุกเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน พาร์ค วันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้
ช่วงเวลาคุมทัพชั่วคราว แต่ผลงานชัด: ไร้พ่าย 5 เกมลีก
กุนซือชาวอังกฤษวัย 44 ปี ถูกแต่งตั้งเข้ามารับงานแทน รูเบน อโมริม ที่ถูกปลด โดยเซ็นสัญญาคุมทีมไปจนจบฤดูกาลนี้ ก่อนจะทำผลงานสะเทือนวงการทันที ด้วยสถิติ ไร้พ่าย 5 เกมในลีก ชนะ 4 นัดรวด และเสมอ 1 นัด กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ทีมกลับมาดูมีทิศทางและความมั่นใจอีกครั้ง
กระแสคุมถาวรเริ่มมา แต่ตำนานบางคนยังไม่เชื่อ
ผลงานดังกล่าวทำให้เริ่มมีข่าวลือว่า แมนฯ ยูฯ อาจพิจารณาให้คาร์ริคคุมทีมแบบถาวร อย่างไรก็ตาม มีเสียงเตือนจากหลายฝ่ายว่า “อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป” โดยเฉพาะ เนวิลล์ และ คีน ที่มองว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้ยังไม่มีบารมีมากพอจะพา “ปีศาจแดง” กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ในระยะยาว
คาร์ริคชัดเจน: ไม่เสียเวลาแตกหัก โฟกัสทีมเป็นหลัก
คาร์ริคให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี ถึงประเด็นเสียงวิจารณ์และแรงจับตาที่ถาโถมเข้ามา พร้อมยืนยันว่ามันไม่ทำให้เขาเสียสมาธิแม้แต่น้อย
“มันไม่ได้รบกวนผมเลยแม้แต่นิดเดียว พูดจริงๆ ว่าไม่เลย ผมจะไม่ไปมีปัญหาหรือแตกหักกับใครเพราะเรื่องแบบนั้น”
มุมมองผู้นำทีม: เคารพได้-รับได้ และต้องปกป้องนักเตะรุ่นใหม่
คาร์ริคยังพูดถึงแก่นของการทำงานในฐานะโค้ชว่า เรื่องความเคารพคือสิ่งสำคัญไม่แพ้แท็กติกในสนาม พร้อมชี้ว่าฟุตบอลยุคนี้ต่างจากสมัยที่เขาเริ่มต้นอย่างสิ้นเชิง และทีมสตาฟฟ์ต้องช่วยกันดูแลนักเตะ โดยเฉพาะแข้งรุ่นใหม่ที่ต้องรับแรงกดดันจากโลกภายนอกมากกว่าเดิม
“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของความเคารพพอๆ กับเรื่องอื่นๆ และผมก็พร้อมจะให้และรับในจุดนั้น ผมคิดว่าสำหรับนักเตะรุ่นใหม่โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยดูแลและปกป้องพวกเขา โลกตอนนี้มันแตกต่างจากสมัยที่ผมกำลังก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอย่างสิ้นเชิง แต่เราจะทำหน้าที่นั้น และเราจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด”
เกมต่อไปบททดสอบจริง บุกเอฟเวอร์ตันที่กูดิสัน พาร์ค
หลังผ่านช่วงผลงานแรงแบบไม่แพ้ใคร คาร์ริคเตรียมนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามในเกมสำคัญเยือน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน พาร์ค คืนวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะเป็นอีกด่านวัดคุณภาพทั้งเกมรับ ความนิ่ง และการจัดการแรงกดดันของทีมในจังหวะที่กระแสกำลังแรงที่สุด
ติดตามความเคลื่อนไหวแมนยูและข่าวฟุตบอลเข้มข้นได้ที่ บ้านกีฬา
คอบอลไทยที่อยากตามทุกประเด็นร้อนก่อนเกมและอัปเดตสถานการณ์แบบทันจังหวะ อย่าพลาดติดตามข่าวฟุตบอลเข้ม ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

