ระทึกก่อนถึงลำปาง รถด่วนพิเศษหยุดฉุกเฉินกลางทาง
เกิดเหตุสร้างความตกใจให้กับผู้โดยสารบนเส้นทางรถไฟสายเหนือ เมื่อรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ ประสบเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่ากับสถานีนครลำปาง ส่งผลให้ขบวนรถไม่สามารถเดินทางต่อได้ตามปกติ
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บริเวณบ้านหนองห้า ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ใกล้พื้นที่ใต้สะพานลอยกาดเมฆ ขณะที่ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่สถานีนครลำปาง ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่
ขณะเกิดเหตุ พนักงานขับรถสังเกตพบกลุ่มควันผิดปกติ จึงตัดสินใจหยุดขบวนเพื่อตรวจสอบทันที ก่อนพบว่าเครื่องยนต์หลักของรถคันที่ 2 ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณใต้ท้องรถใกล้ล้อด้านขวา เกิดความเสียหายและหลุดตกลงไปติดอยู่บริเวณพื้นหินใต้ราง ทำให้ขบวนไม่สามารถเคลื่อนตัวต่อไปได้

ผู้โดยสารราว 100 คนต้องขนสัมภาระลงจากรถไฟ
หลังขบวนหยุดนิ่ง ผู้โดยสารจำนวนมากต้องทยอยนำสัมภาระลงจากรถไฟ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวก ท่ามกลางความกังวลของผู้โดยสารที่ไม่ทราบในช่วงแรกว่าจะสามารถเดินทางต่อได้เมื่อใด
ภาพประชาชนจำนวนมากถือกระเป๋าและสัมภาระออกจากขบวนรถ สร้างความสนใจให้กับผู้ใช้เส้นทางบริเวณใกล้เคียง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งจัดระบบขนย้ายเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารต้องติดค้างอยู่กลางทางเป็นเวลานาน
กองจัดการเดินรถเขต 3 สายเหนือ ได้จัดรถยนต์รับส่งผู้โดยสารออกจากจุดเกิดเหตุ โดยกระจายการเดินทางไปยังสถานีนครลำปาง สถานีขุนตาน สถานีลำพูน และสถานีเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายตามแผน โดยรถรับส่งชุดแรกออกจากพื้นที่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.
รายงานระบุว่ามีผู้โดยสารได้รับผลกระทบราว 100 คน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้
เครื่องยนต์น้ำหนักมากติดอยู่ใต้ราง กู้ขบวนนานกว่า 4 ชั่วโมง
ภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่คือการนำเครื่องยนต์ที่หลุดออกจากใต้ท้องรถขึ้นจากบริเวณราง เนื่องจากชิ้นส่วนมีน้ำหนักมากและตกลงไปติดอยู่กับพื้นหิน ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนขบวนรถออกจากจุดเกิดเหตุได้ทันที
ทีมช่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแม่แรง รอก โซ่ และอุปกรณ์เฉพาะทางเข้าดำเนินการ โดยต้องค่อย ๆ ดึงและถอดเครื่องยนต์ออกอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมทั้งต่อตัวรถและระบบราง
การดำเนินงานใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถนำเครื่องยนต์ที่เสียหายออกได้ และเคลื่อนขบวนรถเข้าสู่สถานีนครลำปางในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เพื่อดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมต่อไป
รถคันกลางเกิดปัญหา เตรียมนำเครื่องยนต์ส่งตรวจสอบ
รถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 เป็นรถดีเซลรางปรับอากาศที่ให้บริการในเส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ โดยขบวนที่เกิดเหตุมีรถพ่วงทั้งหมด 3 คัน ส่วนเครื่องยนต์ที่เกิดปัญหาอยู่ในรถคันที่ 2 ซึ่งเป็นรถคันกลางของขบวน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ฝาครอบบริเวณเครื่องยนต์เกิดความเสียหาย ขณะที่ตัวเครื่องยนต์หลุดลงไปอยู่บริเวณพื้นราง เจ้าหน้าที่จึงต้องถอดชิ้นส่วนดังกล่าวออก เพื่อนำไปตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม สาเหตุเชิงลึกที่ทำให้เครื่องยนต์หลุดยังต้องรอผลการตรวจสอบทางเทคนิค ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากชิ้นส่วนใดหรือความบกพร่องในส่วนใด จนกว่าจะมีข้อมูลจากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
มีรายงานว่ารถดีเซลรางรุ่นที่ใช้งานในขบวนดังกล่าวมีอายุการให้บริการมานานกว่า 40 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้จึงทำให้ประเด็นการตรวจสอบสภาพรถ การบำรุงรักษาชิ้นส่วนใต้ท้องรถ และการปรับปรุงขบวนรถโดยสารกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
ขบวนรถสายเหนือบางเที่ยวได้รับผลกระทบ
เนื่องจากขบวนรถที่เกิดเหตุจอดขวางอยู่บนเส้นทาง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำเครื่องยนต์ออกและเคลื่อนรถเข้าสู่สถานีโดยเร็ว เพื่อเปิดทางให้ขบวนรถเที่ยวอื่นสามารถเดินทางผ่านได้
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รถด่วนขบวนที่ 52 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ และรถด่วนพิเศษขบวนที่ 14 ต้องปรับเวลาเดินทาง ขณะที่รถด่วนพิเศษอุตรวิถีขบวนที่ 10 สามารถเดินทางได้ตามปกติหลังเส้นทางได้รับการจัดการแล้ว
การหยุดเดินรถแม้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียวอาจส่งผลต่อขบวนอื่นที่ใช้รางเส้นทางเดียวกัน เพราะการเดินรถไฟต้องควบคุมระยะห่างและจัดลำดับการผ่านของแต่ละขบวนอย่างรัดกุม การเปิดเส้นทางให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยจึงมีความสำคัญมากกว่าการเร่งเดินรถโดยที่การตรวจสอบยังไม่เสร็จสมบูรณ์
เหตุใดการตรวจสภาพชิ้นส่วนใต้ท้องรถจึงสำคัญ
รถดีเซลรางแตกต่างจากขบวนที่ใช้หัวรถจักรลาก เนื่องจากระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์หลายส่วนติดตั้งอยู่กับตัวรถ การตรวจสอบเครื่องยนต์ จุดยึด นอต สลัก ฝาครอบ ระบบส่งกำลัง และชิ้นส่วนบริเวณใต้ท้องรถจึงเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ
แรงสั่นสะเทือนจากการเดินรถต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ น้ำหนักบรรทุก และอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาประเมินระหว่างการบำรุงรักษา โดยเฉพาะรถที่ให้บริการในเส้นทางระยะไกลและเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมง
การตรวจพบเสียงผิดปกติ กลิ่นไหม้ ควัน การสั่นสะเทือน หรือของเหลวรั่วก่อนออกเดินทาง อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขความผิดปกติได้ก่อนเกิดเหตุระหว่างทาง ขณะเดียวกัน การตรวจตามระยะและการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามเกณฑ์ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของระบบขนส่งทางราง

ผู้โดยสารควรทำอย่างไรเมื่อรถไฟขัดข้องกลางทาง
เมื่อรถไฟหยุดฉุกเฉิน ผู้โดยสารควรตั้งสติและติดตามประกาศจากพนักงานประจำขบวน ไม่ควรเปิดประตู ลงจากรถ หรือเดินบนรางด้วยตนเอง เพราะพื้นที่ข้างทางอาจมีพื้นต่างระดับ หินราง สิ่งกีดขวาง หรือมีขบวนรถอื่นใช้เส้นทางใกล้เคียง
หากเจ้าหน้าที่แจ้งให้ย้ายออกจากขบวน ควรนำเฉพาะสัมภาระที่จำเป็น เคลื่อนตัวตามเส้นทางที่กำหนด และช่วยเปิดทางให้เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวออกจากพื้นที่ก่อน
ผู้โดยสารควรเก็บบัตรโดยสาร หลักฐานการเดินทาง และติดตามประกาศจากช่องทางทางการ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนรถ จัดรถรับส่ง ปรับเวลาเดินทาง หรือเปลี่ยนจุดขึ้นลงตามสถานการณ์
เหตุระทึกที่จบลงโดยผู้โดยสารเดินทางต่อได้
แม้เหตุเครื่องยนต์หลุดตกคารางจะสร้างความตกใจและทำให้การเดินทางของรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 ต้องหยุดชะงัก แต่การตัดสินใจหยุดรถหลังพบควันผิดปกติ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
การจัดรถรับส่งผู้โดยสาร การระดมทีมช่างเข้ากู้เครื่องยนต์ และการเร่งเปิดเส้นทาง ช่วยลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและขบวนรถเที่ยวอื่น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าการตรวจสอบสภาพรถ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการสื่อสารกับผู้โดยสารในภาวะฉุกเฉิน ต้องได้รับความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

