
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เรอัล มาดริด 2-1 เบนฟิก้า วันนี้ 26/2/69 – บ้านกีฬา
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟเลกสองที่ซานติอาโก เบร์นาเบว จบลงด้วยชัยชนะของ เรอัล มาดริด ที่เปิดบ้านพลิกแซง เบนฟิก้า 2-1 สกอร์รวมสองนัด 3-1 ทะยานเข้ารอบต่อไปแบบหายใจโล่ง ขณะที่ฝั่งทีมเยือนต้องกลับลิสบอนด้วยความเสียดาย บ้านกีฬาเปิด ผลบอลสด เช็กกันนาทีต่อนาที บอกเลยว่าเกมนี้มีทั้งความมัน ความเสียว และความกดดันครบทุกอารมณ์
ครึ่งแรก เบนฟิก้าชิงนำก่อน มาดริดสวนทันควัน
เสียงนกหวีดเริ่มเกมมาตรฐานบอลใหญ่ แทบไม่มีช่วงจับจังหวะ ทั้งสองทีมแลกหมัดกันตั้งแต่นาทีแรก เบนฟิก้าได้ลองส่องไกลก่อนจากริชาร์ด รีออส นาทีที่ 3 บอลโดนบล็อกออกหลังตามมาด้วยเตะมุม นาทีที่ 5 เลอันโดร บาร์เรยโร โหม่งมุมแคบให้กูร์กตัวส์ต้องบินปัด ก่อนราฟาจะซ้ำแต่ยังไม่ผ่านมือจอมหนึบเบลเยียม
มาดริดตอบโต้ทันที นาทีที่ 6 วินิซิอุส จูเนียร์ ลากหักเข้าซ้ายยิงเฉียดเสาให้กองเชียร์ได้ลุ้น นาทีที่ 10 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกทางซ้ายจากจังหวะที่เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้าโดนทำฟาวล์ ก่อนที่จังหวะปะทะในแดนกลางจะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ
และแล้วนาทีที่ 14 กองเชียร์ทีมเยือนเฮสนั่น เบนฟิก้าได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อราฟา ซิลวา โฉบยิงจ่อๆ กลางประตูไม่พลาด ส่งบอลผ่านกูร์กตัวส์เข้าไปอย่างเฉียบคม มาดริดยังไม่ทันตั้งตัวก็ตามหลังคาบ้าน
แต่ดีเอ็นเอราชันชุดขาวไม่เคยยอมง่าย นาทีที่ 16 เจ้าถิ่นไล่ตีเสมอ 1-1 ทันที เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ จ่ายบอลเข้าแดนหน้าให้โอเรลียง ชูอาเมนี ตั้งป้อมกดด้วยขวากลางกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมล่างขวาแบบหมดจด ทำให้เกมกลับมาเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น
หลังจากนั้นทั้งสองทีมยังเดินหน้าแลกหมัด นาทีที่ 22 ปาฟลิดิสมีลุ้นยิงจ่อๆ แต่หลุดกรอบ นาทีที่ 24 กามาวิงก้าและวินิซิอุสผลัดกันลองไกล แต่ทราบินยังเซฟช่วยเบนฟิก้าไว้ได้ นาทีที่ 32 อาร์ดา กูเลอร์ ส่งบอลตุงตาข่ายให้มาดริดเหมือนจะขึ้นนำ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ก่อน VAR ยืนยันไม่ให้ประตู นาทีที่ 35 รีชาร์ด รีออส โดนใบเหลืองจากจังหวะตัดเกม และยังมีโอกาสยิงอีกครั้งในนาทีที่ 38 แต่กูร์กตัวส์ก็ยังหนึบเหมือนเดิม
ท้ายครึ่งแรก มาดริดโหมบุกต่อเนื่อง ได้เตะมุมหลายครั้ง กูเลอร์มีจังหวะยิงแต่โดนบล็อก จบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ 1-1 เกมเปิดแลกหนักสมศักดิ์ศรีบอลถ้วยใหญ่ยุโรป
ครึ่งหลัง วินิซิอุสปิดบัญชี ดราม่าทด 9 นาที
ครึ่งหลังเปิดฉาก มาดริดยังยืนพื้นบุกใส่ นาทีที่ 47 วัลเวร์เด้สอดมายิงจากกลางกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาแบบได้เสียว เบนฟิก้าตอบโต้ด้วยเกมสวนกลับ นาทีที่ 51 นิโกลัส โอตาเมนดีโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าบอลหนักใส่แนวรุกเจ้าถิ่น นาทีที่ 53 ราอูล อาเซนซิโอ โหม่งข้ามคานจากลูกเตะมุมแบบน่าได้
นาทีที่ 57 อาเซนซิโอเป็นฝ่ายโดนใบเหลืองบ้างจากจังหวะฟาวล์หนัก เกมเริ่มมีความดุเดือดทางแท็กติกและอารมณ์ เบนฟิก้าช่วงนาที 60-70 บุกกดดันอยู่พักใหญ่ ยิงติดบล็อกสองสามจังหวะติดกัน นาทีที่ 68 ได้เตะมุมเพิ่ม ปาฟลิดิสลองส่องไกลแต่แนวรับมาดริดช่วยกันบังได้
นาทีที่ 70 รีชาร์ด รีออสได้โหม่งในกรอบเขตโทษอีกครั้งแต่ยังไม่ผ่านบล็อก ก่อนที่อันเชล็อตติจะขยับหมากสำคัญ นาทีที่ 77 ส่งฟรังโก มัสตันตัวโน และดาวิด อลาบา ลงมาเพิ่มมิติทั้งเกมรุกและเกมรับ
ผลของการปรับเกมมาส่งผลในช่วงสำคัญ นาทีที่ 80 มาดริดสวนกลับเร็ว วัลเวร์เด้ทะลุขึ้นมาก่อนแทงให้วินิซิอุสหลุดเข้าไปยิงด้วยขวาเสียบมุมล่างขวาอย่างเยือกเย็น เจ้าถิ่นพลิกนำ 2-1 สนามเดือดแบบแทบระเบิด
เบนฟิก้ายังไม่ยอม นาทีที่ 82 ราฟาได้ยิงจ่อๆ ในกรอบ แต่บอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 84-85 ทั้งสองทีมทยอยเปลี่ยนตัวเติมความสดเข้าสนาม ฝั่งมาดริดสลับเอากูเลอร์และการ์เซียออก ขณะที่เบนฟิก้าขยับแดนกลางและริมเส้นหวังทิ้งไพ่ใบสุดท้าย
ช่วงทดเวลา 9 นาที เกมยังอัดแน่นด้วยความกดดัน นาทีที่ 90 อัลบาโร การ์เรราส ลองยิงจากด้านซ้ายหลุดเสาไปนิดเดียว นาทีที่ 96 เซซาร์ ปาลาซิออสโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ ก่อนที่เบนฟิก้าจะได้ฟรีคิกท้ายเกมนาทีที่ 97 แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน บ้านของราชันชุดขาวระเบิดเสียงเฮ เรอัล มาดริดชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 3-1

รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
เรอัล มาดริด
ผู้รักษาประตู
- ธิโบต์ กูร์กตัวส์ 6.9
กองหลัง
- อัลบาโร การ์เรราส 7.2
- อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 6.9
- เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ 6.4
กองกลาง
- เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า 7.1
- โอเรลียง ชูอาเมนี 7.8
- เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ 7.7 (กัปตันทีม)
- ราอูล อาเซนซิโอ 6.1
- อาร์ดา กูเลอร์ 6.9
กองหน้า
- วินิซิอุส จูเนียร์ 8.1
- กาบรีเอล การ์เซีย 6.5
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ดาวิด อลาบา 6.8 ลงแทน กามาวิงก้า นาที 77
- ฟรังโก มัสตันตัวโน 6.3 ลงแทน อาเซนซิโอ นาที 77
- เซซาร์ ปาลาซิออส 6.3 ลงแทน กูเลอร์ นาที 84
- ติอาโก ปิทาร์ช 6.5 ลงแทน การ์เซีย นาที 84
- ฟราน การ์เซีย 6.7 ลงแทน การ์เรราส นาที 90
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน
อันดรีย์ ลูนิน, ฟราน กอนซาเลซ, ดาเนียล การ์บาฆาล, แฟร์ล็องด์ เมนดี้, บราฮิม ดิอาซ, ฮอร์เก เซสเตโร, มานูเอล อังเคล มอรัน
เบนฟิก้า
ผู้รักษาประตู
- อานาโตลี ทราบิน 5.9
กองหลัง
- ซิมอน ดาห์ล 6.6
- นิโกลัส โอตาเมนดี 6.8 (กัปตันทีม)
- โทมัส อเราโฮ 6.7
- อาเมียร์ เดดิช 6.0
กองกลาง
- ริชาร์ด รีออส 6.8
- เฟรดริก อาอูร์สเนส 6.7
- เลอันโดร บาร์เรยโร 6.2
ตัวรุก
- ราฟา ซิลวา 6.8
- อันเดรียส เชลเยเดรอุป 7.0
- วานดาลิส ปาฟลิดิส 5.9
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เอนโซ บาเรเนเชอา 6.7 ลงแทน อาอูร์สเนส นาที 85
- ฟรันโย อิวาโนวิช 6.6 ลงแทน เชลเยเดรอุป นาที 85
- ซิดนี โลเปส กาบราล 7.0 ลงแทน บาร์เรยโร นาที 90+1
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งาน
ดิโอโก แฟร์เรย์รา, ซามูเอล ซัวเรส, อันโตนิโอ ซิลวา, อเล็กซานเดอร์ บาห์, โชเซ เนโต้, จอร์จี ซูดาโคฟ, โดดี ลูเคบากิโอ, มานูเอล ซิลวา, อานีซิโอ กาบราล
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้คือบทเรียนเชิงแท็กติกที่ชัดเจนของคำว่า “คุมพื้นที่ให้ดีกว่าคุมบอล” ในมุมมองของ บ้านกีฬา การจัดทัพของราชันชุดขาวออกมาในระบบ 4-4-2 ที่ปรับยืดหยุ่นเป็น 4-3-3 เมื่อครองบอล วินิซิอุสถ่างไปด้านซ้าย กูเลอร์หุบเข้ากลาง เปิดทางให้ฟูลแบ็กเติมสูงจากสองฝั่ง ทำให้ช่องว่างระหว่างไลน์กลางกับแนวรับของเบนฟิก้าโดนเจาะซ้ำๆ การเคลื่อนที่ของวัลเวร์เด้กับชูอาเมนีช่วยกันซ้อนตำแหน่งและสลับกันพุ่งขึ้นไปยิงจากแถวสอง จังหวะตีเสมอก็เกิดจากการหาช่องตรงกลางได้เนียนกริบ ซึ่งคือภาพชัดของการออกแบบเกมรุกตามตำราระดับสูง เรียกได้ว่าเป็นงาน วิเคราะห์บอล ที่โค้ชฝั่งตรงข้ามต้องกลับไปดูเทปกันยาวๆ
ในเกมรับ มาดริดอาจดูหลวมเล็กน้อยช่วงต้น โดยเฉพาะการรับมือกับการวิ่งสอดของราฟาและเชลเยเดรอุป แต่หลังจากได้ประตูตีเสมอ แนวรับเริ่มรัดกุมขึ้น การยืนโซนหน้าเขตโทษลดพื้นที่ให้ปาฟลิดิสเล่นง่ายๆ ไม่ได้อีกต่อไป รือดิเกอร์ชนะดวลลูกกลางอากาศหลายครั้ง ส่วนกูร์กตัวส์ยังคงเป็นกำแพงสุดท้ายที่ไว้ใจได้
ด้านเบนฟิก้าของซูเปอร์ลีกาโปรตุเกสยืนระบบ 4-2-3-1 เน้นเก็บบอลโต้กลับผ่านสามประสานริมเส้น บาร์เรยโร ราฟา และเชลเยเดรอุป การขึ้นเกมฝั่งซ้ายทำได้ดีมากในครึ่งแรก รีออสคอยสอดเติมขึ้นมาเป็นตัวจบสกอร์บ่อยครั้ง แต่ปัญหาคือการตัดสินใจจังหวะสุดท้ายที่ไม่เฉียบคม บวกกับปาฟลิดิสที่เงียบเกินไปเพราะโดนเซ็นเตอร์มาดริดประกบติดหนึบ
เกมรับของเบนฟิก้าหลังโดนตีเสมอเริ่มมีรูรั่ว แนวรับกับแดนกลางห่างกันบ่อย วัลเวร์เด้และกามาวิงก้าจึงมีพื้นที่พาบอลเข้าไลน์สุดท้ายได้เรื่อยๆ ช่วงท้ายเกมเมื่อเบนฟิก้าดันไลน์สูงหันมาเล่นเสี่ยงเพื่อเอาประตู เกมสวนกลับของมาดริดจึงยิ่งโหด และจังหวะที่ปล่อยให้วินิซิอุสหลุดเดี่ยวไปยิงเป็นผลพวงจากการยืนไลน์สูงเกินตัวอย่างชัดเจน

สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมยืนยันภาพที่เราเห็นในสนาม มาดริดครองบอลมากกว่าชัดเจนถึง 62 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 38 เปอร์เซ็นต์ของเบนฟิก้า ส่งบอลสำเร็จ 573 ครั้ง ด้วยความแม่นยำ 92 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีมเยือนส่งบอล 389 ครั้ง ความแม่นยำ 89 เปอร์เซ็นต์ แปลว่ารูปเกมอยู่ในกำมือเจ้าถิ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่เบนฟิก้าก็ไม่ได้ถอยไปจอดบัส ยิงทั้งหมด 8 ครั้ง เทียบกับมาดริด 12 ครั้ง ตัวเลขยิงเข้ากรอบเท่ากัน 4 ต่อ 4 แสดงให้เห็นว่าโอกาสจะแจ้งไม่ได้ต่างกันมากนัก
เรื่องเกมหนักก็เดือดไม่แพ้กัน มาดริดทำฟาวล์ 16 ครั้ง ส่วนเบนฟิก้า 12 ครั้ง ใบเหลืองทีมละ 2 ใบ เกมไม่มีใบแดง แต่ความเข้มข้นแทบไม่ลดลงเลย น่าสังเกตว่ามาดริดล้ำหน้า 2 ครั้ง ขณะที่เบนฟิก้าไม่โดนจับล้ำหน้าเลย แสดงให้เห็นถึงการดีดไลน์กับจังหวะวิ่งทำทางที่ต้องจูนกันต่อไปในฝั่งเจ้าถิ่น ด้านลูกนิ่ง เบนฟิก้าได้เตะมุมถึง 7 ครั้ง มากกว่ามาดริดที่ได้เพียง 4 ครั้ง แต่กลับเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้ นี่คือจุดต่างสำคัญของเกมยุโรประดับนี้ โอกาสที่ไม่ถูกลงโทษย้อนกลับมาเป็นประตูโดนยิงแทน
เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 14 ราฟา ซิลวา ยิงให้เบนฟิก้าบุกนำ 1-0
- ⚽ นาทีที่ 16 โอเรลียง ชูอาเมนี ซัดไกลตีเสมอให้เรอัล มาดริด 1-1 จากการจ่ายของวัลเวร์เด้
- ⚽ นาทีที่ 32 อาร์ดา กูเลอร์ยิงเข้า แต่โดนจับล้ำหน้า ก่อน VAR ยืนยันไม่ให้ประตู
- 🟨 นาทีที่ 35 ริชาร์ด รีออส รับใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์กลางสนาม
- 🟨 นาทีที่ 51 นิโกลัส โอตาเมนดี โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนัก
- 🟨 นาทีที่ 57 ราอูล อาเซนซิโอ รับใบเหลืองหลังเข้าสกัดรุนแรง
- ⚽ นาทีที่ 80 วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดไปยิงให้ราชันชุดขาวพลิกนำ 2-1 จากจังหวะสวนกลับและแอสซิสต์ของวัลเวร์เด้
- 🟨 นาทีที่ 96 เซซาร์ ปาลาซิออส โดนใบเหลืองช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
- ⏱ นาทีที่ 97 เบนฟิก้าได้ฟรีคิกท้ายเกมแต่ไม่สามารถตีเสมอ ทำให้จบสกอร์ที่ 2-1
Player of the match
พระเอกของค่ำคืนนี้หนีไม่พ้น วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกซ้ายบราซิลที่ลากเลื้อยกระชากแนวรับเบนฟิก้าจนหัวหมุน ได้คะแนนสูงสุดในสนามที่ 8.1 นอกจากประตูชัยนาทีที่ 80 แล้ว เขายังเป็นจุดเริ่มเกือบทุกจังหวะอันตรายของมาดริด ทั้งการเลี้ยงกินตัวหนึ่งต่อหนึ่ง การดึงกองหลังออกจากพื้นที่เพื่อเปิดช่องให้กองกลางสอดขึ้นมายิง รวมถึงการไล่บีบตั้งแต่แดนหน้า บ้านกีฬามองว่านี่คือฟอร์มการเล่นแบบครบเครื่องทั้งรุกและรับ สมศักดิ์ศรีตำแหน่ง Player of the match อย่างแท้จริง
สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และผลกระทบต่อซีซั่น
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ เรอัล มาดริด ปิดดีลผ่านเบนฟิก้าด้วยสกอร์รวม 3-1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไปในถ้วยบิ๊กเอียร์แบบมั่นหน้า โอกาสลุ้นถ้วยยุโรปอีกสมัยยังเปิดกว้างเต็มที่ ขณะที่ฝั่ง เบนฟิก้า ต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบนี้ หันไปโฟกัสการลุ้นแชมป์ภายในประเทศแทน ในมุมของแฟนสายเช็กผลแบบ บ้านผลบอล เกมนี้ตอกย้ำว่ามาดริดยังเป็นหนึ่งในทีมเต็งของทวีป เมื่อไหร่ที่พวกเขาต้องเล่นเกมใหญ่ในเบร์นาเบว ความกดดันมักกลายเป็นพลังบวกให้ทีมเสมอ
สำหรับภาพรวมทั้งซีซั่น ผลงานในถ้วยยุโรปที่ยังไปได้สวยช่วยเสริมความมั่นใจให้มาดริดในลาลีกา ส่วนเบนฟิก้าแม้ตกรอบยุโรป แต่การได้วัดระดับกับยักษ์ใหญ่แบบนี้ก็ถือเป็นประสบการณ์สำคัญ ที่จะนำไปต่อยอดในลีกโปรตุเกสและซีซั่นหน้าในเวทียุโรปอีกครั้ง
ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไปของเรอัล มาดริดและเบนฟิก้า
หลังจบศึกยุโรป โปรแกรมในประเทศยังแน่นปึ้ก ทั้งสองทีมต้องรีบหันสมาธิกลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ลีกของตัวเอง แฟนบอลที่ชอบเช็ก โปรแกรมบอล ล่วงหน้าไม่ควรพลาด
ฝั่งเรอัล มาดริดในลาลีกา มีคิวเปิดบ้านรับเกตาเฟ วันที่ 3 มีนาคม เวลา 03.00 น. ต่อด้วยบุกเยือนเซลตา บีโก วันที่ 8 มีนาคม เวลา 03.00 น. และกลับมาเล่นในบ้านอีกครั้งพบเอลเช่ วันที่ 15 มีนาคม เวลา 03.00 น. สามเกมติดที่ต้องเก็บแต้มให้ได้หากอยากคุมสถานการณ์ลุ้นแชมป์ลีกแบบเบ็ดเสร็จ
ส่วนเบนฟิก้าใน Liga Portugal Betclic ต้องออกไปเยือนกิล วิเซนเต้ วันที่ 3 มีนาคม เวลา 03.15 น. ก่อนกลับมาเปิดบ้านบิ๊กแมตช์ชนปอร์โต วันที่ 8 มีนาคม เวลา 18.00 น. แล้วไปเยือนอารูกา วันที่ 15 มีนาคม เวลา 18.00 น. สามนัดนี้คือช่วงเวลาชี้ชะตาการลุ้นตำแหน่งบนหัวตารางของพวกเขา หากพลาดสะดุดอีกครั้ง อาจโดนคู่แข่งแซงหน้าได้ทุกเมื่อ
ติดตามบ้านผลบอลได้ที่ บ้านกีฬา
ใครที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของโลกฟุตบอล ทั้งถ้วยยุโรปและลีกใหญ่ลีกเล็ก บ้านกีฬาขอชวนให้ตามเช็ก บ้านผลบอล สดใหม่ตลอดทั้งคืน ทั้งสกอร์อัปเดตนาทีต่อนาที สถิติเกม ฟอร์มทีม และบทวิเคราะห์จัดเต็มแบบสายฮาร์ดคอร์ แฟนบอลจะได้รู้ทันทุกกระแส ไม่ว่าจะเป็นเกมใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือแมตช์กลางสัปดาห์ที่หลายคนมองข้าม บ้านกีฬาพร้อมอยู่ข้างโต๊ะทีวีของคุณทุกคืนบอลเตะ

