ศึก ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ใหญ่กว่าทุกสมัย ทั้งจำนวนทีมที่เพิ่มเป็น 48 ชาติ และการจัดร่วมกัน 3 ประเทศ ทำให้การแข่งขันรอบนี้ไม่ได้มีแค่ทีมเต็งแชมป์ แต่ยังเต็มไปด้วยม้ามืดและทีมน้องใหม่ที่พร้อมสร้างเรื่องใหญ่ได้ทุกเมื่อ จากภาพรวมทั้งหมด มีหลายชาติที่น่าจับตาตั้งแต่นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม
กลุ่มตัวเต็งแชมป์ที่พร้อมลุยลึก
อาร์เจนตินา
แชมป์เก่ายังอันตรายเหมือนเดิม ด้วยแกนหลักมากประสบการณ์และความเก๋าของ ลิโอเนล เมสซี่ รวมถึงระบบทีมของ ลิโอเนล สคาโลนี่ ที่พิสูจน์มาแล้วในรายการใหญ่
บราซิล
ขุมกำลังแน่นทุกตำแหน่ง และการได้ คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาคุมทัพ ทำให้บราซิลดูมีทรงมากขึ้น โดยเฉพาะเกมรุกที่มี วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นหัวหอกสำคัญ
อังกฤษ
ทีมชุดนี้เต็มไปด้วยคุณภาพ ทั้ง เคน, เบลลิงแฮม, ซาก้า และ โคล พาลเมอร์ แถมมี โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาเติมความเขี้ยวในเกมใหญ่
ฝรั่งเศส
ยังเป็นทีมที่น่ากลัวเสมอในเวทีนี้ เมื่อมีทั้ง เอ็มบัปเป้ และ เดมเบเล่ เป็นตัวชูโรง พร้อมประสบการณ์จากการเข้าชิงบอลโลกหนล่าสุด
สเปน และ โปรตุเกส
สเปนมาแบบสดจัดและเร็วจัดจากกลุ่มดาวรุ่งฝีเท้าจัดจ้าน ส่วนโปรตุเกสยังมีทีเด็ดจากขุมกำลังแน่นและประสบการณ์ของนักเตะระดับท็อป
กลุ่มม้ามืดที่มีสิทธิ์ล้มยักษ์
โคลอมเบีย
ฟอร์มรอบคัดเลือกแข็งมาก เกมรุกมีความเร็วและความมั่นใจ พร้อมเป็นทีมที่สร้างปัญหาให้บรรดาตัวเต็งได้แน่
โมร็อกโก
หลังจากแจ้งเกิดเต็มตัวในบอลโลกหนก่อน โมร็อกโกยังเป็นทีมที่เกมรับเหนียวและสวนกลับเจ็บ โดยมี ฮาคิมี่ เป็นอาวุธหลัก
นอร์เวย์ และ เยอรมนี
นอร์เวย์มีทั้ง ฮาแลนด์ และ โอเดการ์ด ที่ยกระดับทีมได้ทันที ขณะที่เยอรมนียังเป็นชื่อที่ห้ามประมาท แม้ช่วงหลังจะไม่เปรี้ยงเหมือนอดีต
เจ้าภาพที่ถูกจับตาทุกฝีก้าว
สหรัฐอเมริกา
เล่นในบ้านด้วยทีมชุดที่หลายคนมองว่าเก่งที่สุดของพวกเขา แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าไปได้ไกลแค่ไหนในเกมน็อคเอาท์
เม็กซิโก
แรงกดดันมหาศาล เพราะเล่นต่อหน้าแฟนตัวเอง และผลงานต้องดีกว่าครั้งก่อนให้ได้
แคนาดา
ทีมพลังหนุ่มที่มีความเร็วและความกล้า หากคุมอารมณ์ได้ดี มีสิทธิ์ทะลุรอบลึกพอตัว
ทีมแกร่งที่พร้อมสอดแทรก
เบลเยียม, โครเอเชีย, อุรุกวัย, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น คือกลุ่มทีมที่อาจไม่ถูกยกเป็นเต็งหนึ่ง แต่ศักยภาพดีพอจะไปไกล ถ้าจับจังหวะทัวร์นาเมนต์ได้เร็ว
ทีมน้องใหม่และทีมเซอร์ไพรส์
เคปเวิร์ด, จอร์แดน, อุซเบกิสถาน และคูราเซา คือชื่อที่เพิ่มสีสันให้บอลโลก 2026 แม้จะเป็นรองเรื่องประสบการณ์ แต่เวทีแบบนี้มักมีทีมที่โผล่มาพลิกความคาดหมายเสมอ
ภาพรวมก่อนระเบิดศึก
ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม และมีการแข่งขันรวม 104 นัด นี่คือทัวร์นาเมนต์ที่ความต่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมรองอาจแคบลงกว่าที่คิด เพราะแต่ละชาติขนของดีมาเต็มกันหมด
มองเกมยาวก่อนเปิดฉาก
จากภาพรวมทั้งหมด ทีมอย่าง อาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, บราซิล และสเปน ยังถูกมองว่าเป็นตัวเต็งแชมป์ แต่เสน่ห์ของบอลโลกอยู่ตรงที่ทีมอย่าง โมร็อกโก, โคลอมเบีย หรือแม้แต่เจ้าภาพบางชาติ อาจเขย่าเส้นทางลุ้นแชมป์ให้ปั่นป่วนตั้งแต่รอบแรก
แฟนบอลที่อยากตามทุกความเคลื่อนไหวของ ฟุตบอลโลก 2026 ตารางบอลวันนี้ ผลบอลสด และบทวิเคราะห์ก่อนเกมหลังเกมแบบเข้มข้น ติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

