ปรเมศย์หมดสัญญายืมตัว เตรียมกลับเมืองทอง ยูไนเต็ด
จูบิโล่ อิวาตะ สโมสรในศึกฟุตบอลเมจิ ยาสึดะ J2/J3 ฤดูกาลวิสัยทัศน์ลีก 100 ปี โซนตะวันออก B ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร ยืนยันการปล่อยตัว ปรเมศย์ อาจวิไล กองหน้าชาวไทยวัย 27 ปี กลับคืนสู่ เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังสิ้นสุดสัญญายืมตัวกับทีมดังแห่งลีกอาชีพญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย
การย้ายไปค้าแข้งในแดนอาทิตย์อุทัยครั้งนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญของ “เจ้าฟร้องซ์” บนเส้นทางลูกหนังอาชีพ โดยเฉพาะการได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลญี่ปุ่น ทั้งระบบการฝึกซ้อม วินัยในทีม และบรรยากาศการแข่งขันที่แตกต่างจากไทยลีกอย่างชัดเจน
เจ้าฟร้องซ์เปิดใจ ขอบคุณจูบิโล่จากก้นบึ้งหัวใจ
หลังการแยกทางอย่างเป็นทางการ ปรเมศย์ได้กล่าวอำลาสโมสรผ่านช่องทางของจูบิโล่ อิวาตะ ด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความผูกพัน โดยระบุว่า
“ผมขอบคุณจูบิโล่ อิวาตะอย่างสุดซึ้งที่ไว้วางใจและให้โอกาส รวมทั้งต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีม โค้ช ทีมงาน และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสนับสนุนเสมอ ช่วงเวลาที่ผมใช้ที่จูบิโล่ อิวาตะ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่อาจทดแทนได้ และมีค่าสำหรับตัวผม ผมจะไม่มีวันลืมความทรงจำที่นี่อย่างแน่นอน”
และยังกล่าวถึงแฟนบอลจูบิโล่ที่คอยให้กำลังใจอย่างอบอุ่นว่า
“และเหนือสิ่งอื่นใด ถึงแฟนบอลจูบิโล่ที่ยังคงเชียร์ผมในสนาม ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ผมขอบคุณมาก การสนับสนุนอันอบอุ่นที่ผมได้รับจากพวกคุณทุกคนเป็นสิ่งที่ผมจะทะนุถนอมและจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ผมขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจครับ”
เส้นทางสั้นแต่มีความหมายในสีเสื้อจูบิโล่ อิวาตะ
สำหรับ เจ้าฟร้องซ์ ย้ายจากเมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม จูบิโล่ อิวาตะ ด้วยสัญญายืมตัว โดยได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมไป 1 นัด รวมเวลา 4 นาที ในเกมที่จูบิโล่เปิดบ้านพ่าย ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 0-1 เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
เกมดังกล่าวยังเป็นแมตช์ที่มีสีสันสำหรับแฟนบอลไทย เพราะฝั่งคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เป็นต้นสังกัดของ “เช็ค” สุภโชค สารชาติ และ “เปา” ธีรภัทร ปรือทอง อีกด้วย แม้โอกาสในสนามของปรเมศย์จะมีไม่มาก แต่การได้ก้าวเข้าสู่เวทีฟุตบอลญี่ปุ่นยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของเจ้าตัวในฐานะนักเตะไทยที่ได้ออกไปท้าทายตัวเองนอกประเทศ
กลับไทยรักษาอาการเจ็บหนัก ก่อนลุ้นคืนสนามอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ปรเมศย์ต้องเจอกับบททดสอบสำคัญ หลังได้รับบาดเจ็บหนักบริเวณเอ็นไขว้หน้าขาด ซึ่งเป็นอาการที่ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นและรักษาตัวอย่างจริงจัง ก่อนจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง
หลังจากนี้เจ้าตัวจะเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูร่างกาย โดยแฟนบอลเมืองทองฯ รวมถึงแฟนบอลไทย คงต้องส่งกำลังใจให้ “เจ้าฟร้องซ์” ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ และกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมบนสนามอีกครั้ง
เส้นทางยังไม่จบ แฟนบอลไทยรอวันปรเมศย์คัมแบ็ก
แม้บทสรุปกับจูบิโล่ อิวาตะ จะจบลงเร็วกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ยังเป็นต้นทุนสำคัญของปรเมศย์ ทั้งในแง่ฟุตบอลอาชีพและสภาพจิตใจของนักสู้คนหนึ่ง สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการรักษาตัวให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญให้เมืองทอง ยูไนเต็ด และเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในเส้นทางลูกหนังไทย
แฟนบอลที่อยากติดตามข่าวฟุตบอลไทย ข่าวนักเตะไทยในต่างแดน และความเคลื่อนไหวล่าสุดของเมืองทอง ยูไนเต็ด สามารถติดตามต่อได้ที่ บอลเจลีกบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวบอลไทยวันนี้ ผลบอลไทยลีก และความเคลื่อนไหวฟุตบอลไทยครบทุกประเด็น

