ปมร้อนรถอีวี วอลโว่ EX30 ไฟไหม้ 2 คัน สังคมจับตาความปลอดภัย
กลายเป็นประเด็นใหญ่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้าไทยทันที หลังเกิดเหตุรถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 ไฟไหม้ 2 คันในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีรถเกิดเพลิงไหม้ขณะชาร์จไฟที่บ้านของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ทำให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคต้องขยับตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่เจ้าของรถรายใดรายหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นใจของผู้ใช้รถอีวีทั้งระบบ
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า รถทั้ง 2 คันที่เกิดเหตุอยู่ในกลุ่ม Volvo EX30 ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีแบตเตอรี่อาจเกิดความร้อนสูง โดยเกี่ยวข้องกับรุ่น Single Motor Extended Range และ Twin Motor Performance ซึ่งบริษัทระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการชาร์จแบตเตอรี่เกินระดับ 70% ตามที่เคยแนะนำลูกค้าไว้ก่อนหน้านี้

วอลโว่ย้ำจำกัดชาร์จไม่เกิน 70% ระหว่างรอเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่
ประเด็นสำคัญที่วอลโว่เน้นย้ำคือ ลูกค้า Volvo EX30 ที่อยู่ในกลุ่มได้รับผลกระทบควรจำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ไว้ไม่เกิน 70% จนกว่าจะได้รับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ชุดใหม่ เพราะเป็นมาตรการลดความเสี่ยงเรื่องความร้อนสูงของแบตเตอรี่ในระหว่างรอเข้ารับบริการ
บริษัทระบุว่าจะเริ่มติดต่อลูกค้าในสัปดาห์นี้ เพื่อนัดหมายเข้ารับบริการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ชุดใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ใช้เวลาประมาณ 3 วัน รวมถึงขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบรถคืนให้ลูกค้า

สคบ.เรียกชี้แจง 21 พ.ค. จี้ตอบ 3 ประเด็นหลัก
ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เตรียมเรียกบริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและแผนดำเนินงานในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยมีประเด็นหลักที่ต้องชี้แจง ได้แก่ แผนเรียกคืนและเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรถที่เกี่ยวข้อง 1,668 คัน มาตรการเยียวยาผู้บริโภคระหว่างรอเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการชี้แจงสาเหตุเพลิงไหม้กรณีล่าสุดอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ สคบ. ยังมีคำสั่งให้บริษัททดสอบหรือพิสูจน์สินค้า และรายงานผลภายใน 30 วัน พร้อมเดินหน้าพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมาย หลังมีผู้บริโภคร้องทุกข์แล้ว 45 ราย โดยประเด็นที่สังคมจับตาคือผู้ใช้รถจะได้รับการเยียวยาอย่างไร และแผนแก้ปัญหาจะชัดเจนเพียงพอหรือไม่

รถอีวีปลอดภัยแค่ไหน ผู้ใช้ควรรู้อะไรบ้าง
กรณี Volvo EX30 ทำให้คำถามเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยหัวใจสำคัญของรถอีวีคือแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบจัดการแบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน และซอฟต์แวร์ควบคุมการชาร์จ หากส่วนใดส่วนหนึ่งมีความผิดปกติ ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
สำหรับผู้ใช้รถอีวี สิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอคือปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบประกาศเรียกคืนหรืออัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้มาตรฐาน ไม่ฝืนชาร์จเกินคำแนะนำในช่วงที่รถมีประกาศความเสี่ยง และหากพบความร้อนผิดปกติ กลิ่นไหม้ ไฟเตือน หรือระบบแจ้งเตือนแบตเตอรี่ ควรหยุดใช้งานและติดต่อศูนย์บริการทันที

บททดสอบใหญ่ของวอลโว่และตลาดรถไฟฟ้าไทย
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวรถไฟไหม้ธรรมดา แต่เป็นบททดสอบความรับผิดชอบของแบรนด์รถยนต์ระดับโลกในตลาดไทย เพราะผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาสูงย่อมคาดหวังความปลอดภัย ความโปร่งใส และการแก้ปัญหาที่รวดเร็วชัดเจน
สิ่งที่ต้องจับตาหลังวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 คือวอลโว่จะชี้แจงสาเหตุได้หนักแน่นแค่ไหน แผนเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่จะครอบคลุมและทันเวลาหรือไม่ ผู้บริโภค 45 รายที่ร้องเรียนจะได้รับการเยียวยาอย่างไร และรถที่เข้าข่าย 1,668 คันจะถูกจัดการด้วยมาตรการใดเพื่อคืนความมั่นใจให้ตลาดรถอีวีไทย
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นทางเลือกหลักของคนรุ่นใหม่ ความปลอดภัยต้องมาก่อนความทันสมัยเสมอ เพราะเทคโนโลยีที่ดีไม่ใช่แค่ขับเงียบ ประหยัด และแรง แต่ต้องทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ทุกครั้งที่เสียบชาร์จและทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

