สนามมวยเวทีราชดำเนิน ประกาศยกระดับมาตรฐานการตัดสินครั้งสำคัญ ด้วยนโยบายใหม่ที่กำหนดให้การแข่งขันทุกคู่ต้องมีการตัดสินหาผู้ชนะให้ได้ในทุกยก โดยอ้างอิงเกณฑ์การให้คะแนนตาม พ.ร.บ. มวย และจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป
ราชดำเนินเดินเครื่องกฎใหม่ ตัดสินชัดทุกยก
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวใหญ่ของวงการมวยไทย เมื่อเวทีราชดำเนินประกาศใช้นโยบายใหม่กับทุกรายการแข่งขันที่จัดขึ้นภายในสนามตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้เกมการชกมีความชัดเจน โปร่งใส และลดพื้นที่คลุมเครือในการให้คะแนนแต่ละยก
ตามแนวทางใหม่ กรรมการต้องพิจารณาหาผู้ชนะในแต่ละยกให้ได้ทุกครั้ง ไม่ปล่อยให้ภาพรวมของเกมบดบังรายละเอียดในยกนั้น ๆ ซึ่งจะทำให้ทั้งนักมวย ทีมงาน และแฟนมวยเห็นทิศทางของการชกได้ชัดขึ้นกว่าเดิม
เกณฑ์หลักในการให้คะแนนตาม พ.ร.บ. มวย
สำหรับหลักการพิจารณาผู้ชนะในแต่ละยก เวทีราชดำเนินยึดเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. มวย โดยเริ่มจาก 3 ข้อแรกที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสิน
- ใช้อาวุธมวยไทยกระทำถูกคู่แข่งขันได้มากกว่า
- ใช้อาวุธมวยไทยกระทำถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง และชัดเจนกว่า
- ใช้อาวุธมวยไทยกระทำถูกคู่แข่งขัน จนทำให้เกิดความบอบช้ำมากกว่า
ทั้ง 3 ข้อนี้จะเป็นด่านแรกที่กรรมการนำมาใช้ประเมินภาพในยกนั้น หากนักมวยฝ่ายใดออกอาวุธเข้าเป้าได้ชัดกว่า หนักกว่า และสร้างผลกระทบต่อคู่ชกมากกว่า ก็มีน้ำหนักสูงในการเป็นผู้ชนะของยกนั้น

หากยังชี้ไม่ขาด ต้องดูเกณฑ์ลำดับถัดไป
ในกรณีที่กรรมการพิจารณาจากเกณฑ์ 3 ข้อแรกแล้วยังไม่สามารถตัดสินผู้ชนะในยกนั้นได้ จะเข้าสู่การพิจารณาในลำดับถัดไป โดยเรียงตามข้อ 4 ถึงข้อ 6 ดังนี้
- เป็นฝ่ายเดินรุกเข้ามากระทำมากกว่า
- ใช้ชั้นเชิงมวยไทยในการรุก-รับ การหลบหลีก และการป้องกันตัวได้ดีกว่า
- กระทำผิดกติกาน้อยกว่า
เกณฑ์ชุดนี้ทำให้รายละเอียดของเกมมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่แค่การออกอาวุธอย่างเดียว แต่รวมถึงการเดินเกม ความเฉียบของชั้นเชิง การป้องกันตัว และวินัยในการชก ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนคุณภาพของนักมวยบนเวที
กฎนับ 8 ต้องชัด ร่างกายแตะพื้นเกิน 1 วินาที
นอกจากเรื่องการให้คะแนนแล้ว ยังมีการชี้แจงกติกาเกี่ยวกับการนับ 8 เพิ่มเติม โดยการนับจะเกิดขึ้นเมื่อมีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่ใช่เท้าสัมผัสหรือแตะพื้นสนามเป็นเวลานานเกินกว่า 1 วินาที จากนั้นกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวทีจึงจะเริ่มทำการนับทันที
รายละเอียดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยวางกรอบให้การตัดสินจังหวะล้ม จังหวะเสียหลัก หรือจังหวะโดนอาวุธหนักมีความชัดเจนขึ้น ลดข้อถกเถียงในจังหวะสำคัญที่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
เริ่มใช้ทุกศึกของราชดำเนิน 1 มิถุนายนนี้
กฎใหม่เวทีราชดำเนิน จะมีผลบังคับใช้กับทุกศึก ทุกรายการ ที่จัดขึ้นในสนามมวยเวทีราชดำเนิน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดว่าเวทีระดับตำนานของไทยต้องการยกระดับมาตรฐานการตัดสินให้เข้มข้นและเป็นระบบมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้รูปเกมของนักมวยต้องละเอียดกว่าเดิม เพราะทุกยกมีผล ทุกจังหวะมีน้ำหนัก และทุกการออกอาวุธอาจเป็นตัวชี้ขาดชัยชนะในสายตากรรมการ
สรุปประเด็นสำคัญ
- เวทีราชดำเนินออกนโยบายใหม่ ต้องตัดสินหาผู้ชนะให้ได้ในทุกยก
- บังคับใช้กับทุกรายการแข่งขันที่จัดในสนามตลอด 7 วันต่อสัปดาห์
- ยึดเกณฑ์การให้คะแนนตาม พ.ร.บ. มวย
- พิจารณาจากอาวุธที่เข้าเป้า ความหนักหน่วง ความบอบช้ำ การเดินรุก ชั้นเชิง และการทำผิดกติกา
- กฎนับ 8 จะเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะที่ไม่ใช่เท้าแตะพื้นนานเกิน 1 วินาที
- เริ่มใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป
มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
นี่คือกติกาที่อาจทำให้เกมมวยบนเวทีราชดำเนินดุเดือดขึ้นทันตา เพราะนักมวยไม่สามารถปล่อยยกหรือรอเร่งเฉพาะช่วงท้ายได้ง่ายเหมือนเดิม ทุกยกต้องมีทรง ต้องมีอาวุธ ต้องมีภาพชัดให้กรรมการเห็น ใครเดินจริง ทำจริง เข้าเป้าจริง ย่อมมีภาษีเหนือกว่า
สำหรับแฟนมวยไทย นี่คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าจับตา เพราะเมื่อทุกยกต้องมีผู้ชนะ ความเข้มข้นของเกมย่อมเพิ่มขึ้น และการอ่านเกมบนเวทีจะยิ่งสนุกกว่าเดิม ติดตามข่าวมวยไทย ข่าวกีฬา และความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการกีฬาได้ที่ มวยสดบ้านกีฬา

