อีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยบทเรียนทั้งความรัก ครอบครัว ธุรกิจ และสุขภาพ เมื่อ ดวงดาว จารุจินดา ควงลูกชายทั้งสองคนอย่าง ตั้ม วิชญะ จารุจินดา และ เติ้ล ตะวัน จารุจินดา เปิดเผยเรื่องราวที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะสาเหตุการยุติชีวิตคู่ของตั้ม หลังใช้ชีวิตร่วมกับอดีตภรรยามานานกว่า 10 ปี รวมถึงช่วงวิกฤตสุขภาพของเติ้ล ที่เคยตรวจพบภาวะไขมันพอกตับรุนแรงและถูกเตือนว่าอาจพัฒนาไปสู่ตับแข็ง หากยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ตั้ม วิชญะ เปิดใจ สาเหตุเลิกภรรยาไม่ได้เกิดจากปัญหาความสัมพันธ์
ตั้ม วิชญะ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอดีตภรรยา ทั้งสองยังเป็นเพื่อนร่วมงานและมีธุรกิจบางส่วนที่เกี่ยวข้องกัน โดยไม่ได้มีปัญหารุนแรงในเรื่องความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากการทำธุรกิจร่วมกัน เมื่อบริษัทมีผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจพร้อมกันถึง 2 คน แต่ไม่ได้แบ่งหน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป แนวคิดและมุมมองที่แตกต่างเริ่มสะสมจนกลายเป็นความขัดแย้ง
ท้ายที่สุด ทั้งคู่จึงตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ก่อนจะค่อยๆ แยกเส้นทางชีวิตออกจากกัน ถือเป็นการปิดฉากความรักที่ดำเนินมานานกว่า 10 ปี แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนและผู้ร่วมงานเอาไว้
เก็บปัญหาไว้คนเดียว ไม่กล้าบอกครอบครัว
ตั้มยอมรับว่า ในช่วงที่เผชิญปัญหาทั้งเรื่องชีวิตคู่และธุรกิจ เขาไม่ได้เล่าให้คนในครอบครัวฟัง เพราะมองว่าตัวเองโตพอที่จะจัดการปัญหาได้ และไม่ต้องการให้แม่เป็นห่วง
อีกเหตุผลสำคัญคือ ตั้มไม่อยากให้คุณยายวัย 97 ปี รับรู้เรื่องการเลิกรา เนื่องจากคุณยายยังคงถามถึงอดีตภรรยาและฝากสิ่งของไปให้ตามปกติ ทำให้เขาต้องเก็บความรู้สึกอึดอัดเอาไว้โดยไม่ได้อธิบายความจริง
กระทั่งข่าวการยุติความสัมพันธ์ถูกเปิดเผย ครอบครัวจึงรับรู้เรื่องราวทั้งหมด โดย ดวงดาว จารุจินดา ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกน้อยใจ แต่เคารพการตัดสินใจของลูก และพร้อมอยู่ข้างๆ เสมอหากลูกต้องการกำลังใจหรือคำปรึกษา
เริ่มต้นใหม่จากศูนย์ ครอบครัวคือคนที่ดึงขึ้นจากปากเหว
นอกจากชีวิตคู่ที่ต้องปิดฉาก ตั้มยังต้องเผชิญปัญหาทางธุรกิจจนต้องกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งเจ้าตัวมองว่าสถานการณ์ในเวลานั้นไม่ใช่เพียงการเริ่มจากศูนย์ แต่แทบจะเป็นการเริ่มจากจุดติดลบ
คนสำคัญที่ช่วยประคับประคองให้เขากลับมายืนได้อีกครั้งคือแม่ น้องชาย และน้องสะใภ้ โดยตั้มยอมรับว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาทุ่มเทให้กับงาน ชีวิตส่วนตัว และเรื่องอื่นๆ จนห่างจากครอบครัว แต่เมื่อเกิดความผิดพลาด คนที่ยังคงยืนอยู่ข้างเขาโดยไม่มีเงื่อนไขกลับเป็นคนในบ้าน
บทเรียนครั้งนี้ทำให้ตั้มมองเห็นว่า การเก็บทุกปัญหาไว้คนเดียวอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น หากเปิดใจปรึกษาคนในครอบครัวตั้งแต่ต้น อาจมีมุมมองใหม่หรือพบทางออกที่ดีกว่าเดิม
ปัจจุบันตั้มกลับมาโฟกัสธุรกิจออนไลน์และการขายสินค้า ซึ่งเป็นงานที่มีประสบการณ์และมีความถนัด โดยมีแม่และครอบครัวคอยช่วยสนับสนุน จนธุรกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายในเวลาประมาณครึ่งปี
ยังไม่ปิดประตูความรัก แต่ขอทำงานและใช้หนี้ก่อน
เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรักครั้งใหม่ ตั้มยืนยันว่าไม่ได้เข็ดกับความรัก แต่ในเวลานี้ต้องการให้ความสำคัญกับการตั้งหลักชีวิต การทำงาน และการจัดการภาระหนี้สินก่อน
เป้าหมายสำคัญคือการกลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัว และตอบแทนแม่ น้องชาย รวมถึงน้องสะใภ้ที่ช่วยดูแลในวันที่ชีวิตเผชิญช่วงเวลายากลำบาก
ส่วนคุณสมบัติของคนรักในอนาคต ตั้มมองว่าอยากได้คนที่เข้าใจและช่วยเยียวยาจิตใจ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำธุรกิจร่วมกัน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวและการทำงานอาจต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน

บทเรียนของคู่รักที่ทำธุรกิจร่วมกัน
การทำธุรกิจร่วมกับคนรักมีข้อดีคือความไว้ใจและมีเป้าหมายร่วมกัน แต่หากไม่มีการกำหนดบทบาทที่ชัดเจน ความเห็นต่างเรื่องงานอาจกระทบความสัมพันธ์ส่วนตัวได้
คู่รักที่ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกันควรแบ่งหน้าที่ กำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจในแต่ละด้าน แยกเรื่องงานออกจากเวลาส่วนตัว และพูดคุยเรื่องการเงินอย่างตรงไปตรงมา การมีข้อตกลงที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นอาจช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ทั้งธุรกิจและความสัมพันธ์เดินต่อได้อย่างมั่นคง
เติ้ล ตะวัน เผยเคยตรวจพบไขมันพอกตับรุนแรง
อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความตกใจคือประสบการณ์ด้านสุขภาพของ เติ้ล ตะวัน ซึ่งเล่าว่า ช่วงหนึ่งน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก และเคยวางแผนเข้ารับการดูดไขมัน โดยภรรยาได้ติดต่อและนัดหมายสถานพยาบาลไว้เรียบร้อยแล้ว
ก่อนเข้ารับการรักษา เติ้ลต้องตรวจเลือดตามขั้นตอน แต่ผลตรวจกลับพบค่าผิดปกติหลายรายการ จากเดิมที่เห็นตัวเลขประมาณ 120 กลับเพิ่มสูงถึงราว 400 จนเจ้าตัวตกใจและกังวลว่าอาจเป็นโรคร้าย
เติ้ลจึงเดินทางไปพบแพทย์ทันที ก่อนจะได้รับแจ้งว่าอยู่ในภาวะไขมันพอกตับที่รุนแรง และหากยังไม่ลดน้ำหนักหรือปรับพฤติกรรมภายในช่วงเวลาที่แพทย์กำหนด อาจมีความเสี่ยงพัฒนาไปสู่ภาวะตับแข็ง
สิ่งที่ทำให้เติ้ลรู้สึกว่าภาวะดังกล่าวน่ากลัว คือก่อนตรวจแทบไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน จึงไม่เคยคิดว่าร่างกายกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพ
ปรับการกิน ลดน้ำหนักจาก 83 เหลือประมาณ 66-67 กิโลกรัม
หลังทราบผลตรวจ เติ้ลเริ่มปรับพฤติกรรมด้วยการควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล รวมถึงดูแลการรับประทานอาหารมากขึ้น แม้จะยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นคนชอบรับประทานข้าวและก๋วยเตี๋ยว
อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 17 กิโลกรัม จากเดิมราว 83 กิโลกรัม เหลือประมาณ 66-67 กิโลกรัม
เติ้ลมองว่า เมื่อปัญหาสุขภาพยังมีแนวทางแก้ไข และเป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญคือการลงมือดูแลสุขภาพอย่างจริงจังมากกว่าการจมอยู่กับความเครียด
ไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่อาจไม่มีอาการ
ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในเซลล์ตับมากผิดปกติ ปัจจัยเสี่ยงอาจเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือพลังงานสูง รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้พบความผิดปกติจากการตรวจสุขภาพ การตรวจเลือด หรือการตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ หากปล่อยให้เกิดการอักเสบและมีพังผืดสะสมต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับเรื้อรังและตับแข็งได้
การควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม เลือกรับประทานอาหารที่สมดุล ลดอาหารหวานและอาหารแปรรูป ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยง ผู้ที่มีผลตรวจค่าตับผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเป็นรายบุคคล
ครอบครัว ความรัก และสุขภาพ บทเรียนครั้งใหญ่ของบ้านจารุจินดา
เรื่องราวของตั้มและเติ้ลสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาชีวิตอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากความสัมพันธ์ การทำงาน และสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญคือการยอมรับความจริง เปิดใจขอความช่วยเหลือ และเริ่มต้นแก้ไขจากสิ่งที่สามารถทำได้
สำหรับตั้ม การล้มลงทำให้ได้กลับมาเห็นคุณค่าของครอบครัว และเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความรับผิดชอบ ส่วนเติ้ล เหตุการณ์ด้านสุขภาพกลายเป็นสัญญาณเตือนให้หันกลับมาดูแลร่างกายก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงมากขึ้น
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก รายการ คุยแซ่บshow

