ทั่วแผ่นดินน้อมฯ ส่งเสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา สิ้นพระชนม์

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ทั่วแผ่นดินน้อมถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา สิ้นพระชนม์

ความโทมนัสแผ่ปกคลุมทั่วแผ่นดินไทย ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ นับเป็นห้วงเวลาแห่งความอาลัยอย่างยิ่งของพสกนิกรชาวไทยที่ต่างน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และร่วมส่งเสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัยด้วยหัวใจอันเศร้าสลด

ตามประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาและติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

ต่อมา พระอาการทรุดลงจากภาวะติดเชื้อในพระนาภีจากการอักเสบของพระอันตะ ส่งผลให้ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่พระอาการได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47

พระราชประวัติ เจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงพระปรีชาสามารถ

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ด้านการศึกษา ทรงสนพระทัยด้านกฎหมายมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนเสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านกฎหมายในระดับสูง ณ มหาวิทยาลัยคอร์เนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในระดับ Master of Laws และ Doctor of the Science of Law

พระปรีชาสามารถด้านกฎหมายของพระองค์มิได้หยุดอยู่เพียงในตำรา แต่ทรงนำองค์ความรู้ไปเชื่อมโยงกับงานยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องในฐานะเจ้าฟ้าหญิงนักกฎหมาย ผู้ทรงใช้พระวิริยอุตสาหะสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติ

พระกรณียกิจด้านกฎหมาย ยุติธรรม และโอกาสของผู้ด้อยโอกาส

หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญที่ประชาชนจดจำ คือบทบาทด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พระองค์ทรงรับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ผ่านตำแหน่งสำคัญหลายระดับ ทั้งอัยการผู้ช่วย อัยการประจำกอง อัยการจังหวัดผู้ช่วย รองอัยการจังหวัด และอัยการผู้เชี่ยวชาญ สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและความมุ่งมั่นในงานยุติธรรมอย่างแท้จริง

พระองค์ยังทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และกลุ่มเปราะบางในกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นแนวคิดสำคัญว่า ทุกชีวิตควรได้รับโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี งานด้านนี้จึงไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ แต่เป็นการวางรากฐานความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมเชิงมนุษยธรรม ที่ให้ความสำคัญกับการเยียวยา การฟื้นฟู และการสร้างโอกาสใหม่

ในระดับสากล พระองค์ทรงมีบทบาทด้านการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการป้องกันอาชญากรรม ความยุติธรรมทางอาญา และสิทธิของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พระเมตตาผ่านงานสาธารณกุศลและการช่วยเหลือประชาชน

อีกหนึ่งภาพจำอันงดงามคือพระกรณียกิจด้านสาธารณกุศล โดยเฉพาะงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์อุทกภัยที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในหลายพื้นที่

พระเมตตาของพระองค์สะท้อนผ่านการเสด็จเยี่ยมราษฎร การประทานกำลังใจ และการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ งานเหล่านี้กลายเป็นภาพจำสำคัญของประชาชนจำนวนมาก เพราะมิใช่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการยืนเคียงข้างคนไทยในยามทุกข์ยาก

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ ทรงแบ่งเบาพระราชภาระ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยอุตสาหะตลอดมา จนพระนามของพระองค์ผูกพันอยู่กับงานด้านกฎหมาย การทูต สาธารณกุศล และการสร้างโอกาสให้แก่ผู้คนในสังคม

การถวายพระเกียรติยศและการถวายสักการะพระศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

สำนักพระราชวังยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 น. ถึง 12.00 น. และเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป พร้อมลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 น. ถึง 16.00 น.

ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ถึง 21.00 น. เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอย่างใกล้ชิด

ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา คือความสูญเสียครั้งใหญ่ของปวงชนชาวไทย พระราชประวัติและพระกรณียกิจของพระองค์ยังคงเป็นหลักฐานแห่งพระปรีชาสามารถ พระเมตตา และพระวิริยอุตสาหะที่ทรงอุทิศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

จากเจ้าฟ้าหญิงนักกฎหมาย สู่ผู้ทรงงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน การต่างประเทศ และสาธารณกุศล พระองค์ทรงฝากรอยพระบาทแห่งความดีงามไว้ในแผ่นดินไทยอย่างลึกซึ้ง แม้วันนี้พสกนิกรต้องน้อมส่งเสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย แต่พระกรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณจะยังสถิตอยู่ในความทรงจำของคนไทยตราบนานเท่านาน

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา