โรเบิร์ตสันปลุกสกอตแลนด์ลุยบอลโลก ฝันชนบราซิลเปิดหน้าสร้างประวัติศาสตร์

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ เปิดใจถึงเส้นทางชีวิตลูกหนังจากเด็กที่เคยถูกเซลติกปล่อยตัว สู่ผู้นำทัพลุย ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมย้ำว่าการได้ดวลบราซิลคือความฝันของนักเตะทุกคน สกอตแลนด์กลับสู่เวทีบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี และตั้งเป้าทะลุรอบแบ่งกลุ่มให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

โรเบิร์ตสันจากเด็กถูกปฏิเสธ สู่กัปตันบนเวทีโลก

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน คือหนึ่งในเรื่องราวลูกหนังที่แฟนบอลพูดถึงเสมอในฐานะนักเตะที่ไต่จากจุดเล็กที่สุดขึ้นสู่เวทีใหญ่ที่สุด กองหลังชาวกลาสโกว์เริ่มต้นจากฟุตบอลพาร์ตไทม์กับควีนส์พาร์ก ผ่านดันดี ยูไนเต็ด และฮัลล์ ซิตี้ ก่อนก้าวไปยืนหยัดกับลิเวอร์พูลในระดับสูงสุดของฟุตบอลสโมสร

ตลอด 9 ปีในสีเสื้อหงส์แดง โรเบิร์ตสันคว้าแชมป์ทั้งในประเทศและยุโรปจนชื่อถูกยกระดับเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายแถวหน้าของโลก แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปจากประวัติอันแข็งแกร่งของเขาคือการลงเล่นให้สกอตแลนด์ในฟุตบอลโลก และครั้งนี้โอกาสนั้นกำลังจะมาถึงในฐานะผู้นำทีมอย่างเต็มตัว

โรเบิร์ตสัน ซึ่งมีรายงานจากฟีฟ่าว่าจะย้ายไปร่วมทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ แบบไม่มีค่าตัวในวันที่ 1 กรกฎาคม จะนำทัพสกอตแลนด์ลงสนามในฟุตบอลโลก 2026 ที่อเมริกาเหนือ หลังเคยพาทีมชาติลงเล่นในยูโร 2024 มาแล้ว

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Scotland National Team (@scotlandnationalteam)

 

คำพูดจากใจ กัปตันที่ไม่ลืมรากเหง้าตัวเอง

สำหรับโรเบิร์ตสัน การได้พาทีมชาติกลับสู่ฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันคือปลายทางของการทำงานหนัก การเสียสละ และการไม่ยอมจำนนต่อเส้นทางที่เคยโหดร้ายกับเขาในวัยเด็ก

“ในช่วงเวลาแบบนี้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการจดจำว่าเรามาจากไหน ผ่านเส้นทางแบบใดมา และทำงานหนักแค่ไหนเพื่อให้ได้ยืนอยู่ในช่วงเวลานี้”

“ผมรักเส้นทางของตัวเอง ผมรักเส้นทางที่ผมผ่านมา มันเต็มไปด้วยการทำงานหนักและการเสียสละมากมาย แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับกลับมา ทุกนาทีมันคุ้มค่า”

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เป็นกัปตันทีมชาติ ตอนเป็นเด็ก ความฝันมีแค่อยากเล่นให้ประเทศของตัวเองเท่านั้น”

บาดแผลจากเซลติกที่หล่อหลอมใจนักสู้

เส้นทางของโรเบิร์ตสันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเคยเกือบหลุดจากระบบฟุตบอลตั้งแต่วัยรุ่น หลังถูกเซลติก สโมสรที่เชียร์มาตั้งแต่เด็ก ปล่อยตัวตอนอายุ 15 ปี เพราะถูกมองว่าร่างกายเล็กเกินไปสำหรับการไปต่อในระดับอาชีพ

จุดนั้นอาจเป็นหลุมลึกสำหรับเด็กคนหนึ่ง แต่โรเบิร์ตสันเลือกใช้มันเป็นแรงผลัก เขาไม่ได้ปล่อยให้คำปฏิเสธปิดประตูชีวิตลูกหนัง ตรงกันข้าม มันกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาแข็งแกร่งพอจะรับมือกับทุกแรงกระแทกในอาชีพ

“การจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้ราบรื่นไปเสียทุกอย่าง”

“นั่นเป็นช่วงเวลาครั้งใหญ่สำหรับผม เพราะมันคือการรู้สึกถูกปฏิเสธเป็นครั้งแรก พร้อมกับความเศร้าและทุกอย่างที่ตามมา แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ผมหาทางผ่านมันไป และสู้กลับจากจุดนั้น”

สกอตแลนด์คืนเวทีบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี

เมื่อโรเบิร์ตสันนำสกอตแลนด์ลงสนามพบเฮติ วันที่ 13 มิถุนายน นั่นจะเป็นการกลับสู่เวทีใหญ่ที่สุดของฟุตบอลทีมชาติเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีของทัพตาร์ตัน หลังห่างหายจากฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 1998

ตั๋วฟุตบอลโลกครั้งนี้ถูกคว้ามาอย่างสะใจจากชัยชนะเหนือเดนมาร์ก 4-2 ที่แฮมป์เดน พาร์ก เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เกมนั้นกลายเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของฟุตบอลสกอตแลนด์ และเป็นหลักฐานชัดเจนว่าทีมของสตีฟ คลาร์กไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อร่วมงาน แต่กลับมาเพื่อประกาศตัว

ในกลุ่ม C สกอตแลนด์ต้องเจอกับเฮติ โมร็อกโก และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยเกมสุดเดือดกับบราซิล เจ้าของแชมป์โลก 5 สมัย ซึ่งถือเป็นด่านวัดใจครั้งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในรอบแรก

ดวลบราซิลคือความฝัน แต่สกอตแลนด์ไม่ลงไปแค่ถ่ายรูป

สกอตแลนด์เคยเจอบราซิลในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 1998 ที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ และแพ้ไปแบบหวุดหวิด 1-2 แต่โรเบิร์ตสันยืนยันว่าทีมชุดปัจจุบันจะไม่แบกเงาของอดีตลงสนาม พวกเขาเคารพประวัติศาสตร์ แต่ต้องการเขียนหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเอง

เกมกับบราซิลของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่ไมอามีจึงไม่ใช่แค่แมตช์ในฝันสำหรับนักเตะสกอตแลนด์ แต่มันคือโอกาสพิสูจน์ว่าทีมจากแดนวิสกี้มีดีพอจะยืนสู้กับยักษ์ใหญ่ของโลกได้แบบไม่ก้มหน้า

“ผมคิดว่าเราเป็นกลุ่มคนที่อยากสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองอยู่เสมอ”

“การได้เล่นกับบราซิลคือความฝันของนักเตะทุกคน และมันไม่ได้เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณมาจากคนละทวีป แต่ฟุตบอลโลกทำให้คุณมีโอกาสนั้น เราอยู่ตรงนั้นเพื่อแข่งขันเสมอ และหวังว่าเราจะทำให้พวกเขาเจองานยากได้”

เป้าหมายใหญ่ ทะลุรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สกอตแลนด์เคยไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เลย นี่คือกำแพงประวัติศาสตร์ที่ทีมชุดปัจจุบันต้องการทุบให้แตก โดยเฉพาะในรูปแบบใหม่ของฟุตบอลโลก 48 ทีม ที่มีรอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นด่านต่อไป

โรเบิร์ตสันยอมรับว่ากลุ่มนี้ไม่ง่าย เพราะทุกทีมมีคุณภาพและพร้อมลงโทษความผิดพลาด แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าสกอตแลนด์มีศักยภาพพอในวันที่ทีมเล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

“เรารู้ดีว่าไม่มีทีมชาติสกอตแลนด์ชุดไหนที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้มาก่อน”

“ถ้าเราผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ และเป็นทีมแรกที่ทำแบบนั้น ผมคิดว่านั่นต้องเป็นเป้าหมายของเรา”

มุมมองก่อนศึกใหญ่ของแฟนบอลไทย

สำหรับแฟนบอลไทย นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้ฟุตบอลโลก 2026 น่าติดตามมากขึ้น สกอตแลนด์ไม่ได้มาในฐานะทีมมหาอำนาจ แต่พวกเขามาพร้อมพลังศรัทธา แรงหนุนจากแฟนบอล และกัปตันที่ผ่านรอยแผลมามากพอจะรู้ว่าการยืนบนเวทีนี้มีความหมายแค่ไหน

เกมกับเฮติจะเป็นบททดสอบแรกที่สกอตแลนด์ต้องเก็บงานให้เฉียบ ก่อนเจอโมร็อกโกที่ขึ้นชื่อเรื่องวินัยและพลังร่างกาย จากนั้นการปะทะบราซิลจะเป็นเกมที่ทั้งโลกจับตา เพราะมันอาจกลายเป็นคืนที่โรเบิร์ตสันและเพื่อนร่วมทีมได้เปลี่ยนคำว่า “ฝัน” ให้กลายเป็นประวัติศาสตร์จริง

ภารกิจของกัปตันตาร์ตันบนเวทีที่ใหญ่ที่สุด

เรื่องราวของโรเบิร์ตสันไม่ใช่แค่บทสัมภาษณ์ก่อนเกม แต่มันคือภาพแทนของนักฟุตบอลที่ไม่ยอมแพ้ต่อคำตัดสินในอดีต จากเด็กที่ถูกมองว่าเล็กเกินไป สู่กัปตันที่กำลังพาชาติบ้านเกิดกลับไปยืนกลางแสงไฟฟุตบอลโลกอีกครั้ง

ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นเวทีที่สกอตแลนด์ต้องพิสูจน์ทั้งหัวใจ คุณภาพ และความกล้า หากพวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ นั่นจะไม่ใช่แค่ความสำเร็จของทีมชุดนี้ แต่จะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของทั้งชาติ ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก ข่าวทีมชาติ และบทวิเคราะห์ก่อนเกมแบบเข้มข้นได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา