กฟผ. ขยับใหญ่ เร่งดันโซลาร์ลอยน้ำ 3 เขื่อนหลัก
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เดินหน้าแผนพลังงานสะอาดครั้งสำคัญ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำใน 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ โดยเฟสแรกมีกำลังผลิตรวม 348 เมกะวัตต์ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ของประเทศในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
โครงการนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้พื้นที่เขื่อนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติม สอดรับกับทิศทางพลังงานโลกที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง
เฟสแรก 348 MW อยู่ที่ไหนบ้าง
สำหรับโครงการเฟสแรกที่เตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณา มีกำลังผลิตรวม 348 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 3 เขื่อนสำคัญ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล กำลังผลิต 158 เมกะวัตต์, เขื่อนศรีนครินทร์ กำลังผลิต 140 เมกะวัตต์ และเขื่อนวชิราลงกรณ กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์
ทั้ง 3 เขื่อนถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ กฟผ. เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเดิมรองรับอยู่แล้ว อีกทั้งยังสามารถนำระบบโซลาร์ลอยน้ำมาผสานกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีแสงแดดก็ผลิตไฟจากโซลาร์ และเมื่อจำเป็นต้องเสริมความมั่นคงของระบบ ก็สามารถบริหารจัดการร่วมกับไฟฟ้าพลังน้ำได้ ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ภาพรวมทั้ง 3 เขื่อน มีกำลังผลิตรวม 1,638 MW
แม้เฟสแรกจะเริ่มต้นที่ 348 เมกะวัตต์ แต่ภาพรวมโครงการโซลาร์ลอยน้ำใน 3 เขื่อนหลักของ กฟผ. มีกำลังผลิตรวมสูงถึง 1,638 เมกะวัตต์ โดยเขื่อนศรีนครินทร์มีแผนดำเนินงานรวม 4 ระยะ กำลังผลิตรวม 770 เมกะวัตต์ ส่วนเขื่อนภูมิพลมีกำลังผลิตรวม 778 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 3 ระยะ และเขื่อนวชิราลงกรณมีกำลังผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 2 ระยะ
ในส่วนของเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะที่ 1 ขนาด 140 เมกะวัตต์ จะใช้พื้นที่ผิวน้ำประมาณ 1,020 ไร่ หรือราว 0.55% ของพื้นที่ผิวน้ำทั้งหมด จึงถูกมองว่าเป็นโครงการที่ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อพื้นที่รอบเขื่อน ขณะที่เป้าหมายเดิมของการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ต้องขึ้นอยู่กับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่และขั้นตอนอนุมัติที่เกี่ยวข้อง
โซลาร์ลอยน้ำคืออะไร ทำไมไทยต้องเร่งเดินหน้า
โซลาร์ลอยน้ำ คือการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน จุดเด่นคือไม่ต้องแย่งพื้นที่ดินกับภาคเกษตรหรือชุมชน และยังช่วยลดการระเหยของน้ำบางส่วนจากผิวน้ำได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ แผงโซลาร์ที่อยู่ใกล้น้ำยังอาจช่วยให้ระบบระบายความร้อนได้ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง การพัฒนาโซลาร์ลอยน้ำจึงเป็นทางเลือกสำคัญในการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก
ดันเป้าพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอนระยะยาว
โครงการโซลาร์ลอยน้ำของ กฟผ. ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนระยะ 5 ปี เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยศักยภาพการติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ทั่วประเทศถูกประเมินว่าสามารถรองรับได้ถึงระดับ 10,000 เมกะวัตต์ ขณะที่เป้าหมายตามแผนเดิมกำหนดให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการลักษณะนี้รวม 2,725 เมกะวัตต์
ก่อนหน้านี้ กฟผ. ได้เดินหน้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำมาแล้ว 2 แห่ง คือ เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ขนาด 45 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่ปี 2564 และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ขนาด 24 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2567 ทำให้โครงการใน 3 เขื่อนหลักครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดจากบทเรียนเดิมสู่ขนาดโครงการที่ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน

ขั้นตอนหลัง ครม. อนุมัติ ยังต้องรับฟังความเห็น
หากโครงการได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ขั้นตอนต่อไปจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้ากับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเดินหน้าโครงการไฟฟ้าขนาดใหญ่
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือกรอบเวลาการก่อสร้างและการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการเฟสแรกทั้ง 3 เขื่อน แม้จะมีการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างไปแล้ว แต่ความล่าช้าในขั้นตอนการอนุมัติจากหลายรัฐบาล ทำให้แผน COD เดิมที่วางไว้ระหว่างปี 2569-2572 มีโอกาสต้องขยับออกไป
โครงการใหญ่ที่ต้องจับตา ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
การผลักดันโซลาร์ลอยน้ำ 3 เขื่อน ไม่ใช่แค่ข่าวด้านพลังงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับทิศทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศโดยตรง เพราะการลงทุนในพลังงานสะอาดช่วยสร้างงาน สร้างโอกาสให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และช่วยให้ไทยมีไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
หากเดินหน้าได้ตามแผน โครงการนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านไฟฟ้า ลดต้นทุนความเสี่ยงจากเชื้อเพลิงนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการก้าวสู่เป้าหมายลดคาร์บอนในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้นกว่าเดิม
ท้ายที่สุด โซลาร์ลอยน้ำ 3 เขื่อนเฟสแรก 348 เมกะวัตต์ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ต้องจับตาว่า ครม. จะไฟเขียวเมื่อใด และแผนพลังงานสะอาดของไทยจะขยับเร็วขึ้นแค่ไหน เพราะนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบไฟฟ้าไทยในระยะยาว
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

