อ่านข่าวนี้แบบสั้น: โปรตุเกสเฉือนโครเอเชีย 2-1 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย หลังเจอดราม่าท้ายเกมเมื่อ โยชโก้ กวาร์ดิโอล ส่งบอลตุงตาข่ายนาที 102 เหมือนจะตีเสมอ 2-2 แต่ VAR ริบประตูเพราะ มาริโอ ปาซาลิช อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า หลังบอลถูก อิกอร์ มาตาโนวิช โหม่งเปลี่ยนทางเพียงนิดเดียว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
VAR ดับฝันโครเอเชีย เสี้ยวสัมผัสเดียวเปลี่ยนทั้งเกม
เกมระหว่าง โปรตุเกส พบ โครเอเชีย กลายเป็นหนึ่งในดราม่าหนักสุดของรอบน็อกเอาต์ เมื่อโครเอเชียเกือบลากเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษได้สำเร็จจากจังหวะยิงของ โยชโก้ กวาร์ดิโอล ในนาที 102 แต่ความเฮทั้งทีมต้องถูกตัดทิ้งทันทีหลังผู้ตัดสินเช็ก VAR และยืนยันว่าเป็นลูกล้ำหน้า
จังหวะปัญหาเริ่มจาก อิวาน เปริซิช เปิดบอลเข้าเขตโทษ ก่อนที่ มาริโอ ปาซาลิช จะดูเหมือนหลุดไปพักอกตั้งให้กวาร์ดิโอลพุ่งสไลด์ยิงเข้าไปอย่างสะใจ ภาพแรกเหมือนเป็นประตูปลุกชีพโครเอเชียตามสไตล์ทีมที่ไม่เคยยอมตายง่าย ๆ แต่เทคโนโลยีเข้ามาตัดสินชะตาแบบเลือดเย็น
จุดชี้ขาดอยู่ที่หัวของมาตาโนวิช
ตอนแรกหลายคนมองว่า ปาซาลิช อาจได้บอลจากจังหวะที่บอลแฉลบ เรนาโต เวก้า ของโปรตุเกส ซึ่งหากเป็นแบบนั้นเขาจะไม่ล้ำหน้า แต่ภาพจากการตรวจสอบ VAR เผยให้เห็นว่า อิกอร์ มาตาโนวิช ของโครเอเชียมีจังหวะสัมผัสบอลเบา ๆ ด้วยศีรษะก่อนบอลไปถึงเวก้า และวินาทีนั้นเอง ปาซาลิชยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก นักวิเคราะห์กฎของ FOX Sports อธิบายระหว่างถ่ายทอดสดว่า
“What happens is, as the ball comes into the penalty area, No. 20 of Croatia jumps for the ball,”
“สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อบอลถูกเปิดเข้าไปในเขตโทษ ผู้เล่นหมายเลข 20 ของโครเอเชียกระโดดขึ้นเล่นบอล”
“If he touches the ball, he will then make an offside for No. 15 [for Croatia]. … If [No. 20] doesn’t touch the ball, then [No. 15] is onside. If he does touch it, it’s offside.”
“ถ้าเขาสัมผัสบอล มันจะทำให้หมายเลข 15 ของโครเอเชียล้ำหน้า แต่ถ้าหมายเลข 20 ไม่โดนบอล หมายเลข 15 จะไม่ล้ำหน้า ถ้าเขาโดนบอล นั่นคือล้ำหน้า”
ชิปในลูกบอลเข้ามามีบทบาทเต็ม ๆ
ประเด็นที่ทำให้คำตัดสินนี้หนักแน่นขึ้นคือ ชิปเซนเซอร์ในลูกฟุตบอลโลก ซึ่งถูกใช้ช่วยจับการสัมผัสบอลอย่างละเอียด เทคโนโลยีนี้ส่งข้อมูลไปยังทีม VAR และผู้ตัดสินวิดีโอ เพื่อช่วยตัดสินจังหวะล้ำหน้าและแฮนด์บอลได้รวดเร็วขึ้น
แคลตเทนเบิร์กเสริมถึงบทบาทของชิปในลูกบอลว่า
“They also have a chip in the ball,” Clattenburg added. “They’ll be able to see if that Croatia player has touched the ball. So, this will factor into the decision.”
“พวกเขามีชิปอยู่ในลูกบอลด้วย พวกเขาจะเห็นได้ว่าผู้เล่นโครเอเชียสัมผัสบอลหรือไม่ ดังนั้นสิ่งนี้จะมีผลต่อการตัดสิน”
ฮันเนส แชฟเคอ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมฟุตบอลของ Adidas เคยอธิบายว่า ระบบนี้สามารถติดตามทุกเหตุการณ์และทุกการสัมผัสบอลของผู้เล่น โดยเซนเซอร์จะส่งสัญญาณ 500 ครั้งต่อวินาทีไปยังจุดรับสัญญาณรอบสนาม ทำให้จังหวะเล็กระดับเสี้ยววินาทีกลายเป็นหลักฐานสำคัญในเกมใหญ่

โปรตุเกสพลิกนรก รามอสโขกชัยนาที 94
ก่อนดราม่าท้ายเกม โปรตุเกสเป็นฝ่ายเอาตัวรอดมาได้จากประตูชัยของ กอนซาโล่ รามอส ในนาที 94 หลังเกมกำลังจะไหลเข้าสู่ช่วงต่อเวลา แต่หัวหอกตัวสำรองโฉบมาโขกประตูสำคัญ ส่งโปรตุเกสขึ้นนำ 2-1 และกลายเป็นช็อตที่เปลี่ยนเส้นทางทั้งทัวร์นาเมนต์
อีกหนึ่งไฮไลต์ของเกมคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงจุดโทษตีเสมอให้โปรตุเกส หลังโครเอเชียออกนำจาก อิวาน เปริซิช ในนาที 53 โดยรายงานจากหลายสำนักระบุว่านี่คือประตูแรกของโรนัลโด้ในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก และยังทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์โลกของเขายังไม่ปิดฉากลงง่าย ๆ
โมดริชอาจอำลาบอลโลกแบบเจ็บลึก
สำหรับโครเอเชีย ความพ่ายแพ้ครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าแค่การตกรอบ เพราะอาจเป็นเกมสุดท้ายของ ลูก้า โมดริช บนเวทีฟุตบอลโลก หากนี่คือบทส่งท้ายจริง มันคือฉากลาจอที่โหดร้ายเกินบรรยาย เมื่อทีมเกือบฟื้นจากปากเหว แต่ถูกริบความหวังด้วยเส้นล้ำหน้าและเทคโนโลยีที่แม่นยำระดับปลายเส้นผม
โครเอเชียขึ้นชื่อเรื่องหัวใจนักสู้ในเกมน็อกเอาต์ แต่ครั้งนี้พวกเขาเจอความจริงของฟุตบอลยุคใหม่เข้าเต็มหน้า ทุกสัมผัส ทุกองศา และทุกตำแหน่งถูกจับตาอย่างละเอียด ไม่มีพื้นที่ให้ดราม่ารอดพ้นสายตา VAR
โปรตุเกสลิ่วดวลสเปน เกมใหญ่รอบต่อไป
ชัยชนะสุดระทึกครั้งนี้ส่งให้โปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และต้องเจองานหนักทันที เมื่อต้องดวลกับ สเปน แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ Dallas Stadium เกมนี้จึงไม่ใช่แค่การเข้ารอบ แต่เป็นการเปิดฉากบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตา
จากเกมที่เกือบพัง กลายเป็นคืนที่โปรตุเกสรอดตายแบบสุดขีด ส่วนโครเอเชียต้องกลืนความเจ็บปวดกลับบ้าน นี่คือฟุตบอลโลกในเวอร์ชันที่โหดที่สุด ทั้งอารมณ์ ความกดดัน และเทคโนโลยี ล้วนพร้อมตัดสินชะตาทีมได้ในเสี้ยววินาที
แฟนบอลต้องจับตาเทคโนโลยี VAR ในฟุตบอลโลก 2026
เหตุการณ์นี้ทำให้ประเด็น VAR ฟุตบอลโลก 2026 ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงอีกครั้ง เพราะแม้หลายฝ่ายมองว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความยุติธรรม แต่ในมุมของแฟนบอล จังหวะที่ริบประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บย่อมสร้างความเจ็บปวดมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นในเกมน็อกเอาต์ที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว
ติดตาม ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา เพื่อไม่พลาดข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด โปรแกรมบอลโลกคืนนี้ ผลการแข่งขัน บทวิเคราะห์ก่อนเกม และทุกประเด็นร้อนจากสนามใหญ่ทั่วโลกแบบเข้มข้นถึงใจแฟนบอลไทย

