อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ลิโอเนล เมสซี่ กลายเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชาย หลังทะยานแตะ 20 ประตู แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานเยอรมนีที่เคยยืนหนึ่งมายาวนาน ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ไล่กดดันแบบน่ากลัวด้วยจำนวน 19 ประตู ทำให้ศึกแย่งบัลลังก์ดาวซัลโวบอลโลกเดือดขึ้นทุกนัด ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เวทีฟุตบอลโลก ไม่มีสนามไหนใหญ่กว่านี้อีกแล้ว
สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ ไม่มีรายการไหนยิ่งใหญ่ไปกว่า ฟุตบอลโลก เพราะนี่คือเวทีที่ตำนานถูกสร้างขึ้นต่อหน้าคนทั้งโลก และทุกประตูในทัวร์นาเมนต์นี้มีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขบนสกอร์บอร์ด
ล่าสุดชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกจารึกขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์เรียบร้อย หลังดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาทำลายสถิติของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยเกมกับออสเตรีย เมสซี่ยิงเพิ่มเป็นประตูที่ 17 และ 18 ของตัวเอง ก่อนยอดรวมจะขยับไปถึง 20 ประตูในเส้นทางฟุตบอลโลก
เมสซี่แซงโคลเซ่ บัลลังก์เก่าเปลี่ยนมืออย่างเป็นทางการ
โคลเซ่เคยเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดของฟุตบอลโลกชายด้วยจำนวน 16 ประตู และเป็นเครื่องหมายของความเฉียบขาดในเกมระดับชาติยาวนานหลายปี แต่เมสซี่ใช้เวทีปี 2026 กระชากบัลลังก์นั้นมาอยู่ในมือ ด้วยผลงานที่ไม่ใช่แค่ยิงประตู แต่ยังแบกอาร์เจนตินาเดินหน้าบนเส้นทางลุ้นความสำเร็จอีกครั้ง
สิ่งที่ทำให้สถิตินี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม คือเมสซี่ไม่ได้เป็นเพียงจอมถล่มประตู แต่ยังเป็นแกนกลางเกมรุก เป็นผู้นำจังหวะ และเป็นตัวตัดสินเกมในช่วงเวลาที่ความกดดันสูงที่สุดของทัวร์นาเมนต์
เอ็มบัปเป้ไล่ล่าแบบไม่ยอมให้เมสซี่หนี
อย่างไรก็ตาม บัลลังก์ของเมสซี่ยังไม่ได้ปลอดภัยแบบไร้แรงกดดัน เพราะคีลิยัน เอ็มบัปเป้ของฝรั่งเศสไล่ตามมาแบบดุดันด้วยจำนวน 19 ประตู ห่างจากเมสซี่เพียงประตูเดียวเท่านั้น
ฟอร์มของเอ็มบัปเป้ในฟุตบอลโลกยังคงอันตรายทุกครั้งที่ได้บอล โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์ที่เขามักยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส การที่เขายังอยู่ในเส้นทางแข่งขัน ทำให้การลุ้นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น

อันดับดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกชาย
- ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 20 ประตู
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ฝรั่งเศส 19 ประตู
- มิโรสลาฟ โคลเซ่ เยอรมนี 16 ประตู
- โรนัลโด้ บราซิล 15 ประตู
- แกร์ด มุลเลอร์ เยอรมนี 14 ประตู
- แฮร์รี่ เคน อังกฤษ 13 ประตู
- จุสต์ ฟงแตน ฝรั่งเศส 13 ประตู
- เปเล่ บราซิล 12 ประตู
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โปรตุเกส 11 ประตู
- เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เยอรมนี 11 ประตู
- ซานดอร์ ค็อชซิส ฮังการี 11 ประตู
- กาเบรียล บาติสตูต้า อาร์เจนตินา 10 ประตู
- เตโอฟิโล่ กูบียาส เปรู 10 ประตู
- เกรเซกอร์ซ ลาโต้ โปแลนด์ 10 ประตู
- แกรี่ ลินิเกอร์ อังกฤษ 10 ประตู
- โธมัส มุลเลอร์ เยอรมนี 10 ประตู
- เฮลมุต ราห์น เยอรมนี 10 ประตู
ตัวเลขที่สะท้อนยุคเปลี่ยนผ่านของฟุตบอลโลก
เมื่อมองจากรายชื่อทั้งหมด จะเห็นได้ชัดว่าฟุตบอลโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่สองซูเปอร์สตาร์ร่วมสมัยอย่างเมสซี่และเอ็มบัปเป้ผลักเพดานสถิติให้สูงขึ้นกว่าเดิม เมสซี่คือภาพแทนของตำนานที่ยังไม่ยอมจบง่ายๆ ส่วนเอ็มบัปเป้คือพลังของยุคใหม่ที่ไล่ทุบสถิติด้วยความเร็วและความคมระดับฆาตกรหน้าปากประตู
ชื่อของโรนัลโด้ บราซิล, แกร์ด มุลเลอร์, เปเล่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และคลินส์มันน์ ยังคงเป็นเสาหลักในหน้าประวัติศาสตร์ แต่การขึ้นมาของเมสซี่กับเอ็มบัปเป้ทำให้ตารางดาวซัลโวฟุตบอลโลกดูเหมือนสนามรบที่ยังไม่ปิดฉาก
ศึกนี้ยังไม่จบง่ายๆ
เมสซี่อาจเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดในเวลานี้ แต่เอ็มบัปเป้กำลังไล่หลังแบบประชิดชนิดที่ทุกนัดมีความหมาย หากดาวยิงฝรั่งเศสยิงเพิ่มได้อีกเพียงลูกเดียว เขาจะขยับขึ้นไปแตะระดับเดียวกับเมสซี่ทันที และถ้าทำได้มากกว่านั้น ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกอาจต้องถูกเขียนใหม่อีกรอบ
สำหรับแฟนบอลไทย นี่คือช่วงเวลาที่ไม่ควรกะพริบตา เพราะการดวลตัวเลขระหว่างเมสซี่กับเอ็มบัปเป้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องดาวซัลโว แต่คือการชิงพื้นที่บนบัลลังก์ตำนานของฟุตบอลโลก ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 และทุกความเคลื่อนไหวลูกหนังระดับโลกได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

