ป.ป.ช. ฟันวินัย-อาญา พ.ต.อ. กับพวกรวม 6 คน ปมรีดเงินหนุ่มอังกฤษ 6 ล้าน อ้างช่วยประกันตัวคดีสวมข้อมูลเดินทาง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ป.ป.ช. ชี้มูลคดีใหญ่ เรียกรับเงิน 6 ล้านแลกช่วยหนุ่มอังกฤษ

กลายเป็นคดีร้อนในแวดวงกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง หลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ราเมศ แก้วสูงเนิน พร้อมพวกรวม 6 คน กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันเรียกรับเงินจำนวน 6 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานให้ดำเนินการปล่อยตัวหรือประกันตัว นายริเทช พาเทล ชายสัญชาติอังกฤษ ซึ่งถูกควบคุมตัวในคดีสวมข้อมูลการเดินทางของบุคคลอื่นเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย

คดีนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงกรณีเรียกรับเงินธรรมดา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการอ้างชื่อบุคคลในเครื่องแบบ การอ้างเส้นสายระดับสูง และการโยกย้ายเงินผ่านบัญชีหลายทอด จนทำให้ ป.ป.ช. ต้องไต่สวนและมีมติชี้มูลทั้งความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง

จุดเริ่มต้นจากการจับกุมที่ภูเก็ต ก่อนโยงถึงเงินก้อนใหญ่

จากข้อมูลการไต่สวน เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายริเทช พาเทล ชาวอังกฤษ ที่ถูกระบุว่าสวมข้อมูลการเดินทางของบุคคลอื่นเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย และถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต

ต่อมามีการนำหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่พบว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวถูกยกเลิกและถูกเพิกถอนวีซ่า จากนั้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 นายริเทชถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันผู้ต้องหาต่างด้าว สโมสรตำรวจ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่เพื่อนของนายริเทชจะพยายามติดต่อหาคนช่วยดำเนินการเรื่องประกันตัว

อ้างรู้จักนายตำรวจใหญ่ เรียกเงินก่อน 1 ล้าน ก่อนขยับยอดเป็น 6 ล้าน

วันที่ 29 มิถุนายน 2565 มีการติดต่อไปยังนายวิทยา สมศรีษมสกุล โดยถูกระบุว่าได้แจ้งว่าสามารถช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวได้ เพราะรู้จักกับ พ.ต.อ.ราเมศ แก้วสูงเนิน ซึ่งอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับงานด้านคดีของชาวต่างชาติและการขออนุญาตอยู่ต่อในประเทศไทย

ในช่วงแรกมีการเรียกเงินค่าดำเนินการก่อน 1 ล้านบาท และมีการโอนเงินไปยังบัญชีนายอภิรักษ์ เที่ยงธรรม ตามที่ถูกแจ้ง ต่อมามีการแจ้งยอดรวมค่าดำเนินการทั้งหมดเป็น 6 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะใช้ประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังมีการโอนเงินเพิ่มเติมอีก 5 ล้านบาท ไปยังบัญชีของนางสาวณัฐนรี บุญมา และนางสาวทิพย์สุดา อินสองใจ ก่อนที่การตรวจสอบจะพบเส้นทางเงินบางส่วนถูกโอนต่อไปยังนายวิทยา พ.ต.อ.ราเมศ และนางบูรยา แก้วสูงเนิน ภรรยาของ พ.ต.อ.ราเมศ

สุดท้ายไม่ได้ประกันตัว ป.ป.ช. ฟันทั้งอาญาและวินัย

แม้จะมีการอ้างว่าสามารถช่วยประสานเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวหรือประกันตัว แต่สุดท้าย นายริเทชไม่ได้รับการประกันตัวตามที่มีการกล่าวอ้าง ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นตรวจสอบสำคัญ ก่อนที่ ป.ป.ช. จะพิจารณาและมีมติชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย

มติของ ป.ป.ช. ระบุว่า นายวิทยา สมศรีษมสกุล มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 175 ส่วน พ.ต.อ.ราเมศ แก้วสูงเนิน มีมูลความผิดทางอาญาหลายมาตรา รวมถึงมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ขณะที่นายอภิรักษ์ เที่ยงธรรม นางสาวณัฐนรี บุญมา และนางสาวทิพย์สุดา อินสองใจ ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุนการเรียกรับและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ส่วนนางบูรยา แก้วสูงเนิน ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาในฐานะผู้สนับสนุน และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงเช่นกัน

ขั้นตอนหลังจากนี้ ส่งอัยการสูงสุดและผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อ

หลังมีมติชี้มูล ป.ป.ช. จะส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจ รวมถึงส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม การชี้มูลของ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิต่อสู้คดีและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ทำไมคดีเรียกรับเงินในกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นเรื่องใหญ่

คดีลักษณะนี้สะท้อนปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเมื่อมีการอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐหรืออ้างเส้นสายเพื่อแลกกับเงิน ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามต่อความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ การตรวจคนเข้าเมือง และการควบคุมตัวผู้ต้องหา

หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมคือ ทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม การประกันตัวหรือการปล่อยตัวต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การใช้เงิน เส้นสาย หรือการอ้างชื่อบุคคลใดเพื่อแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่

บทสรุปคดี ป.ป.ช. ชี้มูล 6 ราย รีดเงินหนุ่มอังกฤษ

คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะเทือนภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพราะมีทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินก้อนใหญ่ การอ้างอิทธิพล และเส้นทางเงินที่ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด มติชี้มูลของ ป.ป.ช. จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการดำเนินคดีและวินัยที่ต้องติดตามต่อไปว่า สุดท้ายศาลและหน่วยงานต้นสังกัดจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา