อ่านข่าวนี้แบบสั้น: แฟนบอลไทยเตรียมลุยศึกแห่งศักดิ์ศรี ไทยทิคเก็ตเมเจอร์เปิดจำหน่ายบัตรเชียร์ทีมชาติไทยในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ราคาบัตรเริ่มต้น 300 บาท สูงสุด 600 บาท โดยช้างศึกมีเกมเหย้ารอบแบ่งกลุ่มพบมาเลเซียและเมียนมาที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมตั้งเป้าทวงบัลลังก์แชมป์อาเซียนกลับคืนมา ส่วนรายละเอียดทั้งหมดติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เปิดขายบัตรเชียร์ทีมชาติไทย 13 กรกฎาคมนี้
สัญญาณรบของทัพช้างศึกกำลังดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อไทยทิคเก็ตเมเจอร์เตรียมเปิดจำหน่าย บัตรเชียร์ทีมชาติไทย ชิงแชมป์อาเซียน 2026 พร้อมกันในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เปิดทางให้แฟนบอลจับจองพื้นที่บนอัฒจันทร์เพื่อร่วมสร้างพลังเสียงเชียร์ในภารกิจล่าแชมป์แห่งภูมิภาค
แฟนบอลสามารถซื้อบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ รวมถึงจุดจำหน่ายหลักทั้ง 11 สาขา โดยราคาถูกแบ่งตามตำแหน่งที่นั่ง เริ่มต้นเพียง 300 บาท และสูงสุด 600 บาท
เช็กราคาบัตรทุกโซนก่อนจับจอง
ราคาบัตรถูกจัดให้มีหลายระดับ เพื่อเปิดโอกาสให้กองเชียร์เลือกมุมรับชมได้ตามความต้องการ ตั้งแต่โซนหลังประตูสำหรับแฟนบอลสายพลังเสียง ไปจนถึงที่นั่งฝั่งอัฒจันทร์หลักซึ่งมองเห็นจังหวะเกมได้เต็มสนาม
- โซน W1 ราคา 600 บาท ระบุหมายเลขที่นั่ง
- โซน AWAY สำหรับกองเชียร์ทีมเยือน ราคา 600 บาท
- โซน E1 ราคา 500 บาท
- โซน W2-W3 ราคา 400 บาท
- โซน E2-E3 ราคา 350 บาท
- โซน S-N ราคา 300 บาท
เกมเหย้าทั้งสองนัดของทีมชาติไทยในรอบแบ่งกลุ่มจะลงสนามที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งถือเป็นสมรภูมิสำคัญของช้างศึก การมีแฟนบอลเข้ามาเติมเต็มอัฒจันทร์จึงอาจกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในเกมที่ทุกคะแนนมีความหมายต่อเส้นทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
ช้างศึกอยู่กลุ่มบี ดวล 4 คู่แข่งร่วมอาเซียน
ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 มีกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม 2569 โดยทีมชาติไทยในฐานะรองแชมป์เก่าถูกจับอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ สปป.ลาว
รอบแบ่งกลุ่มจะคัดทีมแชมป์และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ทำให้ทุกเกมมีเดิมพันสูงตั้งแต่นัดเปิดสนาม ขณะที่การแข่งขันครั้งนี้ยังได้รับการรับรองเป็นเกมระดับ FIFA International A Match และมีผลต่อคะแนนอันดับโลก แม้ทัวร์นาเมนต์จะจัดขึ้นนอกช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ก็ตาม

โปรแกรมทีมชาติไทย รอบแบ่งกลุ่ม
นัดที่ 1 สปป.ลาว พบ ไทย
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น. แข่งขันที่สนามกีฬาแห่งชาติลาว หลัก 16 เกมเปิดหัวที่ช้างศึกต้องเร่งคว้าผลลัพธ์ให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเข้าสู่สองเกมใหญ่ในบ้าน
นัดที่ 2 ไทย พบ มาเลเซีย
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน นี่คือหนึ่งในเกมเดือดที่สุดของกลุ่ม เมื่อสองคู่ปรับร่วมภูมิภาคต้องเผชิญหน้ากันต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทย
นัดที่ 3 ฟิลิปปินส์ พบ ไทย
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แข่งขันที่นิว คลาร์ก ซิตี้ แอธเลติก สเตเดียม เป็นเกมเยือนที่ช้างศึกต้องรักษามาตรฐานและรับมือกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง
นัดที่ 4 ไทย พบ เมียนมา
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มซึ่งอาจกลายเป็นนัดชี้ชะตาตำแหน่งในกลุ่มและตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยทุกนัดของทีมชาติไทยถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
รอบน็อกเอาต์กลับมาใช้ระบบเหย้าและเยือน
หลังจบรอบแบ่งกลุ่ม การแข่งขันจะยกระดับความเข้มข้นด้วยระบบเหย้าและเยือนในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ทำให้แต่ละทีมต้องวางแผนทั้งการเล่นในบ้านและการออกไปเผชิญแรงกดดันในสนามคู่แข่ง
- รอบรองชนะเลิศ นัดแรก แข่งขันวันที่ 15-16 สิงหาคม 2569
- รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง แข่งขันวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569
- รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก แข่งขันวันที่ 22 สิงหาคม 2569
- รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง แข่งขันวันที่ 26 สิงหาคม 2569
25 แข้งช้างศึกเตรียมรวมพลก่อนเปิดศึก
ทีมชาติไทยชุดนี้อยู่ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี ฮัดสัน ซึ่งเรียกนักเตะทั้งหมด 25 คน ผสมผสานผู้เล่นประสบการณ์สูงกับแข้งพลังหนุ่ม โดยนักเตะมีกำหนดรายงานตัววันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.00 น. ก่อนเริ่มการฝึกซ้อมในช่วงเย็นที่บีจี เทรนนิ่ง เซนเตอร์
เป้าหมายครั้งนี้ชัดเจน ช้างศึกไม่ได้ลงสนามเพียงเพื่อผ่านรอบแบ่งกลุ่ม แต่ต้องการกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของอาเซียนอีกครั้ง หลังจบการแข่งขันครั้งก่อนด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ทุกเสียงเชียร์ในราชมังคลากีฬาสถานจึงมีความหมายต่อการเดินหน้าทวงบัลลังก์ของฟุตบอลไทย
ราชมังคลาฯ พร้อมระเบิดศึกแห่งศักดิ์ศรี
การเปิดขายบัตรครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบรรยากาศก่อนทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะเกมพบมาเลเซียและเมียนมาที่มีโอกาสสร้างความคึกคักทั่วทั้งสนาม แฟนบอลที่ต้องการเลือกโซนยอดนิยมควรเตรียมความพร้อมก่อนเวลาเปิดจำหน่าย เพื่อไม่พลาดที่นั่งในเกมสำคัญของทีมชาติไทย
ติดตาม ข่าวทีมชาติไทย โปรแกรมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 และข่าวฟุตบอลไทยล่าสุด พร้อมทุกความเคลื่อนไหวของทัพช้างศึกได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก ช้างศึก – ฟุตบอลทีมชาติไทย

