อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ภาพของ จานนี่ อินฟานติโน่ ที่โผล่บนหน้าจอระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากสถานีโทรทัศน์แต่ละประเทศเลือกตัดภาพเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณภาพกลางที่ผลิตโดย HBS ภายใต้แนวทางของฟีฟ่า ซึ่งกำหนดให้มีภาพบุคคลสำคัญหรือแขกระดับ VVIP ระหว่างเกม อย่างไรก็ตาม ความถี่ที่ประธานฟีฟ่าปรากฏตัวได้จุดกระแสวิจารณ์ โดยเฉพาะในช่วงก่อนศึกเลือกตั้งประธานฟีฟ่าปี 2027 ส่วนรายละเอียดทั้งหมดติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ภาพ อินฟานติโน่ กลางเกม ไม่ใช่สถานีโทรทัศน์เลือกเอง
หนึ่งในภาพที่กลายเป็นความคุ้นตาของแฟนบอลระหว่างชม ฟุตบอลโลก 2026 คือจังหวะที่กล้องตัดจากเกมในสนามไปยัง จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ซึ่งนั่งชมการแข่งขันอยู่บนอัฒจันทร์แขกคนสำคัญ
หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมประธานฟีฟ่าจึงได้รับพื้นที่บนหน้าจอบ่อยครั้ง และอาจเข้าใจว่าสถานีโทรทัศน์ที่ถือลิขสิทธิ์ในแต่ละประเทศเป็นผู้เลือกภาพเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาพหลักของการแข่งขันไม่ได้ถูกควบคุมโดยสถานีปลายทาง
การแข่งขันฟุตบอลโลกใช้ สัญญาณภาพกลาง ซึ่งผลิตโดย Host Broadcast Services หรือ HBS บริษัทผู้รับหน้าที่ผลิตภาพการแข่งขันอย่างเป็นทางการให้กับฟีฟ่า ก่อนส่งสัญญาณชุดเดียวกันไปยังผู้ถือลิขสิทธิ์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น MONOMAX, BBC, ITV, Fox Sports หรือ Telemundo
HBS คือทีมคุมภาพใหญ่ของฟุตบอลโลก
หน้าที่ของ HBS ไม่ได้มีเพียงการเลือกมุมกล้องในสนาม แต่ยังครอบคลุมงานผลิตภาพระดับโลก ตั้งแต่การถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญ การจับบรรยากาศบนอัฒจันทร์ ไปจนถึงการสร้างเรื่องราวของเกมผ่านภาพที่แฟนบอลหลายพันล้านคนได้รับชมพร้อมกัน
HBS มีประสบการณ์ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตสัญญาณหลักให้ฟุตบอลโลกมาแล้วหลายสมัย โดยศูนย์กลางการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งอยู่ที่เมืองดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ประมาณ 45,000 ตารางเมตร และเป็นฐานปฏิบัติงานของ HBS พันธมิตรสื่อของฟีฟ่า ฝ่ายผลิตเนื้อหาวิดีโอ รวมถึงห้องควบคุมระบบ VAR
ดังนั้น เมื่อกล้องตัดไปยังบุคคลสำคัญระหว่างเกม ผู้ชมในหลายประเทศจึงมักเห็นภาพเดียวกัน เพราะภาพดังกล่าวถูกเลือกมาตั้งแต่ต้นทางของระบบถ่ายทอดสด ไม่ใช่การตัดสินใจเฉพาะของผู้บรรยายหรือสถานีโทรทัศน์ในประเทศใดประเทศหนึ่ง
ฟีฟ่ามีแนวทางจับภาพ VVIP ทุกครึ่งเวลา
ฟีฟ่ายืนยันว่าไม่ได้มีคำสั่งเฉพาะให้ทีมถ่ายทอดสดต้องจับภาพ อินฟานติโน่ เป็นพิเศษ แต่ยอมรับว่ามีแนวทางร่วมกับ HBS ให้กล้องบันทึกภาพบุคคลสำคัญ หรือแขกระดับ VVIP อย่างน้อยหนึ่งครั้งในแต่ละครึ่งของการแข่งขัน
บุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวอาจเป็นประมุขของประเทศ ผู้นำรัฐบาล เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรฟุตบอล อดีตนักเตะชื่อดัง ศิลปิน บุคคลสาธารณะ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าที่เดินทางเข้าชมเกมในสนาม
“ถือเป็นแนวปฏิบัติปกติที่กล้องจะจับภาพเจ้าหน้าที่ฟุตบอล บุคคลสาธารณะ และคนดังที่เข้าชมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”
คำชี้แจงดังกล่าวสะท้อนว่า การตัดภาพผู้มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการถ่ายทอดสดรายการใหญ่ ซึ่งต้องการนำเสนอบรรยากาศรอบสนามควบคู่ไปกับเกมการแข่งขัน
แล้วทำไม อินฟานติโน่ ถึงขึ้นจอบ่อยกว่าคนอื่น
แม้ฟีฟ่าจะยืนยันว่าไม่มีคำสั่งล็อกเป้าไปยังประธานองค์กร แต่สิ่งที่แฟนบอลเห็นในหลายเกมกลับทำให้เกิดคำถาม เพราะ อินฟานติโน่ ปรากฏบนหน้าจอบ่อยจนดูเหมือนเป็นหนึ่งในตัวละครประจำของทัวร์นาเมนต์
เหตุผลส่วนหนึ่งคือสถานะของเขาในฐานะบุคคลระดับสูงสุดขององค์กรฟุตบอลโลก เมื่อเข้าชมการแข่งขันจึงอยู่ในกลุ่ม VVIP ที่ทีมผลิตภาพสามารถเลือกนำเสนอได้ตามแนวทางที่วางไว้ ยิ่งเจ้าตัวเดินทางชมหลายเกม โอกาสถูกจับภาพก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวถี่เกินไปย่อมหลีกไม่พ้นเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อแฟนบอลต้องการติดตามจังหวะในสนาม สีหน้าของนักเตะ หรือปฏิกิริยาจากม้านั่งสำรอง มากกว่าภาพของผู้บริหารที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์
ต่างจากพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างชัดเจน
แนวทางของฟุตบอลโลกแตกต่างจากการแข่งขันระดับสโมสรอย่างเห็นได้ชัด เพราะใน พรีเมียร์ลีก ไม่มีข้อกำหนดว่าผู้ผลิตสัญญาณต้องตัดภาพไปยัง ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลีก ระหว่างการแข่งขันทุกนัด
สถานการณ์คล้ายกันในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่า อาจปรากฏตัวบนหน้าจอในเกมนัดชิงชนะเลิศหรือพิธีสำคัญ แต่แทบไม่ได้ถูกจับภาพระหว่างเกมปกติตลอดฤดูกาล
ความแตกต่างนี้ทำให้ภาพของ อินฟานติโน่ ในฟุตบอลโลกโดดเด่นขึ้นทันที เพราะผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงครั้งเดียวในเกมสำคัญ แต่กลับพบภาพของเขาอย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขันหลายรอบ

ทุกสายตาจับจ้องก่อนศึกเลือกตั้งประธานฟีฟ่า 2027
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บทบาทของ อินฟานติโน่ ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น คือการที่เจ้าตัวยืนยันเตรียมลงสมัครเลือกตั้งประธานฟีฟ่าอีกครั้งในปี 2027 เพื่อดำรงตำแหน่งต่อในวาระปี 2027-2031
หากได้รับเลือกและอยู่ครบวาระ เขาจะบริหารองค์กรฟุตบอลโลกต่อเนื่องนับจากเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในปี 2016 รวมเป็นเวลาประมาณ 15 ปี โดยปัจจุบันยังไม่มีผู้ท้าชิงที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ
อินฟานติโน่ได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากสมาพันธ์ฟุตบอลในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ โดยกระแสสนับสนุนถูกประเมินไว้ราว 110 เสียง จากทั้งหมด 211 ชาติสมาชิก ทำให้สถานการณ์เลือกตั้งยังอยู่ในมือของประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน ขณะที่สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกาประกาศสนับสนุนการดำรงตำแหน่งวาระปี 2027-2031 อย่างเป็นทางการแล้ว
ภาพไม่กี่วินาที แต่สะเทือนถึงภาพลักษณ์ของฟีฟ่า
การตัดภาพประธานฟีฟ่าอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างเกม แต่เมื่อเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ย่อมกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสายตาแฟนบอล โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ที่ฟีฟ่ากำลังเผชิญเสียงวิจารณ์ทั้งเรื่องมาตรฐานการตัดสิน การลงโทษทางวินัย และกระบวนการดำเนินงานบางด้าน
สิ่งสำคัญคือ การเห็น อินฟานติโน่ บนหน้าจอบ่อยครั้งยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีคำสั่งให้กล้องจับภาพเขาโดยเฉพาะ เพราะฟีฟ่ายืนยันว่าแนวทางดังกล่าวครอบคลุมบุคคลสำคัญทุกประเภท แต่ความถี่ในการปรากฏตัวก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนบอลตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและสมดุลของการนำเสนอ
ท้ายที่สุด ฟุตบอลในสนามยังคงเป็นหัวใจของการถ่ายทอดสด แต่ในเวทีระดับโลก ทุกภาพที่ถูกเลือกออกอากาศล้วนสร้างความหมายได้มากกว่าที่เห็น และภาพของประธานฟีฟ่าซึ่งปรากฏซ้ำบนหน้าจอ ก็กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องนอกสนามที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองไม่แพ้ผลการแข่งขัน
เกาะติดทุกประเด็นฟุตบอลโลกกับบ้านกีฬา
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด เจาะลึกเบื้องหลังการถ่ายทอดสด วิเคราะห์ประเด็นร้อนของฟีฟ่า พร้อมข่าวบอลต่างประเทศและความเคลื่อนไหวลูกหนังทั่วโลกได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวฟุตบอลเข้มข้นสำหรับแฟนบอลชาวไทย

