ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งบุคลากรระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงคมนาคม โดยเห็นชอบให้ “รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ พร้อมแต่งตั้ง “กฤชเทพ สิมลี” เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงแต่งตั้งวิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาอีก 3 ราย เพื่อเสริมกำลังด้านการบริหารและงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
รพีภัทร์ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้แต่งตั้ง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง โดยกำหนดเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และมีผลเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง
การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 57 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และกฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร โดยได้รับความเห็นชอบจากรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว
นายรพีภัทร์จะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนปัจจุบัน ซึ่งมีกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทำให้การส่งต่องานสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่เกิดช่วงว่างทางการบริหาร

เปิดเส้นทางราชการ รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
นายรพีภัทร์มีประสบการณ์ทำงานครอบคลุมทั้งงานด้านนโยบาย เศรษฐกิจการเกษตร การบริหารส่วนกลาง และงานวิชาการด้านการผลิตพืช โดยก่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ด้านการศึกษา นายรพีภัทร์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์จาก Chaminade University of Honolulu รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีอายุ 53 ปี และยังเหลืออายุราชการประมาณ 7 ปี
การขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงจึงถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเป็นตำแหน่งข้าราชการประจำระดับสูงสุดของกระทรวง มีหน้าที่ควบคุมและประสานการทำงานระหว่างกรมต่าง ๆ รวมถึงแปลงนโยบายของฝ่ายการเมืองให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ตั้งแต่การช่วยเหลือเกษตรกร การบริหารสินค้าเกษตร การรับมือภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการพัฒนามาตรฐานและขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทย
ภารกิจใหญ่ที่รอปลัดเกษตรฯ คนใหม่
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ที่ดูแลประชาชนจำนวนมาก การบริหารจึงต้องเชื่อมโยงทั้งนโยบายด้านน้ำ ที่ดิน ปศุสัตว์ ประมง พืช เศรษฐกิจการเกษตร สหกรณ์ และการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรเข้าด้วยกัน
โจทย์สำคัญของปลัดกระทรวงคนใหม่จะอยู่ที่การสร้างเอกภาพระหว่างหน่วยงาน การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การติดตามโครงการให้เกิดผลจริง และการรับมือปัญหาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าเกษตร ความผันผวนของตลาดโลก โรคระบาด และสภาพอากาศสุดขั้ว
ประสบการณ์จากกรมวิชาการเกษตรยังเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะภารกิจของกรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการวิจัยพืช การรับรองปัจจัยการผลิต การควบคุมคุณภาพสินค้า และมาตรการด้านสุขอนามัยพืช ซึ่งล้วนมีผลต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรไทย
ตั้งกฤชเทพเป็นเลขานุการ รมว.คมนาคม
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้แต่งตั้ง นายกฤชเทพ สิมลี เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยได้รับความเห็นชอบจากรองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แล้ว
นายกฤชเทพถือเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ในสายงานคมนาคมโดยตรง เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวงชนบท รวมถึงเคยทำหน้าที่กรรมการในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่ง ประสบการณ์ดังกล่าวจะช่วยให้สามารถประสานงานระหว่างฝ่ายนโยบาย หน่วยงานราชการ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว
ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญในการกลั่นกรองงาน ประสานข้อสั่งการ ติดตามนโยบาย และเชื่อมการทำงานระหว่างรัฐมนตรีกับหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่มีโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งถนน รถไฟ ระบบขนส่งสาธารณะ ท่าเรือ และท่าอากาศยาน
ครม.แต่งตั้ง 3 วิศวกรใหญ่ เสริมงานโครงสร้างพื้นฐาน
คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายจีระพงษ์ ปิณฑะบุตร เป็นวิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโยธา งานสำรวจและออกแบบ ของกรมทางหลวงชนบท
นายสหัสชัย เรียงรุ่งโรจน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นวิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโยธา งานวางแผนและวางโครงการก่อสร้าง ของกรมทางหลวง ส่วน นายสมบูรณ์ เทียนธรรมชาติ ได้รับแต่งตั้งเป็นวิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโยธา งานสำรวจและออกแบบ ของกรมทางหลวง โดยทั้ง 3 รายจะมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
ตำแหน่งวิศวกรทรงคุณวุฒิมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดมาตรฐานทางวิศวกรรม ตรวจสอบความเหมาะสมของแบบก่อสร้าง ให้คำปรึกษาโครงการขนาดใหญ่ และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรืองบประมาณ การมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานและสร้างความคุ้มค่าให้กับการใช้เงินภาครัฐ
จับตาการขับเคลื่อนงานหลังจัดทัพใหม่
มติแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการจัดวางบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจสำคัญ ทั้งด้านการเกษตรและระบบคมนาคม ซึ่งเป็นสองกลไกหลักที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการส่งต่องานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การกำหนดทิศทางแก้ปัญหาให้เกษตรกร รวมถึงการประสานงานในกระทรวงคมนาคมเพื่อผลักดันโครงการลงทุนให้เดินหน้าตามเป้าหมาย โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

