อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ฟีฟ่าเปิดการสอบสวนเหตุชุลมุนหลังนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งสเปนเฉือนอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดย เลอันโดร ปาเรเดส, ติอาโก้ อัลมาด้า และ นาเวล โมลีน่า ถูกจับตาจากพฤติกรรมรุนแรง หากถูกตัดสินว่ามีความผิดอาจโดนแบนอย่างน้อย 3 นัดพร้อมโทษปรับ ขณะเดียวกันทัพฟ้าขาวยังมีคดีป้ายข้อความการเมืองค้างอยู่ ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ศึกแชมป์โลกจบ แต่เดือดต่อหลังเสียงนกหวีด
ฟีฟ่าเปิดสอบเหตุชุลมุนหลังนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ หลังเกมที่ทีมชาติสเปนเฉือนชนะทีมชาติอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ที่เม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 พร้อมผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2
เกมดังกล่าวดุเดือดตลอด 120 นาที ก่อน เฟร์ราน ตอร์เรส จะซัดประตูชัยในนาทีที่ 106 ขณะที่อาร์เจนตินาต้องเล่นเพียง 10 คน หลัง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ได้รับใบเหลืองที่สองในช่วงทดเวลาของครึ่งหลัง กระทั่งอารมณ์ของนักเตะหลายรายปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจบการแข่งขัน

คลิปเหตุการณ์มัดตัว แข้งฟ้าขาวโดนจับตาหลายราย
ภาพวิดีโอจากสนามเผยให้เห็นการกระทบกระทั่งรุนแรงระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม โดยมีชื่อของ เลอันโดร ปาเรเดส, ติอาโก้ อัลมาด้า และ นาเวล โมลีน่า ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์สำคัญหลายจังหวะ
- ปาเรเดสและอัลมาด้าถูกระบุว่าเข้าไปจับ กาบี กองกลางทีมชาติสเปน ทุ่มลงกับพื้น
- ก่อนหน้านั้นปาเรเดสมีจังหวะบีบคอ เอริค การ์เซีย ระหว่างเหตุชุลมุน
- โมลีน่าตกเป็นข่าวว่าพยายามปล่อยหมัดใส่ โรดรี้ ซึ่งกำลังวิ่งเข้าไปฉลองชัยชนะ
- นิโกลัส โอตาเมนดี้ เปิดประเด็นจากความไม่พอใจบทสัมภาษณ์ก่อนเกมของ เอมเมอริก ลาปอร์กต์
- โรแบร์โต้ อายาล่า หนึ่งในทีมงานสตาฟฟ์อาร์เจนตินา ถูกกล่าวหาว่าทำร้าย ดานี่ โอลโม่
เหตุการณ์ลุกลามจนผู้เล่นและทีมงานต้องช่วยกันแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน โดย ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซืออาร์เจนตินา พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ท่ามกลางความวุ่นวายในสนาม
ปาเรเดสไม่มีใบแดง แต่ยังหนีโทษย้อนหลังไม่พ้น
ช่วงแรกมีรายงานว่า ปาเรเดส ถูก สลาฟโก้ วินชิช ผู้ตัดสินในเกมดังกล่าวชูใบแดงให้หลังจบการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าได้แก้ไขข้อมูลและยืนยันภายหลังว่า ไม่มีการแจกใบแดงให้กองกลางอาร์เจนตินารายนี้
ถึงกระนั้น การไม่มีใบแดงจากผู้ตัดสินไม่ได้หมายความว่านักเตะจะรอดพ้นจากความผิด เพราะคณะกรรมการวินัยสามารถพิจารณารายงานการแข่งขัน คลิปวิดีโอ และหลักฐานอื่นเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการลงโทษย้อนหลังได้
“หลังจากการประเมินรายงานการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ระหว่าง สเปน และ อาร์เจนตินา คณะกรรมการวินัยของ ฟีฟ่า ได้แต่งตั้งอัยการฝ่ายวินัยและจริยธรรมเพื่อสอบสวนการละเมิดกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น และจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทราบต่อไป”
บทลงโทษหนัก แบนขั้นต่ำ 3 นัดพร้อมปรับเงิน
หากสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาหรือผู้เล่นที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณีตามมาตรา 14 ของประมวลกฎระเบียบวินัยฟีฟ่า นักเตะอาจถูกลงโทษ แบนอย่างน้อย 3 นัด ในการแข่งขันระดับทีมชาติ พร้อมถูกปรับเงินตามความร้ายแรงของพฤติกรรม
จำนวนเกมที่ถูกแบนอาจเพิ่มขึ้นได้ หากคณะกรรมการเห็นว่าการกระทำมีความรุนแรง มีผู้เกี่ยวข้องหลายราย หรือสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการแข่งขัน โดยขณะนี้ฟีฟ่ายังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าการสอบสวนจะได้ข้อสรุปเมื่อใด
ชนักเก่ายังติดหลัง คดีป้ายฟอล์กแลนด์รอผลสอบ
สถานการณ์ของทัพฟ้าขาวยิ่งหนักขึ้น เพราะฟีฟ่ากำลังสอบสวนอีกคดีจากเกมรอบรองชนะเลิศ ซึ่งอาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ 2-1 หลังนักเตะร่วมกันชูป้ายข้อความว่า “Las Malvinas son Argentinas” หรือ “หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา”
ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางอธิปไตยระหว่างอาร์เจนตินากับสหราชอาณาจักร จึงถูกจับตาว่าอาจเข้าข่ายนำประเด็นทางการเมืองเข้าสู่การแข่งขัน หากทั้งสองคดีมีคำตัดสินเป็นความผิด สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาอาจเผชิญทั้งบทลงโทษด้านกีฬาและค่าปรับเพิ่มเติม

จากรองแชมป์โลกสู่ศึกหนักนอกสนาม
อาร์เจนตินาเพิ่งเสียตำแหน่งแชมป์โลกให้กับสเปนในเกมที่เข้มข้นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ผลกระทบหลังแมตช์อาจรุนแรงไม่แพ้ความพ่ายแพ้ในสนาม เพราะผู้เล่นตัวหลักหลายรายกำลังเสี่ยงหมดสิทธิ์รับใช้ทีมชาติในโปรแกรมนัดต่อไป
สิ่งที่ต้องติดตามจากนี้คือ ฟีฟ่าจะตั้งข้อหากับบุคคลใดบ้าง หลักฐานจากวิดีโอจะมีน้ำหนักเพียงใด และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาจะชี้แจงเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างไร ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลสอบฟีฟ่า และข่าวฟุตบอลต่างประเทศล่าสุดได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

