อ่านข่าวนี้แบบสั้น: จาง เป่ยเหมียน ยอดคิกบ็อกซิ่งวัย 22 ปีจากจีน ประกาศพร้อมกลับมาสะสางบัญชีแค้นกับ โจนาธาน ดิ เบลลา แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต หลังเคยแพ้คะแนนจากจุดเปลี่ยนสำคัญในยกสุดท้ายเมื่อปี 2565 คราวนี้เจ้าตัวยืนยันว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้น จิตใจนิ่งกว่าเดิม และเตรียมอาวุธใหม่ไว้ล้มแชมป์ ศึกรีแมตช์จะระเบิดขึ้นวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่เวทีลุมพินี ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
รีแมตช์เดือดเดิมพันบัลลังก์โลก จาง เป่ยเหมียน ขอแก้มือ ดิ เบลลา
ไฟแค้นที่ค้างคามานานเกือบ 4 ปีกำลังจะถูกสะสาง เมื่อ จาง เป่ยเหมียน นักชกพลังหนุ่มจากจีน เตรียมเปิดศึกภาคสองกับ โจนาธาน ดิ เบลลา เจ้าของบัลลังก์ชาวอิตาลี-แคนาดา โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต เป็นเดิมพันในคู่เอก The Inner Circle 22 วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา
นี่ไม่ใช่เพียงไฟต์ชิงแชมป์ธรรมดา แต่คือการกลับไปปิดบัญชีความเจ็บปวดของผู้ท้าชิงจากแดนมังกร หลังโอกาสคว้าเข็มขัดครั้งแรกหลุดจากมือในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย และกลายเป็นบาดแผลที่ผลักให้เขากลับไปยกระดับตัวเองแทบทุกด้าน
ฝันสลายในยกสุดท้าย แผลเก่าจากศึก ONE 162
ทั้งคู่เคยเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศึก ONE 162 เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ตอนนั้น จาง มีอายุเพียง 19 ปี แต่กล้าเปิดเกมเดินชนแชมป์เชิงสูงอย่าง ดิ เบลลา แบบไม่เกรงศักดิ์ศรี พร้อมใช้หมัดซ้ายและลูกเตะเจาะเกมรับจนการแข่งขันตึงเครียดตลอด 5 ยก
จุดตัดสินเกิดขึ้นในยกสุดท้าย เมื่อ ดิ เบลลา ปล่อยลูกเตะสูงเล่นงานจน จาง ถูกนับ กลายเป็นช็อตสำคัญที่พลิกน้ำหนักบนใบคะแนน ก่อนยอดฝีมือชาวอิตาลี-แคนาดาจะชนะคะแนนเอกฉันท์และคว้าแชมป์โลกไปครอง
ความพ่ายแพ้ในวันนั้นสอนให้ จาง เข้าใจว่า เกมระดับชิงแชมป์ไม่มีพื้นที่สำหรับความประมาท แม้จะทำผลงานได้ดีมาตลอดหลายยก แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็สามารถเปลี่ยนผู้ชนะและผู้แพ้ได้ทันที

จากดาวรุ่งเลือดร้อน สู่ผู้ท้าชิงที่นิ่งและอันตรายกว่าเดิม
เวลาที่ผ่านไปไม่ได้เพิ่มเพียงประสบการณ์บนสังเวียน แต่ยังเปลี่ยนแนวคิดของ จาง อย่างชัดเจน นักชกวัย 22 ปีมองว่าตัวเองไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ปล่อยให้อารมณ์หรือเกมยั่วยุของคู่ชกดึงออกจากแผนอีกต่อไป เขาผ่านทั้งเสียงชื่นชม ความผิดหวัง และแรงกดดัน จนสร้างสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น
นอกจากการยกระดับสมาธิและวินัยในเกมแล้ว ทีมงานยังเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ หลังอาการบาดเจ็บเคยส่งผลต่อการเตรียมตัวในหลายไฟต์ที่ผ่านมา พร้อมซุ่มพัฒนาอาวุธชุดใหม่เพื่อสร้างโจทย์ที่ ดิ เบลลา อาจไม่เคยรับมือมาก่อน
“It doesn’t matter if I get my revenge. What matters is that I become the first-ever Chinese ONE Kickboxing World Champion.”
“ไม่สำคัญว่าผมจะได้แก้แค้นหรือไม่ สิ่งสำคัญคือผมต้องเป็นแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิงชาวจีนคนแรกในประวัติศาสตร์”
ดิ เบลลา กำแพงสูงที่ต้องผ่านให้ได้
แม้ จาง จะกลับมาพร้อมความมั่นใจเต็มถัง แต่ภารกิจครั้งนี้ยังหนักระดับเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะ ดิ เบลลา คือหนึ่งในนักคิกบ็อกซิ่งที่ครบเครื่องที่สุดของรุ่น จุดเด่นอยู่ที่พื้นฐานมวยสากลระดับสูง การออกหมัดแม่นยำ การเคลื่อนเท้ารวดเร็ว และความสามารถในการควบคุมระยะจนคู่ต่อสู้หาจังหวะเข้าทำได้ยาก
แชมป์วัย 29 ปีถือสถิติอาชีพ 15 ชนะ 1 แพ้ และมีผลงาน 5 ชนะ 1 แพ้บนเวที ONE พร้อมเข้าสู่ไฟต์นี้ด้วยความมั่นใจจากชัยชนะต่อเนื่อง ขณะที่ผลงานสำคัญล่าสุดคือการเอาชนะ พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ.พีเค และก้าวขึ้นครองบัลลังก์คิกบ็อกซิงรุ่นสตรอว์เวตแต่เพียงผู้เดียว
เส้นทางคืนฟอร์มของจาง ก่อนกลับมาล่าฝันอีกครั้ง
หลังพลาดเข็มขัดในภาคแรก จาง ไม่ได้จมหายไปกับความผิดหวัง แต่เดินหน้าสะสมประสบการณ์และพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเอาชนะนักชกที่แฟนมวยไทยรู้จักดีอย่าง อาลีฟ ส.เดชะพันธ์ และ ทองพูน พีเค.แสนชัย ก่อนคว้าชัยเหนือ เอลลิส บาดร์ บาร์โบซา อดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย จนได้ตั๋วกลับมาท้าชิงอีกครั้ง
ผลงานเหล่านี้ทำให้ผู้ท้าชิงจากจีนกลับเข้าสู่เส้นทางล่าเข็มขัดด้วยความมั่นใจ ขณะเดียวกันยังสะท้อนว่าเขาไม่ได้กลับมาเพราะชื่อเสียงจากอดีต แต่ใช้ผลงานบนสังเวียนเปิดประตูสู่โอกาสครั้งที่สองด้วยตัวเอง
กุญแจสำคัญของเกม 5 ยก ใครพลาดก่อนอาจเสียบัลลังก์
รูปเกมมีโอกาสกลายเป็นสงครามชิงจังหวะตั้งแต่เสียงระฆังแรก จาง จำเป็นต้องใช้ความเร็วของหมัดชุด กดดันพื้นที่ และโจมตีลำตัวกับขาของแชมป์ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้ ดิ เบลลา ตั้งจังหวะออกหมัดตามถนัด
สิ่งที่ผู้ท้าชิงต้องระวังมากที่สุดคือลูกเตะสูงและการเปลี่ยนจังหวะเข้าทำ เพราะอาวุธนี้เคยทำลายความฝันของเขามาแล้ว หากยังเดินบุกแบบเปิดช่องหรือเร่งเกมจนเสียทรง ภาพเดิมจากภาคแรกอาจย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง
ด้าน ดิ เบลลา ต้องรับมือแรงกดดันจากคู่ชกที่อายุน้อยกว่าและพร้อมเดินบดตลอดเกม หากปล่อยให้ จาง สร้างความมั่นใจจากการออกอาวุธต่อเนื่อง ไฟต์อาจกลายเป็นงานหนัก โดยเฉพาะช่วงปลายยกที่พลัง ความแม่นยำ และการตัดสินใจจะมีผลโดยตรงต่อคะแนน
โปรแกรมถ่ายทอดสด ดิ เบลลา พบ จาง เป่ยเหมียน
- รายการ The Inner Circle 22
- คู่เอก โจนาธาน ดิ เบลลา พบ จาง เป่ยเหมียน
- ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต
- วันแข่งขัน วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569
- สถานที่ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา กรุงเทพมหานคร
- ถ่ายทอดสดสำหรับสมาชิกผ่าน Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 น.
ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เดิมพันมากกว่าคำว่าแก้แค้น
สำหรับ จาง เป่ยเหมียน เป้าหมายครั้งนี้ใหญ่กว่าการเอาคืนคู่ปรับเก่า เพราะชัยชนะจะพาเขาก้าวขึ้นเป็นนักชกชาวจีนคนแรกที่ครองแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง ส่วน ดิ เบลลา ต้องการพิสูจน์ว่าผลการแข่งขันในภาคแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเขายังคู่ควรกับการยืนบนจุดสูงสุดของรุ่นต่อไป
เมื่อหนึ่งคนกลับมาพร้อมแผลแค้น อาวุธใหม่ และความฝันของคนทั้งประเทศ ขณะที่อีกคนยืนขวางด้วยเข็มขัดแชมป์ ประสบการณ์ และเชิงชกระดับโลก ศึก ดิ เบลลา พบ จาง เป่ยเหมียน ภาค 2 จึงมีทุกองค์ประกอบของไฟต์เดือดที่แฟนมวยไม่ควรกะพริบตา
ติดตามข่าวมวยวันนี้ โปรแกรมมวย ONE ผลมวยล่าสุด และความเคลื่อนไหววงการกีฬาทั้งไทยและต่างประเทศได้ที่ มวยสดบ้านกีฬา

