
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ อังกฤษ ระหว่าง เชลซี 0-1 แมนซิตี้ วันนี้ 16/5/69 – บ้านกีฬา
ศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ เดือดสมราคา เมื่อ เชลซี เปิดเกมสู้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีกลัว แต่สุดท้ายเป็นเรือใบสีฟ้าที่เฉียบคมกว่า เฉือนชนะ 1-0 จากประตูชัยของ อองตวน เซเมนโย่ นาที 72 ทำให้ ผลบอลสด คู่นี้จบด้วยความเจ็บปวดของสิงห์บลูส์ และความสะใจของฝั่งซิตี้
เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ครองบอล 56% ยิง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ส่วนเชลซียิง 7 เข้ากรอบเพียงครั้งเดียว จุดต่างจึงอยู่ที่ความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย ซิตี้มีจังหวะเดียวที่ฆ่าเกมได้ และนั่นเพียงพอสำหรับการคว้าแชมป์
ครึ่งแรก
แมนฯ ซิตี้ เริ่มเกมได้น่ากลัว นาที 7 โอมาร์ มาร์มูช ได้ยิงในกรอบ แต่ โรเบิร์ต ซานเชซ เซฟไว้ได้ ก่อนที่ อองตวน เซเมนโย่ จะมีจังหวะซ้ำและยิงไกล แต่ยังติดบล็อกแนวรับเชลซี
ซิตี้ใช้ความเร็วของ เฌเรมี่ โดกู กดดันฝั่งซ้าย ทำให้ มาร์ก กูกูเรย่า ต้องเจองานหนัก ขณะที่ โรดรี้ มีโอกาสโหม่งจากลูกเตะมุมในนาที 10 แต่บอลหลุดกรอบ เชลซีค่อย ๆ ตั้งเกมได้จาก รีซ เจมส์ และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ก่อนที่ ชูเอา เปโดร จะได้ยิงนาที 22 แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไป
เกมเริ่มหนักขึ้นเมื่อ เอ็นโซ่ โดนใบเหลืองนาที 29 และ กูกูเรย่า รับใบเหลืองนาที 32 ท้ายครึ่งแรก ฮาแลนด์ เกือบยิงให้ซิตี้นำจากจังหวะหลุดเข้าเขตโทษนาที 43 แต่ ซานเชซ ยังเซฟไว้ได้ จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 โดยซิตี้ยิงมากกว่า 6 ต่อ 2
ครึ่งหลัง
ครึ่งหลัง ซิตี้ส่ง รายาน แชร์กี ลงมาเพิ่มมิติรุกแทน มาร์มูช และเกือบขึ้นนำทันทีในนาที 47 เมื่อ เซเมนโย่ ได้โหม่งจ่อ ๆ แต่บอลข้ามคาน เชลซีตอบโต้จากลูกตั้งเตะ นาที 55 ไกเซโด้ ได้โหม่งแต่โดนบล็อก ก่อนที่ คูซานอฟ จะโดนใบเหลืองนาที 56
นาที 59 เชลซีพลาดโอกาสทอง รีซ เจมส์ เปิดให้ เวสลีย์ โฟฟาน่า โหม่งระยะใกล้ แต่บอลหลุดเสาออกไป จุดนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของสิงห์บลูส์ คือขึ้นเกมได้ แต่ปิดบัญชีไม่ได้
นาที 65 ซิตี้ส่ง มาเตโอ โควาซิช ลงแทน โรดรี้ ก่อนถึงนาที 72 ฮาแลนด์ มีส่วนสำคัญในการปั้นจังหวะให้ เซเมนโย่ ยิงด้วยขวาจากกลางกรอบเขตโทษ บอลเสียบมุมล่างซ้ายเป็นประตู 0-1
หลังเสียประตู เชลซีเร่งเต็มที่ ส่ง เปโดร เนโต้, เลียม ดีแลป และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ลงมาเพิ่มเกมรุก แต่ยังเจาะไม่เข้า นาที 91 ดีแลป โหม่งข้ามคาน และช่วงทดเจ็บ เปโดร เนโต้ ยิงติดบล็อก จบเกม เชลซี แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
เชลซี ระบบ 3-4-2-1
- ผู้รักษาประตู : โรเบิร์ต ซานเชซ 6.8
- กองหลัง : เวสลีย์ โฟฟาน่า 6.6, ลีวาย โคลวิลล์ 6.8, ยอร์เรล ฮาโต 6.3
- กองกลาง : มาโล กุสโต้ 6.5, รีซ เจมส์ 7.2, มอยเซส ไกเซโด้ 6.6, มาร์ก กูกูเรย่า 6.6
- กองหน้า : โคล พาลเมอร์ 6.8, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ 7.2, ชูเอา เปโดร 6.6
- นักเตะเด่น : รีซ เจมส์ 7.2, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ 7.2, โรเบิร์ต ซานเชซ 6.8
- เปลี่ยนตัว : เปโดร เนโต้ 6.7, เลียม ดีแลป 6.3, อเลฮานโดร การ์นาโช่ 6.6
- สำรองไม่ได้ใช้ : ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น, จอช อาเชียมปง, โทซิน อดาราบิโอโย่, เทรโวห์ ชาโลบาห์, ดาริโอ เอสซูโก้, อันเดรย์ ซานโตส
- ขาดหรือไม่พร้อม : มิไคโล มูดริค, เอสเตเวา, เจมี่ กิตเทนส์, เจสซี่ เดอร์รี่
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบบ 4-2-2-2
- ผู้รักษาประตู : เจมส์ แทรฟฟอร์ด 6.6
- กองหลัง : มาเตอุส นูเนส 7.0, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ 6.9, มาร์ก เกฮี 7.6, นิโก้ โอไรลีย์ 7.2
- กองกลาง : โรดรี้ 7.0, แบร์นาร์โด้ ซิลวา 6.7, อองตวน เซเมนโย่ 7.5, เฌเรมี่ โดกู 7.2
- กองหน้า : โอมาร์ มาร์มูช 6.4, เออร์ลิง ฮาแลนด์ 6.9
- นักเตะเด่น : มาร์ก เกฮี 7.6, อองตวน เซเมนโย่ 7.5, เฌเรมี่ โดกู 7.2, นิโก้ โอไรลีย์ 7.2
- เปลี่ยนตัว : รายาน แชร์กี 7.0, มาเตโอ โควาซิช 6.7
- สำรองไม่ได้ใช้ : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, รูเบน ดิอาส, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, ฟิล โฟเด้น, ซาวินโญ่, ไตยานี่ ไรน์เดอร์ส
วิเคราะห์บอลวันนี้การรุกและการรับ
เกมนี้ บ้านกีฬา มองว่า เชลซีไม่ได้แพ้เพราะสู้ไม่ได้ แต่แพ้เพราะความคมในพื้นที่สุดท้าย ระบบ 3-4-2-1 ของสิงห์บลูส์พยายามใช้วิงแบ็กดันสูง และให้ เอ็นโซ่ กับ พาลเมอร์ เชื่อมเกมหลัง ชูเอา เปโดร แต่ปัญหาคือบอลจากริมเส้นขาดคุณภาพ เปิด 18 ครั้ง เข้าเป้าแค่ 4 ครั้ง ทำให้กองหน้าแทบไม่มีจังหวะยิงถนัด
เกมรับเชลซียืนหลังสามเพื่อรับมือ ฮาแลนด์ กับ มาร์มูช แต่เมื่อซิตี้โยกบอลเร็ว แนวรับต้องถอยลึกเป็นแผงห้า ทำให้แดนกลางกับแดนหน้าขาดช่วง พอแย่งบอลได้จึงสวนกลับไม่ต่อเนื่อง แม้มีบางจังหวะที่เอ็นโซ่แทงเร็วสร้างอันตรายได้
ฝั่ง แมนฯ ซิตี้ ใช้ระบบ 4-2-2-2 ได้คมกว่า เซเมนโย่ กับ โดกู คอยลากกินพื้นที่ด้านข้าง ส่วน ฮาแลนด์ ไม่ได้มีดีแค่ยิง แต่ยังพักบอล ดึงตัวประกบ และสร้างช่องให้เพื่อน ประตูชัยนาที 72 คือภาพชัดที่สุดของกองหน้าที่ทำให้คนอื่นเล่นง่ายขึ้น
แดนกลางซิตี้นิ่งกว่า โรดรี้ กับ แบร์นาร์โด้ คุมจังหวะได้ดี ก่อนที่ โควาซิช จะลงมาช่วยรักษาสมดุลช่วงท้าย ขณะที่แนวรับมี มาร์ก เกฮี เป็นตัวเด่น อ่านบอลแน่น เคลียร์จังหวะอันตรายได้หลายครั้ง ซิตี้จึงไม่ได้ชนะเพราะบุกถล่ม แต่ชนะเพราะเล่นนิ่งกว่า ฉลาดกว่า และเด็ดขาดกว่าในจังหวะสำคัญ

สถิติการแข่งขัน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองบอลเหนือกว่า 56% ต่อ 44% ผ่านบอล 541 ครั้ง มากกว่าเชลซีที่ทำได้ 418 ครั้ง และจ่ายบอลแม่นยำ 471 ครั้ง ขณะที่เชลซีแม้เข้าสู่พื้นที่สุดท้ายมากกว่า 59 ต่อ 45 ครั้ง แต่คุณภาพการเข้าทำยังไม่พอ เพราะยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียว
ซิตี้ยิงทั้งหมด 9 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง มีโอกาสสำคัญ 1 ครั้ง และเปลี่ยนเป็นประตูชัย ส่วนเชลซียิง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง หลุดกรอบ 5 ครั้ง การดวลตัวต่อตัวซิตี้เหนือกว่าเล็กน้อย 53% ต่อ 47% และเกมรับยังเคลียร์บอลถึง 29 ครั้ง เทียบกับเชลซี 13 ครั้ง
เหตุการณ์สำคัญ
- 🟨 นาที 29 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนใบเหลือง หลังทำฟาวล์ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ในแดนกลาง
- 🟨 นาที 32 มาร์ก กูกูเรย่า โดนใบเหลือง จากจังหวะฟาวล์ใส่ อองตวน เซเมนโย่
- 🧤 นาที 43 เออร์ลิง ฮาแลนด์ หลุดยิงด้วยซ้าย แต่ โรเบิร์ต ซานเชซ เซฟช่วยเชลซีไว้ได้
- 🔁 นาที 46 แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนตัว ส่ง รายาน แชร์กี ลงแทน โอมาร์ มาร์มูช
- 🟨 นาที 56 อับดูโคดีร์ คูซานอฟ โดนใบเหลือง จากจังหวะฟาวล์หนักใส่ มาร์ก กูกูเรย่า
- 🔁 นาที 65 แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนตัว ส่ง มาเตโอ โควาซิช ลงแทน โรดรี้
- ⚽ นาที 72 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูนำ 1-0 อองตวน เซเมนโย่ ยิงด้วยขวาจากกลางกรอบเขตโทษ หลังได้บอลจาก เออร์ลิง ฮาแลนด์
- 🔁 นาที 74 เชลซี เปลี่ยนตัว ส่ง เปโดร เนโต้ ลงแทน มาร์ก กูกูเรย่า
- 🎯 นาที 74 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ได้ยิงระยะใกล้จากฝั่งซ้ายของกรอบหกหลา แต่บอลข้ามคาน
- 🔁 นาที 83 เชลซี เปลี่ยนตัว ส่ง เลียม ดีแลป ลงแทน รีซ เจมส์
- 🔁 นาที 86 เชลซี เปลี่ยนตัว ส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ลงแทน ชูเอา เปโดร ที่มีอาการบาดเจ็บ
- 🧤 นาที 85 รายาน แชร์กี ยิงจากนอกกรอบ แต่ โรเบิร์ต ซานเชซ เซฟไว้ได้
- 🟨 นาที 90+2 มอยเซส ไกเซโด้ โดนใบเหลือง หลังทำฟาวล์ใส่ อองตวน เซเมนโย่
- 🎯 นาที 90+4 เปโดร เนโต้ ได้ยิงด้วยซ้ายจากนอกกรอบ แต่บอลโดนบล็อก
- 🏁 จบเกม เชลซี แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
Player of the Match
อองตวน เซเมนโย่ คือ Player of the Match ของ บ้านกีฬา แม้ มาร์ก เกฮี จะได้คะแนนสูงกว่าเล็กน้อย แต่เกมนัดชิงตัดสินกันที่จังหวะชี้ขาด และเซเมนโย่คือคนยิงประตูที่เปลี่ยนเกมทั้งใบ
ตลอดเกมเขาป่วนแนวรับเชลซีต่อเนื่อง ทั้งยิงติดบล็อก เรียกฟาวล์ และหาพื้นที่ระหว่างไลน์ได้ดี ประตูในนาที 72 จึงไม่ใช่แค่ลูกยิงธรรมดา แต่คือจังหวะของผู้เล่นที่นิ่งพอในเกมกดดันสูงสุด

ตารางบอลนัดถัดไปของเชลซี
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| พรีเมียร์ลีก | เชลซี พบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ | 20 พ.ค. 2569 02:15 |
| พรีเมียร์ลีก | ซันเดอร์แลนด์ พบ เชลซี | 24 พ.ค. 2569 22:00 |
เชลซีต้องรีบฟื้นสภาพจิตใจ เพราะ โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีกที่รออยู่ยังหนัก โดยเฉพาะเกมลอนดอนดาร์บี้กับสเปอร์ส
ตารางบอลนัดถัดไปของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| พรีเมียร์ลีก | บอร์นมัธ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 20 พ.ค. 2569 01:30 |
| พรีเมียร์ลีก | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า | 24 พ.ค. 2569 22:00 |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะกลับไปโฟกัสพรีเมียร์ลีกด้วยความมั่นใจเต็มถัง หลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพเป็นแรงส่งสำคัญ
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่ต้องการติดตาม บ้านผลบอล แบบครบทุกมุม ทั้งผลการแข่งขัน รายชื่อนักเตะ คะแนนผู้เล่น สถิติ เหตุการณ์สำคัญ และบทวิเคราะห์เข้มข้นในสไตล์ บ้านกีฬา สามารถเกาะติดได้ต่อเนื่องทุกวัน เพราะทุกเกมใหญ่ไม่ได้จบแค่สกอร์ แต่ยังมีรายละเอียดที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด

