คีลิยัน เอ็มบัปเป 48'
แบรดลีย์ บาร์โคลา 54'
คีลิยัน เอ็มบัปเป 66'
อุสมาน เดมเบเล 90+6'
เดแคลน ไรซ์ 3'
เอซรี คอนซา 18'
บูกาโย ซากา 37'
บูกาโย ซากา 45+1'
บูกาโย ซากา 87'
จู๊ด เบลลิงแฮม 90+8'
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง ฝรั่งเศส 4-6 อังกฤษ วันนี้ 19/7/69 – บ้านกีฬา
อังกฤษระเบิดเกมรุกตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนฝ่าการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของฝรั่งเศส เอาชนะไปด้วย ผลบอลสด 6-4 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับสาม ที่ฮาร์ดร็อก สเตเดียม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย
บูกาโย ซากา ซัดแฮตทริก ขณะที่เดแคลน ไรซ์, เอซรี คอนซา และจู๊ด เบลลิงแฮม ช่วยกันทำอีกคนละประตู ส่งทัพสิงโตคำรามคว้าอันดับสามและสร้างผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ส่วนคีลิยัน เอ็มบัปเป ยิงสองลูกจนขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกที่ 22 ประตู
ครึ่งแรก อังกฤษกดสี่เม็ด ฝรั่งเศสแนวรับพังยับ
เริ่มเกมเพียงนาทีที่ 3 เดซีเร ดูเอ จ่ายบอลพลาดกลางสนาม เดแคลน ไรซ์ ฉกไปยิงไกลด้วยเท้าขวาเสียบมุม ส่งอังกฤษนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว
นาทีที่ 18 อังกฤษทิ้งเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมของไรซ์ที่เปิดให้เอซรี คอนซา ขึ้นโหม่งผ่านไมค์ เมญ็อง ฝรั่งเศสพยายามตอบโต้ผ่านคีลิยัน เอ็มบัปเปและรายาน แชร์กี แต่ดีน เฮนเดอร์สันยังป้องกันไว้ได้
แนวรับฝรั่งเศสเปิดพื้นที่หนักขึ้นในนาทีที่ 37 มาร์คัส แรชฟอร์ดพาบอลสวนกลับ ก่อนบูกาโย ซากาตามจบจังหวะต่อเนื่องเป็น 3-0 จากนั้นช่วงทดเวลานาทีที่ 45+1 เอเบเรชี เอเซ แทงทะลุช่องให้ซากาหลุดยิงประตูที่สองของตัวเอง อังกฤษปิดครึ่งแรกด้วยสกอร์ 4-0
อังกฤษเล่นงานคู่แข่งด้วยการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่รวดเร็ว ขณะที่ฝรั่งเศสเสียสมดุลระหว่างแดนกลางกับแนวรับอย่างชัดเจน ครึ่งแรกทีมของโธมัส ทูเคิลมีค่าคาดการณ์ประตู 1.40 เหนือฝรั่งเศสที่ทำได้เพียง 0.50
ครึ่งหลัง ฝรั่งเศสฮึดไล่สามลูก แต่อังกฤษปิดบัญชีอยู่หมัด
ดิดิเยร์ เดส์ชองส์เปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันสี่คน ส่งอุสมาน เดมเบเล, แบรดลีย์ บาร์โคลา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน และลูกาส์ ดีญ ลงสนาม การแก้เกมเห็นผลทันทีเมื่อเอ็มบัปเปรับบอลทะลุช่องจากไมเคิล โอลิเซ แล้วยิงลดเหลือ 1-4 ในนาทีที่ 48
นาทีที่ 54 เอ็มบัปเปแทงให้บาร์โคลาหลุดยิงเป็น 2-4 ก่อนที่เอ็มบัปเปจะซัดลูกที่สองของตัวเองในนาทีที่ 66 ทำให้ฝรั่งเศสไล่มาเหลือ 3-4 และกลับมากดดันอังกฤษอย่างเต็มกำลัง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นนาทีที่ 85 เมื่อมาโล กุสโตทำฟาวล์เจด สเปนซ์ในเขตโทษ ซากาสังหารจุดโทษนาทีที่ 87 ครบแฮตทริกและพาอังกฤษหนีเป็น 5-3
ช่วงทดเวลานาทีที่ 90+6 เดมเบเลยิงให้ฝรั่งเศสไล่มา 4-5 แต่สองนาทีถัดมา จู๊ด เบลลิงแฮมหลุดสวนกลับแล้วยิงปิดเกม อังกฤษชนะ 6-4 คว้าอันดับสามฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
ฝรั่งเศส 4 – 6 อังกฤษ
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนผู้เล่น
ฝรั่งเศส ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู: ไมค์ เมญ็อง 6.3
- กองหลัง: มาโล กุสโต 5.5, อิบราฮิมา โกนาเต 5.5, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ 7.3, เตโอ แอร์กน็องเดซ 5.8
- กองกลาง: วอร์เรน ซาอีร์-เอเมรี 6.6, อาเดรียง ราบิโอต์ 6.2, ไมเคิล โอลิเซ 7.0, รายาน แชร์กี 6.4, เดซีเร ดูเอ 5.8
- กองหน้า: คีลิยัน เอ็มบัปเป 10.0
- นักเตะเด่น: คีลิยัน เอ็มบัปเป 10.0 ยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์
- เปลี่ยนตัว: ดาโยต์ อูปาเมกาโน 6.5, ลูกาส์ ดีญ 6.1, อุสมาน เดมเบเล 8.4, แบรดลีย์ บาร์โคลา 7.8, ฌูลส์ กุนเด 6.3
- สำรองไม่ได้ลง: โรบิน ริสเซอร์, บรีซ ซ็องบา, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ, วิลเลียม ซาลิบา, โอเรเลียง ชูอาเมนี, มักเนส อาคลิอูช, มานู โกเน, เอ็นโกโล ก็องเต, ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา
อังกฤษ ระบบ 4-1-4-1
- ผู้รักษาประตู: ดีน เฮนเดอร์สัน 7.2
- กองหลัง: จาเรลล์ ควอนซาห์ 6.1, เอซรี คอนซา 7.2, มาร์ก เกฮี 7.3, เจด สเปนซ์ 6.8
- กองกลาง: เดแคลน ไรซ์ 9.5, บูกาโย ซากา 9.5, มอร์แกน โรเจอร์ส 6.5, เอเบเรชี เอเซ 7.5, มาร์คัส แรชฟอร์ด 6.9
- กองหน้า: ไอแวน โทนีย์ 6.9
- นักเตะเด่น: บูกาโย ซากา 9.5 ยิงแฮตทริก
- เปลี่ยนตัว: โอลลี่ วัตกินส์ 6.3, เอลเลียต แอนเดอร์สัน 6.5, จู๊ด เบลลิงแฮม 8.2, รีซ เจมส์ 6.5, เทรโวห์ ชาโลบาห์
- สำรองไม่ได้ลง: เจมส์ แทรฟฟอร์ด, จอร์แดน พิคฟอร์ด, แดน เบิร์น, จอห์น สโตนส์, นิโก โอไรลีย์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนโธนี กอร์ดอน, แฮร์รี เคน, โนนี มาดูเอเก
- ขาดการแข่งขัน: ค็อบบี เมนู
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
การ วิเคราะห์บอล เกมนี้ต้องแบ่งเป็นสองช่วง เพราะรูปแบบของทั้งสองทีมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังพักครึ่ง อังกฤษครองเกมด้วยความเฉียบขาดในช่วงแรก ก่อนถูกฝรั่งเศสกดจนเกือบเสียความได้เปรียบทั้งหมดในช่วงหลัง
อังกฤษใช้ระบบ 4-1-4-1 ให้เดแคลน ไรซ์ยืนเป็นกองกลางตัวรับและถอยลงมาช่วยเริ่มเกม เมื่อแย่งบอลได้จะรีบจ่ายแนวตั้งไปหาเอเซ, แรชฟอร์ด หรือซากา โดยไม่เสียเวลาต่อบอลหลายจังหวะ วิธีนี้โจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กฝรั่งเศสได้อย่างรุนแรง
ซากาไม่ได้ยืนติดริมเส้นตลอดเวลา แต่ขยับเข้าด้านในเพื่อโจมตีช่องระหว่างเตโอ แอร์กน็องเดซกับมักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ส่วนแรชฟอร์ดใช้ความเร็วลากแนวรับออกจากตำแหน่ง การเคลื่อนที่ดังกล่าวทำให้อังกฤษมีพื้นที่จบสกอร์ตรงกลางและยิงถึงสี่ประตูในครึ่งแรก
ฝรั่งเศสเริ่มต้นด้วยระบบ 4-2-3-1 แต่ซาอีร์-เอเมรีกับราบิโอต์คุมพื้นที่หน้าแนวรับไม่อยู่ เมื่อทั้งคู่ดันขึ้นพร้อมกัน ไรซ์และเอเซสามารถรับบอลแล้วหันหน้าเข้าหาประตูได้ทันที เซ็นเตอร์แบ็กจึงต้องออกจากตำแหน่งมาหยุดบอล เปิดช่องให้ซากาและแรชฟอร์ดวิ่งสอดด้านหลัง
ตัวเลขการดวลชี้ให้เห็นปัญหานี้ชัดเจน อังกฤษชนะการดวลรวม 62 เปอร์เซ็นต์ ชนะการดวลบนพื้น 60 จาก 91 ครั้ง และเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 21 จาก 25 ครั้ง คิดเป็น 84 เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศสจึงหยุดตัวรุกอังกฤษในจังหวะแรกไม่ได้
ครึ่งหลังเดส์ชองส์แก้เกมด้วยการส่งเดมเบเลและบาร์โคลาลงเพิ่มความเร็วริมเส้น พร้อมใช้อูปาเมกาโนกับดีญช่วยดันแนวรับสูงขึ้น ฝรั่งเศสจึงบีบพื้นที่กลางสนามได้ดีขึ้นและแย่งบอลกลับมาเล่นเกมรุกต่อเนื่อง รายงานหลังเกมของสื่อต่างประเทศชี้ตรงกันว่าการเปลี่ยนสี่คนช่วงพักครึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกมพลิกกลับมา
เอ็มบัปเปเริ่มถอยออกมารับบอลทางซ้าย ก่อนสลับตำแหน่งกับบาร์โคลาและวิ่งตัดเข้าเขตโทษ ส่วนโอลิเซยืนอยู่ระหว่างกองกลางกับกองหลังอังกฤษ ทำให้มีเวลาจ่ายบอลทะลุช่อง ประตูแรกและประตูที่สามของฝรั่งเศสเกิดจากการเชื่อมเกมของโอลิเซกับเอ็มบัปเปโดยตรง
ฝรั่งเศสสัมผัสบอลในเขตโทษ 53 ครั้ง และเข้าพื้นที่สุดท้าย 46 ครั้ง มากกว่าอังกฤษที่ทำได้ 33 และ 31 ครั้งตามลำดับ แต่ตัวเลขดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากอังกฤษถอยลงตั้งรับหลังนำสี่ประตู ทำให้ฝรั่งเศสได้ครองบอลและขึ้นเกมซ้ำหลายระลอก
ปัญหาของอังกฤษในครึ่งหลังคือแนวรับถอยลึกเกินไป ระยะห่างระหว่างกองหน้ากับกองกลางกว้างจนเก็บบอลจังหวะสองไม่ได้ เมื่อสกัดออกมาก็ถูกฝรั่งเศสเก็บบอลกลับไปบุกใหม่ การเสียสามประตูภายใน 18 นาทีแสดงให้เห็นว่าทีมของทูเคิลยังรับมือการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งได้ไม่ดี
การส่งเบลลิงแฮมและเอลเลียต แอนเดอร์สันลงสนามช่วยให้อังกฤษกลับมามีพลังในแดนกลาง ทั้งคู่พาบอลหนีการเพรสและช่วยยื้อจังหวะเกม ก่อนที่สเปนซ์จะเรียกจุดโทษให้ซากายิงประตูสำคัญ
บ้านกีฬามองว่าอังกฤษสมควรชนะจากความเด็ดขาดและคุณภาพของเกมสวนกลับ แต่การปล่อยให้สกอร์จาก 4-0 ถูกไล่มาเป็น 4-3 คือคำเตือนครั้งใหญ่ ส่วนฝรั่งเศสแสดงให้เห็นพลังเกมรุกระดับสูง ทว่าเสียหายหนักเกินกว่าจะแก้ตัวจากครึ่งแรกได้ทัน
สถิติการแข่งขัน
อังกฤษครองบอล 54 เปอร์เซ็นต์ เหนือฝรั่งเศส 46 เปอร์เซ็นต์ ค่าคาดการณ์ประตูใกล้เคียงกันที่ 2.89 ต่อ 2.80 ทั้งสองทีมยิงทีมละ 19 ครั้ง อังกฤษเข้ากรอบ 11 ครั้ง ฝรั่งเศส 9 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญ 8 ต่อ 6 ครั้ง
อังกฤษผ่านบอลสำเร็จ 468 จาก 517 ครั้ง ส่วนฝรั่งเศสสำเร็จ 403 จาก 444 ครั้ง ฝรั่งเศสเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายและสัมผัสบอลในเขตโทษมากกว่า แต่อังกฤษเหนือกว่าด้านการดวล การเลี้ยงผ่าน และความแม่นยำในจังหวะจบสกอร์
เหตุการณ์สำคัญของการแข่งขัน
- ⚽ นาทีที่ 3: เดแคลน ไรซ์ยิงไกลให้อังกฤษนำ 1-0
- ⚽ นาทีที่ 18: เอซรี คอนซาโหม่งจากลูกเตะมุมเป็น 2-0
- ⚽ นาทีที่ 37: บูกาโย ซากายิงให้อังกฤษหนี 3-0
- ⚽ นาทีที่ 45+1: ซากายิงลูกที่สอง จบครึ่งแรก 4-0
- 🔄 นาทีที่ 46: เดมเบเลลงแทนแชร์กี
- 🔄 นาทีที่ 46: บาร์โคลาลงแทนดูเอ
- 🔄 นาทีที่ 46: อูปาเมกาโนลงแทนโกนาเต
- 🔄 นาทีที่ 46: ดีญลงแทนเตโอ แอร์กน็องเดซ
- 🔄 นาทีที่ 46: วัตกินส์ลงแทนแรชฟอร์ด
- ⚽ นาทีที่ 48: เอ็มบัปเปยิงลดเหลือ 1-4
- ⚽ นาทีที่ 54: บาร์โคลายิงให้ฝรั่งเศสไล่ 2-4
- ⚽ นาทีที่ 66: เอ็มบัปเปยิงลูกที่สองเป็น 3-4
- 🔄 นาทีที่ 79: เบลลิงแฮมลงแทนเอเซ
- 🔄 นาทีที่ 79: แอนเดอร์สันลงแทนโทนีย์
- 🤕 นาทีที่ 82: ควอนซาห์บาดเจ็บ เกมหยุดชั่วคราว
- 🔄 นาทีที่ 83: รีซ เจมส์ลงแทนควอนซาห์
- 🚨 นาทีที่ 85: กุสโตทำฟาวล์สเปนซ์ อังกฤษได้จุดโทษ
- ⚽ นาทีที่ 87: ซากายิงจุดโทษครบแฮตทริก
- ⏱️ นาทีที่ 90: ทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาที
- 🔄 นาทีที่ 90+1: กุนเดลงแทนกุสโต
- 🔄 นาทีที่ 90+3: ชาโลบาห์ลงแทนเกฮี
- ⚽ นาทีที่ 90+6: เดมเบเลยิงให้ฝรั่งเศสไล่ 4-5
- ⚽ นาทีที่ 90+8: เบลลิงแฮมยิงปิดเกม 6-4
- 🟨 ใบเหลือง: ไม่มีข้อมูลผู้เล่นได้รับใบเหลือง
- 🟥 ใบแดง: ไม่มีผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนาม
- 🏁 จบเกม: ฝรั่งเศสแพ้อังกฤษ 4-6
ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม: บูกาโย ซากา
บ้านกีฬาเลือกบูกาโย ซากา เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม หลังยิงสามประตูและรับผิดชอบจุดโทษสำคัญในช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังไล่กดดัน แฮตทริกของเขาเป็นหัวใจสำคัญที่พาอังกฤษคว้าอันดับสาม แม้เอ็มบัปเปจะได้รับคะแนนจากระบบสูงกว่าและยิงสองประตูก็ตาม
ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ
สถานการณ์รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026
เกมนี้เป็นรอบชิงอันดับสามจึงไม่มีผลต่อตารางคะแนน อังกฤษจบการแข่งขันด้วยอันดับสามและทำผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ส่วนฝรั่งเศสจบอันดับสี่ พร้อมปิดฉากการคุมทีมชาติยาวนาน 14 ปีของดิดิเยร์ เดส์ชองส์
ตารางบอลนัดถัดไปของฝรั่งเศส
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | ตุรกี พบ ฝรั่งเศส | 26 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | เบลเยียม พบ ฝรั่งเศส | 29 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | ฝรั่งเศส พบ อิตาลี | 3 ตุลาคม 2569 เวลา 01:45 น. |
โปรแกรมบอล ของฝรั่งเศสมีงานหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะสองเกมเยือนตุรกีและเบลเยียม ซึ่งทีมต้องเร่งแก้ปัญหาเกมรับก่อนกลับมาลงสนาม
ตารางบอลนัดถัดไปของอังกฤษ
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | อังกฤษ พบ สเปน | 27 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | เช็กเกีย พบ อังกฤษ | 30 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก | โครเอเชีย พบ อังกฤษ | 3 ตุลาคม 2569 เวลา 23:00 น. |
ตารางบอล ของอังกฤษเปิดด้วยการพบสเปน ก่อนออกเยือนเช็กเกียและโครเอเชีย ทูเคิลต้องรักษาความเฉียบขาดในเกมรุก พร้อมปรับการควบคุมเกมรับให้รัดกุมกว่าเดิม
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
ติดตาม บ้านผลบอล รายงานสกอร์สด เหตุการณ์สำคัญ สถิติ คะแนนผู้เล่น และบทวิเคราะห์หลังเกมได้ที่บ้านกีฬา เราพร้อมอัปเดตทุกประตูและทุกความเคลื่อนไหวจากฟุตบอลทีมชาติและลีกชั้นนำทั่วโลก

