โศกนาฏกรรม แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ยังคงทิ้งบาดแผลรุนแรง หลังยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็น 5,119 ราย จากเดิม 5,069 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บยังอยู่ที่ 16,740 ราย และมีผู้ได้รับการช่วยเหลือออกจากซากอาคารแล้ว 6,462 คน ทางการเริ่มลดภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต พร้อมเปลี่ยนเป้าหมายไปสู่การจัดหาที่พักและฟื้นฟูพื้นที่เสียหายระยะยาว
แผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวลาเพียง 39 วินาที
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 เกิดขึ้นต่อเนื่องกันในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที บริเวณตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ แรงสั่นสะเทือนกระทบอย่างน้อย 7 รัฐ รวมถึงกรุงการากัสและรัฐลาไกวรา ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด
การวิเคราะห์ของนักแผ่นดินไหววิทยาพบว่า จุดแตกตัวทั้งสองเกิดขึ้นห่างกันเพียง 39 วินาที บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนกับแผ่นอเมริกาใต้ บางหน่วยงานวัดขนาดได้ 7.3 และ 7.4 เนื่องจากเหตุการณ์นี้มีลักษณะซับซ้อน คล้ายการแตกตัวต่อเนื่องของแนวรอยเลื่อนเดียวกันเป็นสองช่วง

อาคารพังราบ ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาถูกตัดขาด
แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยพังถล่ม ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายน้ำประปาได้รับความเสียหาย ทางการรายงานว่ามีอาคารเสียหายอย่างน้อย 856 หลัง ในจำนวนนี้พังถล่มทั้งหมด 190 หลัง ขณะที่สิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานประเภทอื่นได้รับผลกระทบอีกหลายร้อยแห่ง
ประชาชนเกือบ 18,000 คนสูญเสียที่อยู่อาศัย หลายครอบครัวต้องพักตามถนน โรงเรียน โบสถ์ สนามกีฬา และศูนย์พักพิงชั่วคราว ปัญหาที่ตามมาคือความแออัด การขาดแคลนน้ำสะอาด สุขาภิบาล ยารักษาโรค และที่พักที่ปลอดภัยจากอาฟเตอร์ช็อก
ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก
จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์ซากอาคารและเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรัฐลาไกวรา ซึ่งมีอาคารสูงและชุมชนหนาแน่นจำนวนมาก
รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศยอดผู้สูญหายอย่างเป็นทางการ ขณะที่บัญชีคู่ขนานที่จัดทำโดยฝ่ายค้านประเมินว่าอาจมีผู้ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้เกือบ 30,000 คน ตัวเลขดังกล่าวจึงยังต้องได้รับการตรวจสอบและยืนยันเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้มีการบันทึกอาฟเตอร์ช็อกแล้วอย่างน้อย 1,331 ครั้ง อาฟเตอร์ช็อกสามารถสร้างความเสียหายซ้ำให้กับอาคารที่โครงสร้างอ่อนแอลง จึงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้นหา การรื้อถอน และการอนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าที่พักเดิม

เวเนซุเอลาเข้าถึงเงินสำรองเกือบ 350 ล้านดอลลาร์
รัฐบาลเวเนซุเอลาเตรียมนำเงินประมาณ 346 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาใช้ในภารกิจฟื้นฟูประเทศ ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัย และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย
เงินจำนวนนี้มาจาก Reserve Tranche Position ซึ่งเป็นสิทธิในสินทรัพย์สำรองที่เวเนซุเอลามีอยู่กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จึงแตกต่างจากเงินกู้ช่วยเหลือทั่วไปที่มักมาพร้อมโครงการและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ โดยเงินดังกล่าวสามารถนำมาใช้เสริมสภาพคล่องและรองรับความต้องการด้านมนุษยธรรมเร่งด่วนได้อย่างรวดเร็ว
สหภาพยุโรปยังประกาศเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีก 20 ล้านยูโร เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และทีมค้นหากู้ภัย สะท้อนว่าการฟื้นฟูเวเนซุเอลาจะต้องอาศัยทั้งงบประมาณภายในประเทศและความช่วยเหลือจากนานาชาติ
ทำไมเวเนซุเอลาจึงมีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว
เวเนซุเอลาตั้งอยู่ใกล้แนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนและแผ่นอเมริกาใต้ ซึ่งเคลื่อนตัวสวนทางกันประมาณ 1.8 เซนติเมตรต่อปี พลังงานจะสะสมอยู่ตามแนวรอยเลื่อนจนเกินขีดจำกัด ก่อนถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแผ่นดินไหว
แนวรอยเลื่อนสำคัญในพื้นที่ประกอบด้วยรอยเลื่อนโบโกโน รอยเลื่อนซานเซบาสเตียน และรอยเลื่อนเอลปิลาร์ โดยบางแนวพาดผ่านใกล้กรุงการากัส การเติบโตของเมือง อาคารเก่า ความหนาแน่นของประชากร และมาตรฐานการก่อสร้าง จึงมีส่วนกำหนดระดับความสูญเสีย ไม่ใช่เพียงขนาดของแผ่นดินไหวเท่านั้น

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
เมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ควรหมอบลง ป้องกันศีรษะและลำคอ หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรง และยึดจับไว้จนกว่าการสั่นจะหยุด หลีกเลี่ยงกระจก ชั้นวางของ และวัตถุที่อาจตกหล่น
หลังเหตุสงบไม่ควรกลับเข้าอาคารที่แตกร้าวหรือได้รับความเสียหาย จนกว่าจะผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาฟเตอร์ช็อกอาจทำให้โครงสร้างพังลงมาเพิ่มเติม ควรเตรียมน้ำดื่ม ยาประจำตัว ไฟฉาย เอกสารสำคัญ และช่องทางติดต่อสมาชิกในครอบครัวไว้ล่วงหน้า
ภารกิจฟื้นฟูที่อาจกินเวลาหลายปี
ความท้าทายหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงการเก็บกู้ซากปรักหักพัง แต่รวมถึงการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ซ่อมโรงพยาบาล โรงเรียน ถนน สะพาน ท่าเรือ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำสะอาด ขณะเดียวกัน ผู้ประสบภัยจำนวนมากยังต้องเผชิญกับการสูญเสียสมาชิกในครอบครัว รายได้ และความมั่นคงในการดำรงชีวิต
แผ่นดินไหวเวเนซุเอลาครั้งนี้ตอกย้ำว่า การบังคับใช้มาตรฐานอาคาร การวางผังเมือง การเตรียมระบบเตือนภัย และการฝึกซ้อมรับมืออย่างสม่ำเสมอ สามารถลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อภัยธรรมชาติไม่สามารถหยุดยั้งได้ ความพร้อมของรัฐและประชาชนจึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

