ธีรภัทร ปรือทอง ฝันเริ่มเป็นจริง หลังติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก
ธีรภัทร ปรือทอง ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่แฟนบอลไทยต้องจับตาแบบห้ามกะพริบตา หลังทำผลงานร้อนแรงกับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จนมีชื่อติด ทีมชาติไทย ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในโปรแกรมฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569
ดาวเตะจากจังหวัดอุบลราชธานี ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของซัปโปโรในศึกฟุตบอลเมจิ ยาสึดะ J2/J3 ฤดูกาลวิสัยทัศน์ลีก 100 ปี โซนตะวันออก B โดยลงสนามไปแล้ว 9 นัด รวม 489 นาที ทำได้ 1 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติธรรมดา แต่คือหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าตัวเริ่มยืนระยะบนเวทีญี่ปุ่นได้อย่างน่าสนใจ
เสียงจากหัวใจเด็กหนุ่มที่กำลังไต่ขึ้นเวทีใหญ่
การติดธงครั้งแรกไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับนักเตะวัยเพียง 19 ปี โดยเฉพาะในตำแหน่งเกมรุกที่ต้องแย่งพื้นที่กับผู้เล่นมากประสบการณ์ แต่ธีรภัทรมองเรื่องนี้อย่างนิ่ง สุขุม และชัดเจนว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัด หากผลงานในสนามตอบแทนทุกอย่างได้จริง
“รู้สึกดีใจครับกับการติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ เพราะเป็นความฝันของผม ส่วนตัวไม่รู้ว่าเร็วไหม แต่ผมก็พยายามทำผลงานให้ดี เรื่องอายุผมคิดว่าไม่ได้มีผล เราแค่ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองในสนาม”
ชีวิตที่ญี่ปุ่นไม่ง่าย แต่มีคนไทยช่วยประคองเส้นทาง
การย้ายไปค้าแข้งต่างแดนตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลในสนามเท่านั้น แต่มันคือการปรับตัวทั้งภาษา วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และแรงกดดันรอบด้าน ซึ่งธีรภัทรยอมรับว่าเขาโชคดีที่มีทั้ง สุภโชค สารชาติ รุ่นพี่ร่วมสโมสร และ นริศ จำปาลี ล่ามประจำทีม คอยช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
“ความคาดหวังในแคมป์นี้ก็ไม่ได้เยอะ แค่พยายามทำให้เต็มที่ ถ้าได้โอกาสก็ต้องทำให้ได้ ผมมาที่ญี่ปุ่นก็มีพี่เช็ค สุภโชค สารชาติ อยู่ด้วย ทำให้การปรับตัวง่ายขึ้นกว่าการไปที่ที่ไม่มีคนไทยอยู่เลย”
“รวมถึงพี่มิว นริศ จำปาลี ที่เป็นล่าม ก็ช่วยแนะนำทั้งในและนอกสนาม คอยดูแล ให้คำแนะนำ ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ส่วนมากก็คุยกันตลอด ทำให้เราไม่เกร็ง และรู้สึกเป็นกันเอง”
ยังไม่พอใจตัวเอง เป้าหมายคือไปให้ถึงเจลีก
แม้จะได้ลงเล่นในญี่ปุ่น ทำประตู มีแอสซิสต์ และถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่แล้ว แต่ธีรภัทรยังไม่มองว่านี่คือจุดสูงสุด ตรงกันข้าม เขาย้ำว่ายังมีหลายจุดที่ต้องพัฒนา และยังกลับไปทบทวนฟอร์มของตัวเองหลังจบเกมอยู่เสมอ
“ตอนนี้ผมคิดว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องพัฒนา ผมคิดว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีมากพอ ทุกครั้งหลังแข่งก็พยายามกลับไปดูการเล่นของตัวเองว่าตรงไหนผิดพลาด”
“ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนฝัน ทั้งการได้เล่นที่ญี่ปุ่น และได้ติดทีมชาติไทย แต่มองว่าลีกที่เราเล่นยังเป็น J2 ผมคิดว่านี่แค่จุดเริ่มต้น ผมอยากไปถึงระดับเจลีก ความกระหายยังมีเต็มที่ และโฟกัสสำคัญคือผมอยากเล่นฟุตบอล”
ข้อความถึงแฟนบอลไทย ก่อนลุยภารกิจฟีฟ่า เดย์
สำหรับธีรภัทร เสียงเชียร์จากแฟนบอลไทยยังเป็นแรงผลักดันสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เจ้าตัวกำลังสร้างชื่อบนเส้นทางลูกหนังญี่ปุ่น และกำลังจะได้สัมผัสบรรยากาศในแคมป์ช้างศึกชุดใหญ่เป็นครั้งแรก
“ฝากถึงแฟนบอลทุกคน เชียร์ผม รวมถึงคนไทยทุกคนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ขอบคุณที่คอยเชียร์ และขอให้เป็นกำลังใจไปก่อนครับ”
โปรแกรมทีมชาติไทย เดือนมิถุนายน 2569
ฟุตบอลทีมชาติไทย มีโปรแกรมอุ่นเครื่องในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 รวม 2 นัด โดยจะเปิดบ้านพบ คูเวต วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. ที่ ปทุมธานี สเตเดียม จากนั้นบุกเยือน จีน วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ หวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์
ทั้งสองเกมถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และออนไลน์ทาง ไทยรัฐ ทีวี ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของแข้งหน้าใหม่อย่างธีรภัทรในการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าแฟนบอลไทยทั้งประเทศ

สรุปเส้นทางที่เพิ่งเริ่ม แต่เต็มไปด้วยแรงกระหาย
เรื่องราวของธีรภัทรไม่ใช่แค่ข่าวดาวรุ่งติดทีมชาติครั้งแรก แต่มันคือภาพสะท้อนของนักเตะไทยรุ่นใหม่ที่กล้าออกไปสู้ในต่างแดน กล้ารับแรงกดดัน และยังไม่หยุดฝัน แม้วันนี้จะมีชื่อในทีมชาติไทยชุดใหญ่แล้ว แต่เจ้าตัวยังย้ำชัดว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
แฟนบอลที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทย ข่าวฟุตบอลเจลีก นักเตะไทยในต่างแดน และโปรแกรมบอลทีมชาติแบบครบทุกประเด็น อย่าลืมติดตามได้ที่ บอลเจลีกบ้านกีฬา


