ปิยบุตรส่งสัญญาณแรงถึงพรรคประชาชน อย่าลืมรากเหง้าพรรคสีส้ม ก่อนกลายเป็นแค่นักเลือกตั้ง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ปิยบุตรดึงสติพรรคประชาชน ปมสำคัญไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้ง

กลายเป็นประเด็นการเมืองร้อนที่ถูกจับตาทันที เมื่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์การทำงานของ พรรคประชาชน แบบตรงไปตรงมา โดยใจความสำคัญคือการเตือนให้พรรคสีส้มไม่หลงลืม “จุดก่อกำเนิด” ของตัวเอง เพราะพรรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งในสนามเลือกตั้ง แต่เกิดจากแรงปะทะต่อโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ประเด็นนี้ บ้านกีฬา มองว่าไม่ใช่แค่การตักเตือนธรรมดา แต่เป็นเหมือนเสียงนกหวีดจากข้างสนาม ที่เป่าเรียกทีมกลับมาทบทวนแท็กติกเดิมว่า เล่นเพื่ออะไร เล่นเพื่อใคร และกำลังหลุดจากเกมใหญ่ที่เคยประกาศไว้หรือไม่

จุดก่อกำเนิดพรรคสีส้มที่ปิยบุตรย้ำให้กลับไปมอง

ปิยบุตรระบุชัดว่า หากไม่มีรัฐประหาร ไม่มีการแทรกแซงทางการเมืองจากกลไกอำนาจต่าง ๆ ไม่มีปัญหาโครงสร้างรัฐธรรมนูญ ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองแบบเก่า บ้านใหญ่ กลุ่มทุน และระบบราชการที่ซับซ้อน ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองสายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก

นั่นหมายความว่า พรรคอนาคตใหม่ที่ต่อยอดมาสู่ก้าวไกล และมาถึงพรรคประชาชนในวันนี้ ถูกมองว่าไม่ได้เป็นเพียงองค์กรเลือกตั้ง แต่เป็นผลผลิตของความอึดอัดทางการเมืองในสังคมไทย เป็นพรรคที่ควรวางตัวเองในฐานะผู้เสนอการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงผู้เล่นที่ลงสนามเพื่อเก็บคะแนนนิยม

ประเด็นนี้จึงสะเทือนใจฐานผู้สนับสนุนจำนวนไม่น้อย เพราะคำถามสำคัญคือ พรรคยังเดินตามเข็มทิศเดิมหรือไม่ หรือกำลังค่อย ๆ กลายเป็นพรรคการเมืองที่เน้นชนะเลือกตั้งเป็นเป้าหมายหลักเหมือนพรรคทั่วไป

เตือนแรง อย่าเป็นแค่ฝ่ายค้านที่แฉรายวัน

หนึ่งในข้อความที่ถูกพูดถึงมาก คือปิยบุตรมองว่าการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันไม่ควรหยุดอยู่แค่การแฉรายวัน รายสัปดาห์ หรือทำให้พรรคและนักการเมืองของพรรคมีแสงในหน้าข่าวเท่านั้น

เขาย้ำว่า หากจะตรวจสอบจริง ต้องขยายประเด็นให้เห็นถึงโครงสร้างอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างทุน นักการเมือง ระบบราชการ และกลไกที่ทำให้เกิดการกินรวบประเทศ เพราะปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้จบแค่คนโกงบางคน แต่เกี่ยวพันกับระบบที่เปิดช่องให้การใช้อำนาจผิดทางยังเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่คือแก่นที่ทำให้คำวิจารณ์ครั้งนี้คมเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้โจมตีแค่ผลงานรายวันของพรรค แต่ตั้งคำถามถึงวิธีคิดทางการเมืองว่า พรรคประชาชนกำลังเล่นเกมระยะสั้นมากเกินไปหรือไม่

พรรคการเมืองต้องมีอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่ทีมลงเลือกตั้ง

ปิยบุตรยังเตือนว่า หากพรรคไม่กลับไปคิดถึงเหตุแห่งการก่อกำเนิด พรรคอาจแปรสภาพเป็นเพียงที่รวมตัวของคนมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่อยากเข้ามาทำงานการเมืองเท่านั้น

ฟังดูเหมือนดี แต่ในมุมการเมืองเชิงอุดมการณ์ นี่คือสัญญาณอันตราย เพราะนักการเมืองอาจกลายเป็นเพียง “นักเลือกตั้ง” ที่คิดเรื่องชัยชนะในสนามเลือกตั้งเป็นหลัก ส่วนผู้เชี่ยวชาญในพรรคก็อาจกลายเป็นแค่เทคโนแครตที่คอยซ่อมปัญหาเฉพาะจุด โดยไม่แตะรากของปัญหาใหญ่

การเมืองแบบนี้อาจดูทันสมัย ดูใหม่ ดูมีภาพลักษณ์ดี แต่ถ้าขาดเป้าหมายการปฏิรูปเชิงลึก ก็อาจไม่ต่างจากพรรคการเมืองเดิม ๆ เพียงแค่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูสดกว่าเดิม

เอกภาพภายในพรรคคือโจทย์ใหญ่ที่เลี่ยงไม่ได้

อีกประเด็นที่ปิยบุตรเน้น คือการหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ เขามองว่าพรรคจำเป็นต้องถกกันอย่างจริงจังว่า เหตุผลที่เคยทำให้พรรคนี้เกิดขึ้นยังมีอยู่หรือไม่

หากทุกคนในพรรคเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว แนวทางเดิมไม่จำเป็น ก็ต้องพูดให้ชัดและวางทิศทางใหม่ แต่หากยังเชื่อว่าสังคมไทยยังเผชิญปัญหาโครงสร้างแบบเดิม หรือหนักกว่าเดิม พรรคก็ต้องเดินหน้าตามภารกิจเดิมอย่างหนักแน่น

นี่คือโจทย์สำคัญของพรรคการเมืองยุคใหม่ เพราะการมีฐานเสียงจำนวนมากไม่เพียงพอ หากพรรคไม่มีแกนคิดร่วมกัน เมื่อเจอแรงกดดันทางการเมือง การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อาจสั่นคลอน และทำให้ภาพของพรรคในสายตาประชาชนไม่คมเหมือนเดิม

การเมืองยุคใหม่ต้องตอบให้ได้ว่าเปลี่ยนอะไร

สำหรับประชาชนทั่วไป ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของคนในพรรคเท่านั้น แต่สะท้อนคำถามใหญ่ของการเมืองไทยว่า พรรคการเมืองควรเป็นเพียงเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ หรือควรเป็นกลไกผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

การเมืองที่ดีไม่ควรจบแค่การหาเสียง การชนะเลือกตั้ง หรือการเป็นฝ่ายค้านที่ตรวจสอบเก่ง แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะจัดการปัญหาเชิงระบบอย่างไร ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ระบบราชการ การกระจายอำนาจ ความเหลื่อมล้ำ และความสัมพันธ์ระหว่างทุนกับอำนาจรัฐ

เมื่อพรรคประชาชนถูกคาดหวังสูง เสียงเตือนครั้งนี้จึงยิ่งหนัก เพราะยิ่งฐานศรัทธามาก ความรับผิดชอบทางการเมืองก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

สรุปประเด็นร้อน ปิยบุตรเขย่าพรรคประชาชนกลางสนามการเมือง

ภาพรวมแล้ว การออกมาของปิยบุตรครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการวิจารณ์เชิงอารมณ์ แต่เป็นการตั้งคำถามถึงตัวตนของพรรคประชาชนโดยตรงว่า ยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเกิดขึ้นมาเพราะอะไร และยังพร้อมเดินหน้าภารกิจปฏิรูปเชิงโครงสร้างเหมือนที่เคยประกาศไว้หรือไม่

นี่คือจังหวะสำคัญที่พรรคสีส้มต้องตอบทั้งกับตัวเอง สมาชิกพรรค และประชาชนที่เคยฝากความหวังไว้ เพราะสนามการเมืองไม่ได้วัดกันแค่คะแนนนิยม แต่ยังวัดกันที่ความชัดเจนทางอุดมการณ์ ความกล้าทางนโยบาย และความสามารถในการยืนหยัดต่อแรงกดดัน

การเมืองไทยยังต้องการพรรคที่มีคำตอบมากกว่าแค่ชัยชนะในวันเลือกตั้ง และเสียงเตือนของปิยบุตรครั้งนี้ อาจเป็นบททดสอบใหญ่ของพรรคประชาชนว่า จะรักษารากเหง้าของตัวเองไว้ได้แค่ไหนในวันที่เกมการเมืองเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา