
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ 2-1 เชลซี วันนี้ 24/5/69 – บ้านกีฬา
ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ พบ เชลซี ที่สนามสเตเดียม ออฟ ไลต์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน ซันเดอร์แลนด์ 2-1 เกมนี้ไม่ใช่แค่สามแต้มส่งท้ายฤดูกาล แต่เป็นชัยชนะที่พาทีมจบอันดับ 7 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ขณะที่เชลซีปิดซีซั่นด้วยอันดับ 10 แบบน่าผิดหวัง
ครึ่งแรก
เชลซีเริ่มเกมด้วยการครองบอลมากกว่า พยายามใช้ โคล พาลเมอร์, เปโดร เนโต้ และ ชูเอา เปโดร ขยับหาช่องระหว่างแนวรับ แต่ซันเดอร์แลนด์ยืนตำแหน่งแน่น ไม่เปิดพื้นที่กลางง่าย ๆ นาทีที่ 4 พาลเมอร์ได้ยิงเร็ว แต่ โรบิน รูฟส์ ยังเซฟไว้ได้
หลังผ่านช่วงต้นเกม เจ้าบ้านเริ่มโต้กลับได้น่ากลัว โดยมี เอนโซ เลอ เฟ่ และ เทร ฮูม เป็นตัวขับเคลื่อน นาทีที่ 25 ลุค โอไนน์ เติมขึ้นมาจ่ายให้ เทร ฮูม ยิงด้วยขวาจากฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลเสียบมุมล่างอย่างเฉียบขาด ซันเดอร์แลนด์นำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง
ครึ่งหลังซันเดอร์แลนด์ออกตัวแรง นาทีที่ 50 มาโล กุสโต สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง ทำให้เจ้าบ้านหนีเป็น 2-0 แต่เชลซียังไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 56 เปโดร เนโต้ จ่ายให้ โคล พาลเมอร์ ยิงซ้ายจากนอกกรอบเสียบมุมล่าง ไล่มา 2-1
จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดนาทีที่ 62 เมื่อ เวสลีย์ โฟฟาน่า โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง เชลซีเหลือ 10 คน ทำให้ซันเดอร์แลนด์เล่นง่ายขึ้น แม้ทีมเยือนพยายามเร่งเกมท้ายครึ่งหลัง แต่เจ้าบ้านยืนรับเหนียวแน่น จบเกม ซันเดอร์แลนด์เฉือนชนะ 2-1 ปิดซีซั่นแบบยิ่งใหญ่
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
ซันเดอร์แลนด์ ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : โรบิน รูฟส์ 5.9
- กองหลัง : ลุตชาเรล เกียร์ทรุยด้า 6.4, นอร์ดี มูกีเล่ 6.9, ลุค โอไนน์ 6.6, เรนิลโด้ มันดาว่า 6.4
- กองกลาง : กรานิต ชาก้า 7.8, โนอาห์ ซาดิกี้ 6.8, เทร ฮูม 8.3, เอนโซ เลอ เฟ่ 7.8, นิลสัน อังกูโล่ 6.5
- กองหน้า : ไบรอัน บร็อบบีย์ 6.4
- นักเตะเด่น : เทร ฮูม 8.3, กรานิต ชาก้า 7.8, เอนโซ เลอ เฟ่ 7.8
- เปลี่ยนตัว : ฮาบิบ ดิยาร์ร่า 6.6, วิลสัน อิซิดอร์ 6.6, คริส ริกก์
- สำรองไม่ได้ลง : เมลเคอร์ เอลล์บอร์ก, โอมาร์ อัลเดเรเต้, เดนนิส เซอร์กิ้น, โจเซลิน ตา บี, เอลีเซอร์ มาเยนด้า, แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่
- ขาดหรือไม่พร้อม : แดเนียล บัลลาร์ด, โรเมน มันเดิล
เชลซี ระบบ 3-4-1-2
- ผู้รักษาประตู : โรเบิร์ต ซานเชซ 6.7
- กองหลัง : เวสลีย์ โฟฟาน่า 5.1, ลีวาย โคลวิลล์ 7.1, ยอร์เรล ฮาโต 5.8
- กองกลาง : มาโล กุสโต 6.6, มอยเซส ไกเซโด้ 6.8, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ 6.5, มาร์ก กูกูเรย่า 6.4
- กองหน้า : โคล พาลเมอร์ 7.7, เปโดร เนโต้ 7.1, ชูเอา เปโดร 6.9
- นักเตะเด่น : โคล พาลเมอร์ 7.7, เปโดร เนโต้ 7.1, ลีวาย โคลวิลล์ 7.1
- เปลี่ยนตัว : รีซ เจมส์ 6.9, เทรโวห์ ชาโลบาห์ 7.2, จอช อาเชียมปง 6.6, เลียม ดีแลป 6.3
- สำรองไม่ได้ลง : ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น, ดาริโอ เอสซูโก้, อันเดรย์ ซานโตส, อเลฮานโดร การ์นาโช่, เจสซี่ เดอร์รี่
- ขาดหรือไม่พร้อม : มิไคโล มูดริค, เอสเตวาว, เจมี่ กิตเทนส์, โรเมโอ ลาเวีย
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุม วิเคราะห์บอล เกมนี้ ซันเดอร์แลนด์ไม่ได้ชนะเพราะดวง แต่ชนะเพราะแผนที่อ่านเกมเชลซีได้ขาด ทีมของ เรจิส เลอ บริส วาง 4-2-3-1 แบบยืดหยุ่นมาก จุดสำคัญคือการใช้กรานิต ชาก้า กับ โนอาห์ ซาดิกี้ เป็นตัวปักหลักหน้าแผงหลัง ทำหน้าที่ทั้งตัดเกมและออกบอลแรกให้แนวรุก เมื่อเชลซีครองบอล ซันเดอร์แลนด์ไม่ไล่สูงแบบบ้าคลั่ง แต่บีบเป็นช่วง เลือกปิดช่องจ่ายเข้าใน และบังคับให้เชลซีต้องออกบอลไปด้านข้างมากขึ้น
เกมรุกซันเดอร์แลนด์มีความชัดเจนตรงการโจมตีพื้นที่หลังวิงแบ็กของเชลซี เทร ฮูม ไม่ได้เป็นเพียงตัวรุกด้านขวา แต่เป็นตัวเชื่อมจังหวะสำคัญ ทั้งการหาพื้นที่ยิงเอง การไหลบอลให้เพื่อน และการพาบอลขึ้นไปกดดันฝั่งซ้ายของเชลซี ประตูแรกสะท้อนคุณภาพตรงนี้ชัดเจน เพราะเจ้าบ้านไม่ได้ต่อบอลเยอะ แต่การเข้าทำมีน้ำหนัก ลุค โอไนน์ เติมขึ้นมาถูกเวลา และฮูมจบสกอร์ได้เฉียบขาด
เอนโซ เลอ เฟ่ คืออีกคนที่ทำให้เกมรุกซันเดอร์แลนด์มีมิติ เขาไม่ใช่แค่เพลย์เมกเกอร์ที่ยืนรอบอล แต่ขยับมารับบอลระหว่างไลน์ ดึงตัวประกบ แล้วจ่ายทะลุช่องได้หลายครั้ง ตัวเลขผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายของซันเดอร์แลนด์ที่ทำได้ 90 จาก 123 ครั้ง หรือ 73 เปอร์เซ็นต์ บอกชัดว่าแม้ทีมครองบอลแค่ 44 เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกครั้งที่พาบอลไปแดนบน พวกเขาใช้บอลอย่างมีเป้าหมายมากกว่าเชลซี
ฝั่งเชลซีมาในระบบ 3-4-1-2 ที่ตั้งใจใช้ความกว้างจาก มาโล กุสโต และ มาร์ก กูกูเรย่า พร้อมให้ โคล พาลเมอร์ ยืนหลังคู่หน้าเพื่อรับบอลระหว่างไลน์ ปัญหาคือเมื่อซันเดอร์แลนด์ปิดช่องกลางได้ดี เชลซีจึงต้องพึ่งบอลด้านข้างกับการยิงจากนอกกรอบมากขึ้น แม้ครองบอล 56 เปอร์เซ็นต์ และจ่ายบอลมากกว่า แต่จำนวนยิงรวมมีเพียง 8 ครั้ง น้อยกว่าซันเดอร์แลนด์ที่ยิงถึง 21 ครั้งอย่างชัดเจน
เกมรับเชลซีมีปัญหาหนักตรงพื้นที่ด้านหลังเซ็นเตอร์และการรับมือจังหวะสอง เวสลีย์ โฟฟาน่าเจอเกมที่ยากมาก ทั้งต้องรับมือแรงปะทะของไบรอัน บร็อบบีย์ และจังหวะวิ่งสวนของแนวรุกเจ้าบ้าน ใบเหลืองแรกนาทีที่ 54 และใบเหลืองที่สองนาทีที่ 62 ทำให้เชลซีเสียสมดุลทันที หลังเหลือ 10 คน ทีมเยือนต้องปรับโครงสร้างเกมรับแบบจำเป็น และยิ่งทำให้การไล่ตีเสมอยากขึ้นหลายเท่า
เชลซีมีจุดดีจากคุณภาพเฉพาะตัวของโคล พาลเมอร์ ประตูตีไข่แตกนาทีที่ 56 คือจังหวะที่นักเตะระดับสูงสร้างความต่างได้เอง การรับบอลจากเปโดร เนโต้แล้วซัดจากนอกกรอบอย่างเด็ดขาดเป็นช็อตที่ทำให้เกมกลับมามีชีวิต แต่เมื่อเทียบทั้งระบบ เชลซียังขาดความคมในเขตโทษ มีโอกาสทอง 2 ครั้งเท่าซันเดอร์แลนด์ แต่พลาดทั้งคู่ ขณะที่เจ้าบ้านแม้พลาดโอกาสใหญ่ 2 ครั้งเหมือนกัน แต่ยังสร้างความกดดันได้ต่อเนื่องกว่า
บ้านกีฬา มองว่าชัยชนะนี้คือภาพรวมของทีมที่เล่นเพื่อเป้าหมายชัดกว่า ซันเดอร์แลนด์ใช้พลังจากสนามเหย้า ผสมกับวินัยเกมรับและความคมในจังหวะเปลี่ยนผ่าน ส่วนเชลซีมีบอลอยู่กับเท้ามากกว่า แต่ขาดความโหดในพื้นที่สุดท้าย และพอเจอใบแดง เกมก็แทบไหลเข้าทางเจ้าบ้านเต็มตัว
สถิติการแข่งขัน
ซันเดอร์แลนด์ครองบอล 44 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าเชลซีที่ทำได้ 56 เปอร์เซ็นต์ แต่เจ้าบ้านอันตรายกว่าชัดเจนจากการยิงรวม 21 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ค่า xG 1.84 ขณะที่เชลซียิงเพียง 8 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ค่า xG 0.89 ซันเดอร์แลนด์ยังสัมผัสบอลในเขตโทษ 35 ครั้ง มากกว่าเชลซีที่ทำได้ 15 ครั้ง และเข้าพื้นที่สุดท้าย 56 ครั้ง เหนือกว่าทีมเยือนที่ทำได้ 46 ครั้ง แม้เชลซีจ่ายบอลมากกว่า 452 ครั้ง แต่ซันเดอร์แลนด์มีความคมและแรงกดดันในพื้นที่สุดท้ายชัดกว่า ส่วนเกมรับเจ้าบ้านแท็กเกิล 18 ครั้ง ตัดบอล 11 ครั้ง ขณะที่เชลซีโดนใบแดง 1 ใบ ซึ่งเป็นจุดหักเหสำคัญของเกมนี้
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาทีที่ 25 : ซันเดอร์แลนด์นำ 1-0 เทร ฮูม ยิงขวาเสียบมุม จากแอสซิสต์ของ ลุค โอไนน์
- 🟨 นาทีที่ 43 : นิลสัน อังกูโล่ โดนใบเหลือง
- ⏱️ นาทีที่ 45+2 : จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์นำ 1-0
- ⚽ นาทีที่ 50 : ซันเดอร์แลนด์หนี 2-0 มาโล กุสโต ทำเข้าประตูตัวเอง
- 🟨 นาทีที่ 51 : ลุตชาเรล เกียร์ทรุยด้า โดนใบเหลือง
- 🔁 นาทีที่ 52 : เชลซีส่ง รีซ เจมส์ แทน ยอร์เรล ฮาโต
- 🟨 นาทีที่ 54 : เวสลีย์ โฟฟาน่า โดนใบเหลือง
- ⚽ นาทีที่ 56 : เชลซีไล่ 2-1 โคล พาลเมอร์ ยิงไกล จากแอสซิสต์ของ เปโดร เนโต้
- 🔁 นาทีที่ 61 : ซันเดอร์แลนด์ส่ง ฮาบิบ ดิยาร์ร่า แทน นิลสัน อังกูโล่
- 🔁 นาทีที่ 61 : ซันเดอร์แลนด์ส่ง วิลสัน อิซิดอร์ แทน ไบรอัน บร็อบบีย์
- 🟥 นาทีที่ 62 : เวสลีย์ โฟฟาน่า โดนเหลืองสองเป็นใบแดง
- 🔁 นาทีที่ 65 : เชลซีส่ง เทรโวห์ ชาโลบาห์ แทน เปโดร เนโต้
- 🟨 นาทีที่ 69 : เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนใบเหลือง
- 🟨 นาทีที่ 73 : กรานิต ชาก้า โดนใบเหลือง
- 🟨 นาทีที่ 81 : ฮาบิบ ดิยาร์ร่า โดนใบเหลือง
- 🔁 นาทีที่ 85 : เชลซีส่ง จอช อาเชียมปง แทน มาโล กุสโต
- 🔁 นาทีที่ 85 : เชลซีส่ง เลียม ดีแลป แทน มอยเซส ไกเซโด้
- 🟨 นาทีที่ 89 : โนอาห์ ซาดิกี้ โดนใบเหลือง
- ⏱️ นาทีที่ 90+1 : ทดเวลาบาดเจ็บ 10 นาที
- 🟨 นาทีที่ 90+7 : ชูเอา เปโดร โดนใบเหลือง
- 🔁 นาทีที่ 90+8 : ซันเดอร์แลนด์ส่ง คริส ริกก์ แทน เอนโซ เลอ เฟ่
- 🟨 นาทีที่ 90+11 : โคล พาลเมอร์ โดนใบเหลือง
- 🏁 นาทีที่ 90+13 : จบเกม ซันเดอร์แลนด์ชนะเชลซี 2-1
Player of the Match
เทร ฮูม ซันเดอร์แลนด์
เทร ฮูม คือคนที่เปลี่ยนเกมให้ซันเดอร์แลนด์อย่างแท้จริง เขายิงประตูขึ้นนำ 1-0 ได้อย่างเฉียบขาด และยังเป็นตัวพาบอลขึ้นหน้า สร้างแรงกดดันใส่แนวรับเชลซีตลอดเกม คะแนน 8.3 จึงเหมาะสมที่สุด เพราะเขาไม่ได้เด่นแค่จังหวะจบสกอร์ แต่ยังทำให้เกมรุกของเจ้าบ้านมีชีวิตชีวาและเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น

สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ ซันเดอร์แลนด์ จบฤดูกาลอันดับ 7 แข่ง 38 นัด มี 54 คะแนน คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จ ถือเป็นซีซั่นที่เกินคาดและน่าจดจำอย่างยิ่ง ส่วนเชลซีจบอันดับ 10 มี 52 คะแนน พลาดพื้นที่ยุโรป และต้องกลับไปทบทวนทั้งเกมรับ ความนิ่ง และประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายอย่างหนัก
ตารางบอลนัดถัดไปของซันเดอร์แลนด์
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| กระชับมิตรสโมสร | ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์ | 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:00 น. |
ซันเดอร์แลนด์จะใช้เกมนี้เตรียมความพร้อมก่อนซีซั่นใหม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมบอลที่น่าติดตาม เพราะทีมต้องยกระดับเพื่อรับมือทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป
ตารางบอลนัดถัดไปของเชลซี
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| รอยืนยัน | รอยืนยันโปรแกรมถัดไปของเชลซี | รอยืนยัน |
เชลซียังไม่มีโปรแกรมถัดไปยืนยันจากข้อมูลชุดนี้ แต่ช่วงปิดฤดูกาลจะเป็นเวลาสำคัญในการปรับทีม หลังจบซีซั่นต่ำกว่าเป้าหมายชัดเจน
ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตาม บ้านผลบอล, ผลบอลสด, ตารางบอลวันนี้, โปรแกรมบอล และบทวิเคราะห์หลังเกมแบบเข้มข้น ติดตามได้ที่ บ้านกีฬา เพราะทุกสกอร์มีรายละเอียดมากกว่าผลการแข่งขัน และเกมนี้คืออีกหนึ่งหลักฐานว่า พรีเมียร์ลีกพร้อมพลิกได้ทุกนาที

