ดีลที่เกือบเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของบรูโน่
บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า เขาเกือบได้ย้ายมาเล่นฟุตบอลอังกฤษตั้งแต่ปี 2013 หลังวัตฟอร์ดเคยมีแผนดึงตัวไปร่วมทีมแบบยืมตัวในช่วงที่เจ้าตัวยังอยู่กับอูดิเนเซ่
เวลานั้น บรูโน่ยังเป็นแข้งดาวรุ่งที่กำลังพยายามหาที่ยืนในทีมชุดใหญ่ของอูดิเนเซ่ แต่สถานการณ์กลับเกือบพาเขาออกจากอิตาลีไปสู่เกาะอังกฤษเร็วกว่าที่หลายคนคิด ก่อนที่สุดท้ายดีลจะถูกยกเลิก และกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางค้าแข้ง
จากดาวรุ่งอูดิเนเซ่ สู่หัวใจของแมนยู
เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส วัย 31 ปี ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” เมื่อเดือนมกราคม ปี 2020 ก่อนยกระดับตัวเองขึ้นเป็นแกนหลักของทีมอย่างเต็มตัว ทั้งในบทบาทผู้นำ เกมรุก และความสม่ำเสมอในสนาม
โดยเฉพาะฤดูกาล 2025/26 บรูโน่สร้างผลงานสุดร้อนแรงใน พรีเมียร์ลีก ด้วยการทำ 21 แอสซิสต์ แซงหน้าสถิติเดิมของ เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่เคยทำไว้คนละ 20 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนสำคัญพาแมนฯ ยูไนเต็ด จบอันดับ 3 และคว้าตั๋วไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
วัตฟอร์ดเคยอยู่ใกล้แค่เอื้อม
บรูโน่เล่าย้อนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ว่า วัตฟอร์ดซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มเจ้าของเดียวกับอูดิเนเซ่ในเวลานั้น เคยถูกวางให้เป็นจุดหมายปลายทางของเขาแบบยืมตัว หลังอูดิเนเซ่มองว่าในทีมชุดใหญ่มีผู้เล่นอยู่พร้อมแล้ว
“ผมเกือบจะได้ย้ายไป วัตฟอร์ด แบบยืมตัว เพราะเป็นสโมสรที่อยู่ภายใต้เจ้าของเดียวกัน”
“ตอนนั้นเราเข้าใกล้ช่วงท้ายของตลาดซื้อขายแล้ว พวกเขาเพิ่งซื้อตัวผมมา และแน่นอนว่ามีผู้เล่นในทีมชุดใหญ่อยู่แล้ว พวกเขาบอกผมว่า -เราจะส่งนายไป วัตฟอร์ด นะ นายจะได้ไปเล่นที่นั่น- ตอนนั้นผมคิดว่า -เกิดอะไรขึ้น ผมไม่ดีพอเหรอ?- พวกเขาโทรให้ผมไปที่โรงแรมเพื่อเก็บของ เพราะมันเป็นช่วงวันท้ายๆ ของตลาดซื้อขาย ผมก็เก็บของเรียบร้อยแล้ว”
ความสับสนที่กลายเป็นแรงผลัก
ช่วงเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบรูโน่ เพราะเขายังไม่ทันได้พิสูจน์ตัวเองเต็มที่ แต่กลับเหมือนถูกผลักออกจากทีมอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกสับสนและตั้งคำถามกับตัวเองจึงถาโถมเข้ามาอย่างหนัก
“ผมอยู่กับแฟนของผม แล้วเธอบอกว่า -ไม่ต้องห่วงนะ เราจะไปที่อื่นและคุณจะประสบความสำเร็จ- แต่ผมตอบว่า -แล้วทำไมผมถึงอยู่ที่นี่ไม่ได้? ผมทำอะไรผิด?- ทำไมผู้จัดการทีมถึงไม่มองผมเหมือนคนอื่นๆ ในหัวผมตอนนั้นแบบว่า -ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า?-“
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พลิกกลับในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่ออูดิเนเซ่ติดต่อกลับมาแจ้งว่าเขาจะไม่ได้ย้ายไปวัตฟอร์ดแล้ว เพราะกุนซือของทีมต้องการให้เขาอยู่ต่อ
“ผมยังไม่ได้แสดงศักยภาพทั้งหมดของผมออกมา ผมยังไม่ได้พิสูจน์ว่าผมดีพอที่จะอยู่ในทีมนี้ และผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ท่ามกลางทุกอย่างนั้น ผู้อำนวยการกีฬาก็โทรหาผมอีกครั้ง เขาพูดว่า -บรูโน่ นายไปไม่ได้แล้วนะ ผู้จัดการทีมอยากให้นายอยู่ต่อ เขาบอกว่าเขาชอบนาย-“
“-เขาชอบทัศนคติของนาย เขาอยากให้นายเรียนรู้จากเขา และเข้าใจว่าเขาอยากให้เล่นยังไง เขาบอกว่านายอาจจะไม่ได้ลงเล่นมากนักในฤดูกาลนี้ แต่เขามั่นใจว่านายเป็นนักเตะประเภทที่จะประสบความสำเร็จที่สโมสรนี้ได้- จากนั้นเราก็ได้คุยกันบ่อยๆ และเขาก็ช่วยผมได้มากเลย เขา (กุยโดลิน) เปรียบเสมือนพ่อคนหนึ่งของผม”
เส้นทางที่ค่อยๆ ปั้นยอดแข้งระดับผู้นำ
หลังจากนั้น บรูโน่ยังคงเดินหน้าสะสมประสบการณ์ในอิตาลี ก่อนย้ายจากอูดิเนเซ่ไปซามพ์โดเรียในปี 2016 ด้วยสัญญายืมตัว และถูกซื้อขาดในปีถัดมา จากนั้นเส้นทางของเขาพุ่งต่อไปยังสปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนย้ายสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในต้นปี 2020
สามปีหลังจากมาถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บรูโน่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีม และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลสูงสุดของสโมสร โดยลงสนามให้แมนฯ ยูไนเต็ดไปแล้ว 327 นัด ยิง 107 ประตู และทำ 108 แอสซิสต์

สรุปภาพรวมข่าว
เรื่องราวนี้สะท้อนชัดว่าเส้นทางของนักฟุตบอลระดับท็อปไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป บรูโน่เคยเกือบถูกส่งไปวัตฟอร์ดตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง แต่การได้อยู่กับอูดิเนเซ่ต่อ กลับกลายเป็นจุดตั้งต้นที่ช่วยหล่อหลอมเขาจนพัฒนามาเป็นหนึ่งในเพลย์เมกเกอร์แถวหน้าของยุโรป และเป็นหัวใจสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันนี้
ติดตามข่าวฟุตบอลกับบ้านกีฬา
แฟนบอลที่ไม่อยากพลาดข่าวแมนยู ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุด บทวิเคราะห์ก่อนเกม ผลบอลสด และความเคลื่อนไหวลูกหนังทั่วโลก ติดตามอัปเดตแบบเข้มข้นได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวฟุตบอลที่คอบอลไทยต้องไม่พลาด

