“หมวดนัท” รับทราบ 4 ข้อหา ปมแต่งคล้ายทหารในเหตุไฟไหม้ “เต้ มงคลกิตติ์” ส่งทีมกฎหมายสู้คดี

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

กรณีของ “หมวดนัท” ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ กลายเป็นอีกประเด็นร้อนที่ถูกจับตามอง หลังปรากฏตัวในพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ด้วยการแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร สวมอุปกรณ์ลักษณะคล้ายเสื้อเกราะ พกวิทยุสื่อสาร และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่อสื่อมวลชน

จากภาพที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ หมวดนัทยังปรากฏตัวอยู่ใกล้คณะของนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่ จนสร้างความสงสัยว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด ก่อนที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะตรวจสอบและนำไปสู่การเรียกตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวน

ล่าสุด เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ออกมายืนยันว่าหมวดนัทเป็นทีมงานของตน พร้อมสั่งทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือและเตรียมต่อสู้ทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุมาจากความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนในฐานะพลเมืองดี

หมวดนัทเข้าพบตำรวจ หลังปรากฏตัวเป็นข่าว

ช่วงค่ำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 หมวดนัทเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน หลังเห็นภาพและข้อมูลของตนปรากฏตามสื่อ โดยเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.สอบสวน บก.สส.บช.น. ซึ่งเป็นหนึ่งในพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี

เหตุการณ์ที่ถูกตรวจสอบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ภายในพื้นที่เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตำรวจให้ความสนใจกับทั้งการแต่งกาย อุปกรณ์ที่หมวดนัทนำติดตัวเข้าไป การแสดงบทบาทในพื้นที่ และข้อมูลบางส่วนที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

หลังเข้าสู่กระบวนการสอบสวน หมวดนัทมีสถานะเป็นผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน โดยตำรวจดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเจ้าตัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องทำสัญญาประกันตัวในขั้นตอนดังกล่าว

เปิดรายละเอียด 4 ข้อหาที่ตำรวจพิจารณาดำเนินคดี

ตำรวจระบุข้อกล่าวหาหลักที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ของหมวดนัททั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่

  1. แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทั้งที่ตนเองไม่มีสิทธิ

ข้อกล่าวหานี้เกี่ยวข้องกับการแต่งกายและการแสดงพฤติการณ์ที่อาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ภัยพิบัติที่ประชาชนและสื่อมวลชนต้องพึ่งพาข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยตรง

  1. ใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทั้งตัวเครื่องวิทยุสื่อสาร ความถี่ที่ใช้งาน ผู้ครอบครอง และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเครื่องวิทยุคมนาคมหลายประเภทอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การอนุญาต การครอบครองและใช้งานต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

  1. ไขข่าวหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนตื่นตกใจ

ตำรวจมองว่าข้อมูลบางส่วนที่หมวดนัทให้สัมภาษณ์อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และอาจสร้างความเข้าใจผิดหรือความตื่นตระหนกในสังคม อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีในข้อหานี้ยังต้องพิจารณาทั้งถ้อยคำ บริบท เจตนา ความถูกต้องของข้อมูล และผลที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่

  1. ความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์

ข้อหาที่ 4 เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ลักษณะคล้ายเสื้อเกราะที่หมวดนัทสวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ต้องส่งตรวจพิสูจน์ก่อนว่าเป็นเสื้อเกราะจริงหรือไม่ มีคุณสมบัติอยู่ในประเภทที่กฎหมายควบคุมหรือไม่ และผู้ครอบครองมีเอกสารอนุญาตหรือได้รับการยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ บางรายงานจึงระบุว่ามีการแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาในเบื้องต้น ขณะที่ข้อหาเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์เป็นข้อกล่าวหาที่อาจดำเนินการเพิ่มเติมเมื่อผลตรวจพิสูจน์ยืนยันคุณสมบัติของเสื้อเกราะอย่างชัดเจน

จุดเริ่มต้นข้อสงสัยจากการแต่งกายและการให้ข้อมูล

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีเพียงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์โดยรวมของหมวดนัท ทั้งเครื่องแต่งกายคล้ายชุดปฏิบัติการ เสื้อเกราะ วิทยุสื่อสาร และการเดินอยู่ใกล้คณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง

สำหรับประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ผ่านภาพข่าว บุคคลที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่และสามารถเข้าใกล้พื้นที่ควบคุมย่อมถูกเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานรัฐ ยิ่งเมื่อบุคคลดังกล่าวให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิต การช่วยเหลือ หรือสถานการณ์ภายในอาคาร ข้อมูลนั้นยิ่งมีโอกาสถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว

ตำรวจจึงต้องตรวจสอบว่าหมวดนัทเข้าไปในพื้นที่ด้วยสถานะใด ได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมเหตุการณ์หรือไม่ มีการสั่งการหรือแสดงอำนาจในลักษณะเจ้าหน้าที่หรือไม่ และข้อมูลที่ให้ต่อสื่อมาจากแหล่งใด

เต้ มงคลกิตติ์ ส่งทีมกฎหมายช่วยเต็มกำลัง

หลังหมวดนัทเข้าพบพนักงานสอบสวน เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ เดินทางไปยัง สน.พหลโยธิน เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ทีมงานของตน

เต้ มงคลกิตติ์ ยืนยันว่าหมวดนัทเป็นทีมงาน และได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุด้วยความตั้งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในฐานะพลเมืองดี ไม่ได้มีเจตนาสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่หรือสร้างความวุ่นวาย พร้อมระบุว่าหากมีข้อผิดพลาดหรือความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น ก็ต้องการให้สังคมและเจ้าหน้าที่พิจารณาถึงเจตนาและสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย

ขณะเดียวกัน เต้ประกาศให้ทีมกฎหมายเตรียมต่อสู้ทุกข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์ของหมวดนัท โดยฝ่ายกฎหมายจะต้องตรวจสอบหลักฐานทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ คำให้สัมภาษณ์ พยานบุคคล การเข้าออกพื้นที่ ตลอดจนที่มาของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่หมวดนัทนำไปใช้

เตรียมขอดูกล้องวงจรปิดย้อนหลัง 30 วัน

อีกหนึ่งแนวทางที่เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมดำเนินการ คือการประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในและรอบพื้นที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ย้อนหลังประมาณ 30 วัน

เป้าหมายของการตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพิสูจน์การกระทำของหมวดนัท แต่ยังต้องการตรวจสอบเส้นทางการเปิดให้บริการของสถานที่ดังกล่าว ระบบรักษาความปลอดภัย การเข้าออกของบุคคล การจัดพื้นที่ภายใน และเหตุการณ์ก่อนเกิดเพลิงไหม้

เต้ยังเปิดเผยว่าในคืนเกิดเหตุ ทีมงานมีการรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง แต่ตนรับประทานยานอนหลับและไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมแสดงความเห็นว่าหากตนสามารถลงพื้นที่ได้ เหตุการณ์บางส่วนอาจไม่บานปลายอย่างที่เกิดขึ้น

พลเมืองดีช่วยเหตุฉุกเฉินได้ แต่ต้องไม่รบกวนระบบบัญชาการ

การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถือเป็นเจตนาที่ดี แต่พื้นที่เกิดไฟไหม้ขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งมีอันตรายสูงและต้องอยู่ภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ หน่วยกู้ภัย ทีมแพทย์ และผู้ควบคุมพื้นที่จะต้องแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน

บุคคลทั่วไปที่ต้องการช่วยเหลือควรแจ้งตัวกับเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่เข้าไปในเขตอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่สวมเครื่องแบบหรืออุปกรณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และไม่ออกคำสั่งหรือให้ข้อมูลในนามหน่วยงานที่ตนไม่ได้สังกัด

แม้จะมีประสบการณ์ด้านกู้ภัยหรือผ่านการฝึกอบรมบางประเภท การปฏิบัติงานในเหตุฉุกเฉินยังต้องได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมเหตุการณ์ เพราะการมีบุคคลที่ไม่อยู่ในระบบเข้าไปเพิ่มเติมอาจทำให้เจ้าหน้าที่แยกไม่ออกว่าใครมีหน้าที่อะไร รวมถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้ประสบภัย

ข้อมูลในพื้นที่ภัยพิบัติต้องเร็วและแม่นยำ

ระหว่างเกิดเหตุร้ายแรง ตัวเลขผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จำนวนผู้สูญหาย จุดต้นเพลิง และสาเหตุของเหตุการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การให้ข้อมูลจึงควรมาจากศูนย์บัญชาการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอาจสร้างผลกระทบหลายด้าน ตั้งแต่ทำให้ครอบครัวผู้สูญหายตกใจ กระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงสร้างกระแสกล่าวหาบุคคลหรือหน่วยงานก่อนมีหลักฐานเพียงพอ

สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์หรือผู้เข้าไปช่วยเหลือ สิ่งที่ควรทำคือส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ นำส่งภาพหรือหลักฐานที่มี และหลีกเลี่ยงการยืนยันตัวเลขหรือสาเหตุอย่างเด็ดขาด หากยังไม่มีผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

เสื้อเกราะและวิทยุสื่อสารไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ได้ทุกกรณี

เสื้อเกราะมีหลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์เพื่อการฝึก เครื่องแต่งกายเลียนแบบ ไปจนถึงเสื้อเกราะที่สามารถป้องกันกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดได้จริง การพิจารณาว่าเข้าข่ายยุทธภัณฑ์หรือไม่จึงต้องอาศัยการตรวจสอบคุณสมบัติ วัสดุ ระดับการป้องกัน แหล่งที่มา และเอกสารการครอบครอง

ส่วนวิทยุสื่อสารก็มีข้อกำหนดแตกต่างกันตามชนิดเครื่อง กำลังส่งและคลื่นความถี่ บางประเภทได้รับการยกเว้น แต่บางประเภทต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงต้องใช้งานในย่านความถี่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ผู้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่ควรเชื่อเพียงคำโฆษณาว่าสามารถซื้อและใช้งานได้อย่างเสรี เพราะผู้ครอบครองอาจต้องรับผิดตามกฎหมายแม้อ้างว่าไม่ทราบข้อกำหนด

คดีต้องพิสูจน์จากหลักฐาน ไม่ใช่ตัดสินผ่านกระแสสังคม

แม้หมวดนัทจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาและมีสถานะเป็นผู้ต้องหา แต่กระบวนการยังอยู่ในชั้นสอบสวน การถูกกล่าวหายังไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดตามคำพิพากษาถึงที่สุด

พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าการแต่งกายและการกระทำมีลักษณะแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจริงหรือไม่ วิทยุสื่อสารต้องมีใบอนุญาตหรือได้รับการยกเว้น เสื้อเกราะเข้าข่ายยุทธภัณฑ์หรือไม่ รวมถึงข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์เป็นเท็จเพียงใดและสร้างความตื่นตกใจต่อประชาชนอย่างไร

ฝ่ายผู้ต้องหามีสิทธินำหลักฐาน พยานบุคคล เอกสารการครอบครองอุปกรณ์ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจตนาเข้าสู่สำนวนเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาได้ ขณะที่ข้อสรุปสุดท้ายต้องเป็นไปตามขั้นตอนของพนักงานสอบสวน อัยการและศาล

สรุปคดีหมวดนัทที่ต้องติดตาม

กรณีหมวดนัทสะท้อนให้เห็นว่า ความตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ภัยพิบัติต้องดำเนินการอย่างถูกต้องภายใต้คำสั่งของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเมื่อมีการสวมเครื่องแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ใช้อุปกรณ์สื่อสาร และให้ข้อมูลต่อสาธารณะ

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไปคือผลตรวจพิสูจน์เสื้อเกราะ รายละเอียดใบอนุญาตวิทยุสื่อสาร หลักฐานเกี่ยวกับการแสดงตนในพื้นที่ ข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ และแนวทางต่อสู้คดีของทีมกฎหมายที่เต้ มงคลกิตติ์ ส่งเข้ามาช่วยเหลือ

ท้ายที่สุด คดีจะไม่ได้ตัดสินจากภาพเพียงภาพเดียวหรือความคิดเห็นในโลกออนไลน์ แต่ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ทั้งหมด เจตนา พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา