คิวูพางูใหญ่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
คริสเตียน คิวู กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของ อินเตอร์ มิลาน อีกครั้ง หลังพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา สมัยที่ 21 ได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมตอกย้ำว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงอดีตแข้งชุดทริปเปิลแชมป์ปี 2010 แต่ยังยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นกุนซือที่พางูใหญ่กลับมายืนบนบัลลังก์ได้อย่างสง่างาม
เส้นทางของคิวูไม่ใช่บทสวยหรูตั้งแต่ต้น เพราะเขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกของสโมสร ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอินเตอร์เคยเดินหน้าหา เชสก์ ฟาเบรกาส ก่อนหน้านั้น แต่สุดท้ายกุนซือชาวโรมาเนียคนนี้กลับพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานในสนาม และพาทีมปิดจ็อบแชมป์ลีกได้ก่อนจบฤดูกาลถึง 3 นัด
“ผมอยู่ในประวัติศาสตร์อินเตอร์อยู่แล้ว”
เมื่อถูกถามว่าเขากลายเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์อินเตอร์แล้ว คิวูตอบด้วยมุกแห้งตามสไตล์ของตัวเองว่า
“ผมคิดว่าผมอยู่ตรงนั้นมาก่อนแล้วนะ”
“ผมเคยทำบางอย่างไว้ในฐานะนักเตะ… แต่ผมมีความสุขกับเด็กกลุ่มนี้ สโมสรแห่งนี้ และแฟนบอลที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสนับสนุนเรามาตั้งแต่ต้น”
“ผมจะไม่พูดถึงเรื่องราวทั้งหมดจากฤดูกาลก่อน ทั้งการล้อเลียนและการดูแคลนทีมชุดนี้ แต่เด็ก ๆ ทำได้ดีมาก พวกเขาพับแขนเสื้อขึ้นมา ลุกขึ้นเกิดใหม่ และค้นเจอสิ่งที่จำเป็นสำหรับฤดูกาลแข่งขันครั้งใหม่”
“นี่คือแชมป์สมัยที่ 21 และเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของสโมสร ตอนนั้นผมยังหนุ่มกว่านี้ ตอนนี้มีผมหงอกบ้างแล้ว แต่ผมมีความสุขไม่ต่างจากตอนเป็นนักเตะเลย เครดิตวันนี้ต้องยกให้ผู้เล่น”
คำพูดของคิวูสะท้อนชัดว่าแชมป์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องถ้วยรางวัล แต่เป็นการตอบกลับทุกเสียงวิจารณ์จากฤดูกาลก่อน หลังอินเตอร์จบแบบมือเปล่า และต้องเปลี่ยนผ่านจากยุคของ ซิโมเน่ อินซากี้ ก่อนลุยศึกคลับ เวิลด์ คัพ
ฤดูกาลที่ต้องสู้ยาวเหมือนมาราธอน
คิวูเข้ามารับงานหลังมีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่กับปาร์ม่าเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เขากลับพาอินเตอร์สร้างความสม่ำเสมอจนคู่แข่งไล่ไม่ทัน แถมยังมีโอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ เพราะทีมมีคิวพบ ลาซิโอ ในนัดชิงโคปปา อิตาเลีย วันที่ 13 พฤษภาคม
“สำหรับสิ่งที่สโมสรแห่งนี้เป็นตัวแทน มันคือหน้าที่ของเราที่ต้องแข่งขันให้ได้ มีขึ้นมีลง ฤดูกาลคือมาราธอน และโดยรวมเราเป็นทีมที่สม่ำเสมอที่สุด แม้จะแพ้บางเกม เพราะเราตอบสนองได้เสมอและลุกขึ้นยืนใหม่ได้”
“ผมคิดว่าในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เราชนะ 14 จาก 15 เกม หรืออะไรทำนองนั้น เราเริ่มรู้ว่าเราทำได้ เรายังต้องผ่านช่วงเวลายาก ๆ อย่างการตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกต่อ โบโด/กลิมท์ และความพ่ายแพ้ในดาร์บี้ แต่เรายังเชิดหน้าด้วยศักดิ์ศรีและความปรารถนาที่จะแข่งขันจนถึงที่สุด”
นี่คือหัวใจสำคัญของอินเตอร์ชุดนี้ ไม่ใช่ทีมที่ไร้บาดแผล แต่เป็นทีมที่โดนต่อยแล้วลุกกลับมาต่อยคืนได้แรงกว่าเดิม
ปิดแชมป์ต่อหน้าแฟนบอล ด้วยชัยชนะเหนือปาร์ม่า
เกมกับปาร์ม่า อินเตอร์ต้องการเพียงผลเสมอเพื่อการันตีแชมป์ แต่ลูกทีมของคิวูเลือกจบแบบดุดันกว่า ด้วยชัยชนะ 2-0 จากประตูของ มาร์คุส ตูราม ที่ยิงต่อเนื่องเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกัน และ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่เข้าชาร์จจากแอสซิสต์ของ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
“แน่นอนว่าผมมีความสุข และมันถูกต้องแล้วที่ผู้เล่นต้องได้รับเครดิต ได้ดื่มด่ำกับความรักและความเอ็นดูจากแฟนบอลเหล่านี้ มันคือโอกาสที่จะปิดจ็อบสคูเด็ตโต้ต่อหน้ากองเชียร์ และเราทำได้”
หลังเสียงนกหวีดหมดเวลา คิวูเหมือนหายเข้าอุโมงค์ไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกถามว่าเขาตั้งใจหลบสปอตไลต์เพื่อให้ลูกทีมได้เฉลิมฉลองเต็มที่หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวตอบแบบตรง ๆ ว่า
“ผมไปสูบบุหรี่มา ผมก็มีข้อเสียบางอย่าง ขอโทษด้วย แต่ใช่ พวกเขาสมควรได้รับมัน สโมสรเองก็สมควรเช่นกัน เพราะพยายามปลอบใจและสนับสนุนเราเสมอในช่วงเวลาที่จำเป็น”
กุนซือที่ผ่านความเป็นความตาย จนทิ้งอีโก้ไว้ข้างหลัง
หนึ่งในคำตอบที่ทรงพลังที่สุดของคิวู คือเรื่องตัวตนของเขาในฐานะโค้ช หลังถูกถามว่าเขาคิดว่าตัวเองสร้างความแตกต่างให้ทีมตรงไหน
“ผมเป็นคนไม่ปกติเท่าไร ผมเคยต้องพูดกับตัวเองในช่วงเวลาระหว่างความเป็นและความตาย ดังนั้นผมจึงสูญเสียอีโก้ไปตั้งแต่นั้น ผมไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องพูดถึงตัวเอง”
เหตุการณ์ที่เขาพูดถึงคืออาการบาดเจ็บหนักบริเวณศีรษะสมัยค้าแข้งกับอินเตอร์ จนต้องสวมหมวกป้องกันลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของอาชีพ นั่นทำให้คิวูมองฟุตบอลและชีวิตด้วยสายตาที่ต่างออกไป
“ผมแค่พยายามเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง เพื่อช่วยเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งบางครั้งต้องใช้ไม้อ่อน บางครั้งก็ต้องใช้ไม้แข็ง ผมพยายามดึงประสบการณ์จากห้องแต่งตัวมากมายที่เคยอยู่ และพยายามไม่ทำผิดซ้ำในสิ่งที่ผมเคยเจอในฐานะนักเตะ”
“ผมพยายามเข้าอกเข้าใจ ทำความเข้าใจ ไม่คิดถึงเสียงเห็นชอบจากนักวิจารณ์ข้างนอก แต่สนใจเฉพาะสิ่งที่คนที่รักผมคิด ผมเป็นโค้ช ผมจะถูกถกเถียงและอยู่บนความเสี่ยงเสมอ นั่นคืองานนี้ คุณต้องยอมรับมัน โดยรู้ว่าคุณทำได้เพียงพยายามทำให้ดีที่สุด ผมอยากขอบคุณทีมงานของผมด้วย พวกเขาอยู่บนเรือลำเดียวกับผม”
อินเตอร์ไม่ได้มีดีแค่เกมรับ แต่เกมรุกก็โหดเกินต้าน
ตามธรรมเนียม เซเรีย อา มักเป็นลีกที่ทีมแชมป์ต้องมีเกมรับแข็งแกร่งที่สุด แต่ คริสเตียน คิวู สร้างอินเตอร์ในมุมที่ต่างออกไป ทีมชุดนี้เล่นเชิงรุกมากขึ้น และยิงรวมทะลุ 100 ประตู สะท้อนความกล้าของกุนซือที่ไม่ยอมให้ทีมยืนรอเกมอย่างเดียว
“เราอยากเป็นฝ่ายรุกเสมอ จากนั้นขึ้นอยู่กับคู่แข่งว่าเราจะมีทางเลือกแบบไหน เช่น การใช้เพลย์เมกเกอร์สองคน หรือรับมือกับการเพรสของพวกเขา มันยังเกี่ยวกับการเข้าใจช่วงเวลาต่าง ๆ ของเกมด้วย”
“บรรดาโค้ชก่อนหน้าผมก็ทำงานยอดเยี่ยมที่นี่เช่นกัน ดังนั้นหากเด็กกลุ่มนี้รู้บางอย่างเกี่ยวกับเกม มันก็ต้องขอบคุณโค้ชเหล่านั้นที่มาก่อนผม ซึ่งทำให้งานของผมและทีมงานง่ายขึ้น ผู้เล่นต่างหากที่คว้าแชมป์ และมอบสิ่งที่คุณเคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กให้กับคุณ”
ล้มตำนานกุนซือใหญ่ ด้วยหัวใจของคนยังเรียนรู้
ความสำเร็จครั้งนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะคิวูคว้าแชมป์ท่ามกลางคู่แข่งระดับยอดกุนซืออย่าง อันโตนิโอ คอนเต้, มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ แต่เขายังถ่อมตัวเหมือนเดิม
“พวกเขาเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม และผมทำได้เพียงเรียนรู้จากพวกเขา ผมจะเรียนรู้จากพวกเขาต่อไป โค้ชที่ยังหนุ่มเหมือนผมทำได้เพียงเรียนรู้ต่อไป”
สรุปภาพรวมข่าว
คิวูอาจเริ่มต้นในฐานะตัวเลือกที่หลายคนตั้งคำถาม แต่วันนี้เขาตอบทุกข้อสงสัยด้วยแชมป์สคูเด็ตโต้สมัยที่ 21 ของอินเตอร์ มิลาน จากอดีตแข้งชุดทริปเปิลแชมป์ สู่กุนซือที่ใช้ทั้งประสบการณ์ ความนิ่ง และบทเรียนชีวิตพาทีมกลับมายิ่งใหญ่ นี่คือชัยชนะของคนที่ไม่จำเป็นต้องพูดดัง แต่ปล่อยให้ผลงานในสนามตะโกนแทนทุกคำวิจารณ์
ติดตามข่าวบอลต่างประเทศ ข่าวกัลโช่ เซเรีย อา และความเคลื่อนไหวของ อินเตอร์ มิลาน แบบเข้มข้นทุกประเด็นได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

