ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ หลังมีรายงานว่าการลงคะแนนต้องดำเนินถึง 4 รอบ ก่อนเอาชนะ “จิรนิติ หะวานนท์” ด้วยเสียงข้างมาก นับเป็นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำองค์กรตุลาการที่มีบทบาทโดยตรงต่อประเด็นกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และการเมืองระดับประเทศ
การได้รับเลือกครั้งนี้ทำให้อุดม ซึ่งมีประสบการณ์ในกระบวนการยุติธรรมยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ก้าวจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นมารับภารกิจสำคัญในช่วงเวลาที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทุกคดีถูกจับตาอย่างเข้มข้นจากทั้งฝ่ายการเมือง นักกฎหมาย และประชาชน
เปิดเบื้องหลังการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
จุดเริ่มต้นของกระบวนการเกิดขึ้นหลังวุฒิสภามีมติเห็นชอบ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
จากนั้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดประชุมระหว่างบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่งอีก 8 คน ประกอบด้วย
- อุดม สิทธิวิรัชธรรม
- วิรุฬห์ แสงเทียน
- จิรนิติ หะวานนท์
- นภดล เทพพิทักษ์
- บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
- อุดม รัฐอมฤต
- สุเมธ รอยกุลเจริญ
- สราวุธ ทรงศิวิไล
ที่ประชุมมีหน้าที่เลือกกันเองให้บุคคลหนึ่งดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนมีมติเลือกอุดมในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยมีรายงานว่า คู่ชิงสำคัญคือจิรนิติ และต้องลงคะแนนถึง 4 รอบจึงได้ข้อยุติ
ขั้นตอนยังไม่จบหลังมีมติเลือก
แม้ที่ประชุมจะเลือกอุดมเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แล้ว แต่ยังต้องดำเนินกระบวนการตามกฎหมายให้ครบถ้วน โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลการเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
รัฐธรรมนูญกำหนดว่า เมื่อผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ให้บุคคลเหล่านั้นเลือกกันเองเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และแจ้งผลต่อประธานวุฒิสภา จากนั้นประธานวุฒิสภาจะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งตามขั้นตอนต่อไป
ดังนั้น สถานะในช่วงหลังการประชุมจึงเป็นผู้ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
รับไม้ต่อจาก นครินทร์ เมฆไตรรัตน์
อุดมได้รับเลือกขึ้นมารับตำแหน่งต่อจาก “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 ปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 แต่กระบวนการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งแทนใช้เวลายืดเยื้อ หลังผู้ผ่านการสรรหาในสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ก่อนหน้านี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา
ตามรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปีนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง และสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว หากครบวาระแล้วยังไม่มีผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ามาแทน ผู้พ้นจากตำแหน่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการคนใหม่
การได้รับเลือกเป็นประธานไม่ได้ทำให้เริ่มนับวาระตุลาการใหม่ เนื่องจากวาระยังคงผูกกับวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเดิม

ประวัติ อุดม สิทธิวิรัชธรรม
อุดม สิทธิวิรัชธรรม เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน 2497 เป็นนักกฎหมายและผู้พิพากษาอาวุโสที่เติบโตมาในสายตุลาการโดยตรง ก่อนเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563
ประวัติการศึกษาประกอบด้วย
- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2517
- เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 28 พ.ศ. 2518
- นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2525
เส้นทางการศึกษาสะท้อนพื้นฐานด้านกฎหมายที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี การศึกษาวิชาชีพกฎหมายในชั้นเนติบัณฑิต ไปจนถึงการศึกษาระดับปริญญาโท
เส้นทางตุลาการยาวนานกว่า 40 ปี
อุดมเริ่มต้นชีวิตราชการในตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือ ระหว่างปี 2519-2524 ก่อนเข้าสู่เส้นทางผู้พิพากษาอย่างเต็มตัวในปี 2524
ตลอดเส้นทางรับราชการ เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในศาลหลายระดับและหลายพื้นที่ ทั้งศาลจังหวัดทุ่งสง ศาลจังหวัดแม่สอด ศาลจังหวัดพิษณุโลก ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ศาลจังหวัดหลังสวน ศาลจังหวัดอุทัยธานี และศาลจังหวัดกำแพงเพชร ก่อนก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งระดับบริหารในกระบวนการยุติธรรม
ตำแหน่งสำคัญในอดีต ได้แก่
- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
- ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 3
- ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 5
- ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3
- รองประธานศาลอุทธรณ์
- อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1
- อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้
- ผู้พิพากษาศาลฎีกา
- ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5
- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
- ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา
ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญคือประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563
ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่สำคัญอย่างไร
ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลที่พิจารณาคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั่วไป แต่เป็นองค์กรตุลาการที่มีหน้าที่ตรวจสอบว่ากฎหมาย ร่างกฎหมาย หรือการใช้อำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่
อำนาจหลักครอบคลุมการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายก่อนประกาศใช้ การตรวจสอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว การวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ รวมถึงคดีเกี่ยวกับสมาชิกภาพของ สส. สว. และความเป็นรัฐมนตรี
ศาลยังมีบทบาทในคดีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน การพิทักษ์ระบอบการปกครอง การพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับพรรคการเมือง ตลอดจนการตรวจสอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการใช้งบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติในบางกรณี
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุด และมีผลผูกพันรัฐสภา คณะิบัญญัติในบางรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ทำให้ทุกคำวินิจฉัยสามารถสร้างผลสะเทือนต่อกฎหมาย การบริหารประเทศ
ทำไมตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกจับตา
แม้การวินิจฉัยคดีจะเป็นมติขององค์คณะตุลาการและใช้เสียงข้างมาก แต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นผู้นำขององค์กร มีบทบาทต่อการดำเนินงาน การประชุม และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของศาลโดยรวม
ความท้าทายสำคัญของอุดมจึงไม่ได้อยู่เพียงการรับมือกับคดีรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อน แต่ยังรวมถึงการรักษาหลักความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง ความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นว่ากระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอนตั้งอยู่บนข้อกฎหมายและหลักนิติธรรม
ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งทางการเมืองสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมถูกตรวจสอบทั้งในแง่ข้อเท็จจริง เหตุผลทางกฎหมาย และมาตรฐานที่เคยวางไว้ในคดีก่อนหน้า ภารกิจของประธานคนใหม่จึงเป็นหนึ่งในบทบาทที่ละเอียดอ่อนและกดดันที่สุดของกระบวนการยุติธรรมไทย
บทสรุปการขึ้นรับตำแหน่งของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม
การได้รับเลือกของอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นผลจากกระบวนการลงคะแนนภายในที่ต้องแข่งขันถึง 4 รอบ ก่อนคว้าเสียงข้างมากและก้าวขึ้นเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ด้วยประสบการณ์ตั้งแต่นายทหารพระธรรมนูญ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา จนถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เขาเป็นนักกฎหมายที่ผ่านงานพิจารณาคดีและงานบริหารองค์กรตุลาการมาอย่างเข้มข้น
จากนี้ต้องติดตามว่าภายใต้การนำของประธานคนใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญจะวางทิศทางการทำงาน รับมือคดีสำคัญ และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมได้มากเพียงใด เพราะทุกคำวินิจฉัยไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องพิจารณา แต่อาจส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจ กฎหมาย และอนาคตทางการเมืองของประเทศ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

