กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะเทือนวงการกู้ภัยและโลกออนไลน์ เมื่อมีเพจนำข้อมูลทางการเงินออกมาเผยแพร่ พร้อมตั้งคำถามถึงการบริหารเงินบริจาคของสมาคมกู้ภัยแห่งหนึ่ง โดยพาดพิงถึง “ปอนด์ จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง” กู้ภัยและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หลังพบยอดเงินบริจาครวมกว่า 246 ล้านบาท และมีรายการถอนเงินสดรวม 81.9 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นของข้อกล่าวหาและการตั้งคำถามจากบุคคลบนโลกออนไลน์ ยังไม่มีข้อยุติจากหน่วยงานตรวจสอบหรือกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ปอนด์ออกมาปฏิเสธ พร้อมประกาศว่าจะนำหลักฐานเข้าสู่การชี้แจงต่อสาธารณะ และยืนยันว่าผู้เผยแพร่ข้อมูลต้องออกมารับผิดชอบเช่นกัน

เปิดตัวเลขเงินบริจาค 246 ล้าน ถอนเงินสด 81.9 ล้าน
ต้นเรื่องเกิดขึ้นหลังเพจหนึ่งเผยแพร่ภาพข้อมูลที่ระบุว่า สมาคมกู้ภัยชื่อดังมียอดเงินบริจาคสะสมประมาณ 246 ล้านบาท แต่พบการถอนเงินสดออกจากบัญชีรวมประมาณ 81.9 ล้านบาท พร้อมกล่าวอ้างว่ามีการให้ภรรยาเบิกเงินจากบัญชีสมาคม ก่อนโอนไปยังบัญชีส่วนตัว
ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่ยังระบุว่า มีการถอนเงินครั้งละ 30,000 บาท จำนวน 1,433 ครั้ง และเคยถอนสูงสุดภายในวันเดียวประมาณ 1.03 ล้านบาท จนนำไปสู่คำถามว่าเงินที่ถอนออกไปถูกนำไปใช้เพื่อภารกิจช่วยเหลือประชาชนทั้งหมดหรือไม่ และมีเอกสารรับรองค่าใช้จ่ายอย่างครบถ้วนเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ปรากฏยังมีรายละเอียดซึ่งต้องรอคำอธิบายเพิ่มเติม เพราะการถอนครั้งละ 30,000 บาท จำนวน 1,433 ครั้ง คิดเป็นเงินประมาณ 42.99 ล้านบาท ซึ่งยังไม่เท่ากับยอดถอนรวม 81.9 ล้านบาท จึงต้องตรวจสอบว่ามีรายการถอนรูปแบบอื่นรวมอยู่ด้วยหรือเป็นข้อมูลจากคนละช่วงเวลา
การเปิดเผยรายการเดินบัญชีเพียงบางส่วนจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกิดการยักยอก จำเป็นต้องพิจารณารายการทั้งหมด ทั้งวันเวลา ผู้มีอำนาจอนุมัติ วัตถุประสงค์การเบิกจ่าย ใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานว่าปลายทางของเงินถูกใช้กับภารกิจใด
ปอนด์ จักรกฤษณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมเผชิญหน้าคนปล่อยหลักฐาน
หลังชื่อถูกพาดพิง ปอนด์ จักรกฤษณ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแสดงความประหลาดใจกับตัวเลข 246 ล้านบาท พร้อมระบุว่าตนพร้อมไปชี้แจงในทุกรายการ แต่ต้องการให้บุคคลที่เป็นต้นทางของหลักฐานออกมาเผชิญหน้าและอธิบายข้อมูลด้วย
เจ้าตัวยังประกาศว่าได้รับการติดต่อจากรายการโหนกระแส และย้ำว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ต้องการเห็นหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายมากกว่าการกล่าวหาและตอบโต้ผ่านข้อความบนโซเชียล
จุดสำคัญในการชี้แจงจึงไม่ได้อยู่เพียงการยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ต้องอธิบายเส้นทางการเงินอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะสาเหตุที่ต้องถอนเงินสดจำนวนมาก เหตุผลที่เงินบางส่วนถูกกล่าวอ้างว่าโอนไปยังบัญชีบุคคล และเงินทุกก้อนมีเอกสารค่าใช้จ่ายรองรับหรือไม่
ส่องโพสต์ “ซอง ดูฮี” หลังคู่กรณีเก่าเผชิญดราม่าใหญ่
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาคือโพสต์ของ “ซอง ดูฮี” ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากศรีสะเกษ ซึ่งเคยมีปัญหาตอบโต้กับปอนด์มาก่อน โดยหลังเกิดกระแสเงินบริจาค ซอง ดูฮี ได้โพสต์ข้อความในเชิงธรรมะว่า มนุษย์ทุกคนมีกรรมเป็นของตน และไม่มีใครหลีกหนีผลจากการกระทำของตัวเองได้
นอกจากนี้ยังมีโพสต์เกี่ยวกับการตื่นเช้าทำบุญ ตั้งตนอยู่ในธรรม รวมถึงข้อความเชิงแซวที่ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นร้อน แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ระบุชื่อหรือกล่าวถึงปอนด์โดยตรงในโพสต์ดังกล่าว
ย้อนปมขัดแย้ง ปอนด์ และ ซอง ดูฮี
ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายเคยมีดราม่ากันจากภารกิจเคลื่อนย้ายร่างพระธุดงค์ที่มรณภาพจากอุบัติเหตุ โดยซอง ดูฮี ตั้งคำถามว่าเหตุใดทีมของปอนด์จึงหายออกจากขบวนรถส่งร่างพระสงฆ์ ขณะที่ปอนด์ชี้แจงว่าได้รับคำสั่งด่วนให้หยุดรถระหว่างเดินทาง จึงไม่สามารถตามขบวนเดิมได้ทัน
เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การตอบโต้กันอย่างรุนแรง ก่อนที่ซอง ดูฮี จะลบโพสต์และหลักฐานที่เคยเผยแพร่ พร้อมทำคลิปกล่าวขอโทษผู้เกี่ยวข้องและประชาชน แต่ความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ยังคงถูกจดจำ จึงทำให้ทุกความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถูกนำมาเชื่อมโยงและตีความอย่างรวดเร็ว

เงินบริจาคต้องโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้
เงินบริจาคมีลักษณะแตกต่างจากเงินส่วนบุคคล เพราะผู้บริจาคมอบเงินให้ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ องค์กรหรือสมาคมที่รับเงินจึงควรแยกบัญชีออกจากบัญชีส่วนตัวอย่างชัดเจน และหลีกเลี่ยงการถอนเงินสดโดยไม่มีเอกสารรองรับ
หลักการบริหารเงินบริจาคที่สร้างความเชื่อมั่นควรประกอบด้วยบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ตรวจสอบได้ การอนุมัติเงินโดยบุคคลมากกว่าหนึ่งคน ใบเสร็จหรือหลักฐานการใช้จ่าย รายงานยอดเงินคงเหลือ และการเปิดเผยผลการดำเนินงานเป็นระยะ
การโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลไม่ได้เป็นหลักฐานสมบูรณ์ว่าเกิดการยักยอกเสมอไป เพราะบางกรณีอาจเป็นการสำรองจ่ายหรือชำระค่าใช้จ่ายเร่งด่วน แต่ผู้รับผิดชอบต้องมีเอกสารอธิบายเหตุผล จำนวนเงิน และปลายทางการใช้จ่ายอย่างครบถ้วน หากไม่สามารถชี้แจงได้ ความน่าเชื่อถือขององค์กรย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สังคมรอหลักฐานมากกว่าศึกโพสต์ตอบโต้
ประเด็นเงินบริจาค 81.9 ล้านบาทยังไม่มีข้อสรุปว่าเงินถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริงหรือไม่ ฝ่ายผู้กล่าวหาต้องแสดงเอกสารฉบับเต็มและอธิบายที่มาของข้อมูล ส่วนปอนด์ต้องเปิดหลักฐานรายรับรายจ่ายเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน
จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการตัดสินล่วงหน้าว่าบุคคลใดกระทำผิด เพราะกระแสบนโซเชียลไม่สามารถใช้แทนหลักฐานทางบัญชีหรือคำวินิจฉัยจากกระบวนการยุติธรรมได้ แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับเงินที่ประชาชนร่วมบริจาค การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาย่อมเป็นทางออกที่ชัดเจนที่สุด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

