เอ็นรีเก้ยกเครดิตแข้งเปแอสเช หลังล้มอาร์เซน่อลคว้าแชมป์ยุโรป
หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกโรงชื่นชมหัวใจนักสู้ของลูกทีมแบบเต็มเสียง หลังพา เปแอสเช ดวลจุดโทษเฉือน อาร์เซน่อล 4-3 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 พร้อมป้องกันแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่
เกมรอบชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่แฟนบอลต้องจำ เพราะนี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่เป็นบทพิสูจน์ความนิ่ง ความอึด และความเป็นทีมระดับแชมป์ของยอดทีมจากฝรั่งเศส
HISTORY MADE 📸 pic.twitter.com/tjHbezI2vP
— Paris Saint-Germain (@PSG_English) May 31, 2025
อาร์เซน่อลออกนำก่อน แต่เปแอสเชไม่ยอมตายง่าย ๆ
เริ่มเกมมา อาร์เซน่อลได้เฮก่อนจากจังหวะจบสกอร์ของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ส่งให้ “ปืนใหญ่” ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก จากนั้นทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เลือกถอยลงมาเน้นเกมรับมากขึ้น เพื่อรักษาความได้เปรียบในเกมสำคัญระดับชิงเจ้ายุโรป
แต่เปแอสเชไม่ใช่ทีมที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ พวกเขาค่อย ๆ เร่งจังหวะ บีบพื้นที่ และเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง ก่อนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจุดโทษของ อุสมาน เดมเบเล่ ทำให้เกมกลับมาเดือดเต็มสูบอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่มีทีมใดเจาะตาข่ายเพิ่มได้ ทั้งในเวลาปกติและช่วงต่อเวลาพิเศษ สุดท้ายต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นปารีส แซงต์-แชร์กแมงที่นิ่งกว่า คมกว่า ก่อนเอาชนะไป 4-3 พร้อมชูถ้วย “บิ๊กเอียร์” ได้สำเร็จอีกสมัย
เอ็นรีเก้ชี้แชมป์ปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าปีก่อน
หลังจบเกม เอ็นรีเก้เปิดใจด้วยความภูมิใจ พร้อมย้ำว่านี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของทั้งทีมและเมืองปารีส
“มันยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วเสียอีก เพราะเรารู้ตั้งแต่ก่อนเกมแล้วว่าการต้องลงเล่นกับ อาร์เซน่อล เป็นงานที่ยากแค่ไหน สำหรับพวกเรา ทั้งในฐานะทีมและในฐานะตัวแทนของเมือง นี่คือความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า เปแอสเชไม่ได้มองชัยชนะนัดนี้เป็นเพียงผลการแข่งขัน แต่คือการผ่านบททดสอบระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะการเจอกับอาร์เซน่อลที่มีวินัยเกมรับ แข็งแกร่ง และพร้อมลงโทษทุกความผิดพลาด
สมควรแชมป์จากผลงานทั้งฤดูกาล
เอ็นรีเก้ยังยืนยันว่า แม้เกมนี้ทั้งสองทีมต่างมีช่วงเวลาที่สมควรเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อมองจากภาพรวมตลอดฤดูกาล เขาเชื่อว่าเปแอสเชคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์อย่างแท้จริง
“ผมคิดว่าเราสมควรเป็นผู้ชนะ แม้ว่าวันนี้ทั้งสองทีมอาจสมควรได้รับชัยชนะเหมือนกันก็ตาม แต่หากมองจากผลงานตลอดทั้งฤดูกาล ผมเชื่อว่าเราสมควรคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเรามีความสุขกันมาก และจะพยายามกลับมาอยู่บนเวทีนี้ (เวทีรับโทรฟี่แชมป์) อีกครั้งในปีหน้า… ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?
นี่คือประโยคที่บ่งบอกความมั่นใจของกุนซือชาวสเปนได้อย่างชัดเจน เปแอสเชไม่ได้ต้องการหยุดแค่การป้องกันแชมป์ แต่ยังส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมกลับมาล่าโทรฟี่ใบนี้ต่อในฤดูกาลหน้า
Champions of Europe: Paris Saint-Germain 🏆#UCLfinal pic.twitter.com/MOcgiqlyKz
— UEFA Champions League (@ChampionsLeague) May 30, 2026
ยอมรับอาร์เซน่อลรับแน่น เล่นด้วยยาก
แม้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ แต่เอ็นรีเก้ก็ไม่ลืมให้เครดิตอาร์เซน่อล โดยเฉพาะแท็กติกการป้องกันที่ทำให้เปแอสเชเจองานหนักตลอดทั้งเกม
“เกมเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็รู้ดีว่าควรป้องกันเกมอย่างไร มันเป็นงานที่ยากมาก ปกติแล้วเราเคยชินกับการเล่นเกมรุกใส่ทีมที่ถอยลงไปตั้งรับ แต่เมื่อเจอกับทีมนี้ พวกเขามีความแข็งแกร่งทางร่างกายสูงมาก และรับมือได้ยากจริง ๆ”
ภาพรวมของเกมนี้จึงเป็นการปะทะกันระหว่างทีมที่มีความมั่นใจสูงทั้งคู่ อาร์เซน่อลเริ่มต้นได้เฉียบขาดและจัดระเบียบเกมรับได้ดี ขณะที่เปแอสเชแสดงให้เห็นถึงความนิ่งในสถานการณ์กดดัน ก่อนใช้ความเด็ดขาดในช่วงดวลจุดโทษปิดบัญชีสำเร็จ
บทสรุปเกมใหญ่ที่ตัดสินด้วยหัวใจแชมป์
ชัยชนะของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหนืออาร์เซน่อลครั้งนี้ ไม่ได้วัดกันแค่แท็กติกหรือคุณภาพนักเตะ แต่ยังวัดกันที่หัวใจ ความอดทน และความนิ่งในช่วงเวลาที่กดดันที่สุด เปแอสเชพิสูจน์แล้วว่าพวกเขามีครบทุกอย่างของทีมแชมป์ยุโรป
ส่วนอาร์เซน่อลแม้ต้องอกหักอย่างเจ็บปวด แต่ผลงานในเกมนี้ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาใกล้มากแล้วกับการก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของยุโรป เพียงแต่ค่ำคืนนี้ ความเฉียบและความนิ่งในวินาทีชี้ชะตาเป็นของเปแอสเชมากกว่า
ติดตามข่าวบอลยุโรปกับบ้านกีฬา
แฟนบอลที่ต้องการเกาะติดข่าวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผลบอลเมื่อคืน บทวิเคราะห์หลังเกม และความเคลื่อนไหวฟุตบอลยุโรปแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามอัปเดตทุกประเด็นร้อนกับ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

