แอมเนสตี้จับมือกลุ่มสิทธิฯ ออกคำเตือนก่อนฟุตบอลโลก
กระแส ฟุตบอลโลก ยังไม่ทันเปิดฉากเต็มตัว แต่ประเด็นนอกสนามกลับร้อนแรงขึ้นทันที หลัง Amnesty International และกลุ่มสิทธิพลเมือง-สิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ หลายสิบองค์กร ออก “คำแนะนำการเดินทางช่วงฟุตบอลโลก” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเตือนแฟนบอลและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ ว่าอาจต้องเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่กำลังถูกจับตาอย่างหนัก
กลุ่มองค์กรดังกล่าวระบุว่า คำเตือนนี้มีความจำเป็น “ในแง่ของสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เสื่อมถอยในสหรัฐฯ และในภาวะที่ยังไม่มีการดำเนินการอย่างมีความหมายหรือหลักประกันที่เป็นรูปธรรมจากฟีฟ่า เมืองเจ้าภาพ หรือรัฐบาลสหรัฐฯ”
เตือนแฟนบอลเสี่ยงถูกปฏิเสธเข้าเมือง-ตรวจค้นข้อมูลส่วนตัว
สาระสำคัญของคำแนะนำดังกล่าว ชี้ว่า ผู้เดินทางอาจถูกปฏิเสธเข้าประเทศโดยพลการ ถูกควบคุมตัวในสภาพที่ถูกมองว่า “ไร้มนุษยธรรม” หรือถูกตรวจค้นโทรศัพท์และบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างล่วงล้ำ
รายงานยังโยงไปถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างเข้มข้นในหลายเมือง เช่น ลอสแอนเจลิส, ชิคาโก และมินนีแอโพลิส ซึ่งเคยนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ รวมถึงการปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง
ฝ่ายท่องเที่ยวโต้แรง ชี้เป็นเกมการเมืองกระทบเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ฝั่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ทันที โดยมองว่าคำเตือนนี้อาจกระทบโดยตรงต่อแรงงานในภาคบริการ และเป็นการใช้ประเด็นความปลอดภัยเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
เจฟฟ์ ฟรีแมน ประธานและซีอีโอของ U.S. Travel Association ระบุว่า แม้จะมีความกังวลที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับนโยบายการเข้าประเทศของสหรัฐฯ แต่เรื่องนี้กำลังถูกขยายจนเกินจริง พร้อมย้ำว่าปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีนักเดินทางต่างชาติเดินทางเข้าประเทศถึง 67 ล้านคน
เขากล่าวว่า “แนวคิดที่ว่าการเดินทางมาอเมริกาก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่คำเตือนโดยสุจริตใจ แต่เป็นยุทธวิธีทางการเมืองที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ”
ฟีฟ่าย้ำยึดหลักสิทธิมนุษยชน
โฆษกของฟีฟ่าอ้างถึงแถลงการณ์และนโยบายหลายฉบับ รวมถึงเอกสารกำกับดูแลขององค์กร ซึ่งระบุว่า “ฟีฟ่ามุ่งมั่นเคารพสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลทั้งหมด และจะพยายามส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิเหล่านี้”
ฟุตบอลโลกกับเดิมพันใหญ่ของสหรัฐฯ
สหรัฐฯ กำลังเผชิญการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว และมีท่าทีทางการเมืองที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อพันธมิตรหลายประเทศ ทั้งประเด็นแคนาดา กรีนแลนด์ และนาโต
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหวังว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากคำสั่งจำกัดการเดินทางของประชาชนจาก 19 ประเทศ รวมถึงราคาตั๋วเข้าชมที่สูงมาก และรายงานจากผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังไม่เห็นยอดจองพุ่งชัดเจนในช่วงจัดการแข่งขัน
โปรแกรมเปิดฉากและเจ้าภาพร่วม
รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งความหวังว่าการเร่งกระบวนการวีซ่าสำหรับผู้เดินทาง และกระแสความตื่นเต้นของทัวร์นาเมนต์ จะช่วยกลบความกังวลเรื่องนโยบายคนเข้าเมืองได้
การแข่งขันจะเปิดฉากวันที่ 11 มิถุนายน โดยกระจายเกมไปทั่วอเมริกาเหนือ ประกอบด้วย 11 สนามในสหรัฐฯ, 2 สนามในแคนาดา และ 3 สนามในเม็กซิโก ซึ่งทั้งหมดกำลังถูกจับตามองทั้งในมุมกีฬา เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ระดับโลก
แฟนบอลที่อยากติดตามข่าวฟุตบอลโลก ข่าวบอลต่างประเทศ และประเด็นร้อนรอบสนามแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตาม ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวเด่น ข่าววันนี้ และความเคลื่อนไหวลูกหนังทั่วโลกแบบไม่ตกกระแส

