อ่านข่าวนี้แบบสั้น: เควิน เดอ บรอยน์ ยืนยันว่าเขาไม่มองฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา แม้ผ่านความสำเร็จมามากมายกับสโมสรและทีมชาติ โดยมิดฟิลด์เบลเยียมชี้ว่าทีมต้องการ เจเรมี โดกู ในฟอร์มที่ดีที่สุด หากหวังกลับไปสร้างแรงสั่นสะเทือนในฟุตบอลโลก 2026 โดยมีเกมเปิดสนามกลุ่ม G พบอียิปต์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นบททดสอบแรก ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เดอ บรอยน์ไม่มองฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นของตาย
เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านทั้งแชมป์ลีก แชมป์ยุโรป และเวทีใหญ่ระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ก่อนนำ ทีมชาติเบลเยียม ลงเปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 พบอียิปต์ เจ้าตัวย้ำชัดว่า การได้มายืนในฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ของตัวเองยังคงมีความหมายมหาศาล ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะมองข้ามได้ง่าย ๆ
ในวัย 35 ปี เดอ บรอยน์ลงเล่นให้ทีมชาติมาแล้ว 119 นัด และอยู่กับธงเบลเยียมมายาวนานราว 16 ปี จากวันที่ยังเป็นดาวรุ่งจนกลายเป็นแกนกลางของยุคทอง เขายอมรับว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปมากจากช่วงพีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ความกระหายในการรับใช้ชาติยังไม่เคยจางลง
“It’s an honor for me to still be here after playing for the national team for about 16 years. So, that means I’ve done something good,” De Bruyne said with a laugh during the English portion of Saturday’s press conference. “Hopefully I can play a good tournament and do something well for Belgium.”
“มันเป็นเกียรติสำหรับผมที่ยังได้อยู่ตรงนี้ หลังจากเล่นให้ทีมชาติมาประมาณ 16 ปี นั่นหมายความว่าผมคงทำอะไรบางอย่างได้ดี หวังว่าผมจะเล่นทัวร์นาเมนต์ที่ดี และทำบางอย่างให้เบลเยียมได้ดี”

ฤดูกาลหนักที่นาโปลี แต่ร่างกายพร้อมรบอีกครั้ง
ฤดูกาล 2025-26 ถือเป็นปีที่ไม่ง่ายสำหรับเดอ บรอยน์ หลังย้ายไปเล่นกับนาโปลีในเซเรีย อา เป็นฤดูกาลแรก ปิดฉาก 10 ปีเต็มกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เขายิงไป 108 ประตูจาก 285 นัด พร้อมพาทีมกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย
เส้นทางก่อนฟุตบอลโลกครั้งนี้สะดุดไม่น้อย เพราะเขาเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนตุลาคม และเพิ่งกลับมาลงสนามได้วันที่ 6 มีนาคม จากนั้นลงเล่นในเซเรีย อา 10 นัด รวมถึงเกมอุ่นเครื่องให้เบลเยียมอีก 4 นัด โดยนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เขายิงประตูได้ในเกมถล่มตูนิเซีย 5-0
“I have done everything I could to get fit,” De Bruyne said in French, “and I feel that way too.”
“ผมทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้ร่างกายฟิต และผมก็รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ”
เบลเยียมต้องมีโดกูร่างโหด หากหวังไปไกล
แม้เดอ บรอยน์ยังเป็นหัวใจในแดนกลาง แต่เขารู้ดีว่าภาระของเบลเยียมไม่ควรถูกวางไว้บนไหล่ของเขา โรเมลู ลูกากู หรือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เพียงไม่กี่คนอีกต่อไป เพราะทีมชุดนี้ต้องการพลังจากรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ เจเรมี โดกู ปีกวัย 24 ปีที่เคยเล่นร่วมกับเขาที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 ฤดูกาล
ประเด็นนี้สอดคล้องกับทิศทางของทีมเบลเยียมยุคใหม่ เพราะโดกูเองก็ออกมายอมรับว่าผู้เล่นรุ่นหลังต้องช่วยแบ่งเบาภาระจากเดอ บรอยน์และลูกากูให้มากขึ้น เพื่อให้ทีมยังคงแข่งขันในระดับสูงได้อย่างแท้จริง
“Defending Jérémy for 90 minutes is impossible,” De Bruyne said. “He has also become more efficient over the past year. He has found more moments where he can choose his situations. To play a top tournament, we need a good Doku.
“In any case, he is already making my life easier.”
“การป้องกันเจเรมีตลอด 90 นาทีเป็นไปไม่ได้ เขายังมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา เขาหาจังหวะเลือกสถานการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น หากจะเล่นทัวร์นาเมนต์ระดับท็อป เราต้องการโดกูที่ดี”
“ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ทำให้ชีวิตของผมง่ายขึ้นแล้ว”
กลุ่ม G ไม่ง่าย อียิปต์พร้อมสวนด้วยซาลาห์
เบลเยียมอยู่ในกลุ่ม G ร่วมกับอียิปต์ นิวซีแลนด์ และอิหร่าน ซึ่งบนกระดาษถือเป็นเส้นทางที่เปิดโอกาสให้ทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปเข้ารอบ แต่ฟุตบอลโลกไม่เคยมีคำว่าง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกมเปิดสนามต้องเจอกับอียิปต์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โอมาร์ มาร์มูช
อียิปต์ยังตามหาชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังไม่ชนะมา 7 นัดก่อนหน้านี้ แต่พวกเขามีความมั่นใจจากเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2022 ที่เคยชนะเบลเยียม 2-1 ทำให้เกมนี้ไม่ใช่แค่การเปิดหัว แต่เป็นด่านวัดใจของเบลเยียมว่าพร้อมล้างแผลจากกาตาร์ 2022 หรือไม่
จากอันดับ 3 ปี 2018 สู่ภารกิจลบฝันร้ายปี 2022
ฟุตบอลโลก 2026 คือเวทีที่เบลเยียมต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังเคยจบอันดับ 3 อย่างยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย แต่กลับร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์แบบน่าผิดหวัง หากทีมชุดนี้ต้องการเรียกโมเมนตัมเดิมกลับมา ฟอร์มของเดอ บรอยน์จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ขาดไม่ได้
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเบลเยียมไม่ได้พึ่งพาแค่แกนยุคทองอีกแล้ว ทีมของ รูดี้ การ์เซีย ต้องผสมประสบการณ์ของเดอ บรอยน์ ลูกากู และกูร์กตัวส์ เข้ากับความเร็ว ความกล้า และพลังทะลุทะลวงจากรุ่นใหม่อย่างโดกู อามาดู โอนานา และ ชาร์ลส์ เดอ เคเตแลเร่

เดอ บรอยน์รอเจอซาลาห์ ความหลังพรีเมียร์ลีกเดือดอีกครั้ง
เกม เบลเยียม พบ อียิปต์ ยังมีอีกหนึ่งฉากที่แฟนบอลจับตา นั่นคือการกลับมาเผชิญหน้ากันของเดอ บรอยน์กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สองดาวดังที่ปะทะกันมานานในพรีเมียร์ลีก และยังมีความสัมพันธ์นอกสนามจากช่วงที่ลูก ๆ ของทั้งคู่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน
“I played against Mo for 10 years,” De Bruyne said. “Our kids also went to the same school. So, I saw him from time to time. And, he’s a really nice guy. So, it will be nice to see him. It will be nice to compete again like old times.”
“ผมเล่นเจอกับโมมา 10 ปี ลูก ๆ ของเราก็เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน ผมจึงได้เจอเขาเป็นครั้งคราว และเขาเป็นคนที่ดีมาก มันคงดีที่ได้เจอเขา และคงดีที่ได้แข่งขันกันอีกครั้งเหมือนวันเก่า ๆ”
เดบาสต์ยังอยู่ในทีม แต่ต้องลุ้นความพร้อมช่วงท้าย
อีกประเด็นสำคัญของเบลเยียมคือสถานะของ เซโน เดบาสต์ กองหลังวัย 22 ปี ที่พลาดช่วงซ้อมบางส่วนซึ่งเปิดให้สื่อเข้าชมเมื่อวันพุธและพฤหัสบดี แต่แถลงการณ์ของทีมยืนยันว่าเขายังอยู่ในขุมกำลังฟุตบอลโลก หลังทีมงานเทคนิคและทีมแพทย์ประเมินร่วมกันแล้ว
เดบาสต์มีอาการบาดเจ็บที่ขาระหว่างซ้อมกับสปอร์ติง ลิสบอน เมื่อเดือนก่อน และยังไม่ถูกคาดว่าจะพร้อมลงเล่นในช่วงต้นทัวร์นาเมนต์ อย่างไรก็ตาม เขายังเป็นตัวเลือกสำคัญในระยะยาวของเบลเยียม หลังติดทีมชาติไปแล้ว 26 นัด และเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์
เกมแรกคือบทพิสูจน์ เบลเยียมยังมีพิษพอหรือไม่
สำหรับเดอ บรอยน์ ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจไม่ใช่เวทีแห่งความกดดันแบบเดิม แต่เป็นโอกาสให้เขาเล่นด้วยมุมมองที่นิ่งกว่า ลึกกว่า และรู้คุณค่าของทุกนาทีมากกว่าเดิม ส่วนเบลเยียมต้องตอบให้ได้ว่า พวกเขายังเป็นทีมที่พร้อมลุ้นไกล หรือเป็นเพียงเงาของยุคทองที่เคยเรืองอำนาจ
หากเดอ บรอยน์คุมจังหวะได้ โดกูฉีกแนวรับได้ และแนวรุกใช้โอกาสไม่เปลือง เบลเยียมยังมีอาวุธมากพอจะสร้างปัญหาให้ทุกทีมในฟุตบอลโลก 2026 แฟนบอลไทยที่ต้องการติดตามข่าวบอลโลก บทวิเคราะห์ก่อนเกม และความเคลื่อนไหวคู่ใหญ่ระดับโลก สามารถติดตามได้ต่อเนื่องกับ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

