ไม่มีผู้ทำประตู
ไม่มีผู้ทำประตู
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง เบลเยียม 0-0 อิหร่าน วันนี้ 22/6/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี ที่สนามโซไฟ สเตเดียม เบลเยียม เสมอ อิหร่าน 0-0 เกมนี้ เบลเยียม ครองบอลบุกหนัก ยิงรวม 23 ครั้ง แต่เจาะไม่เข้า ขณะที่ อิหร่าน เล่นเกมรับอย่างมีวินัย และได้ อาลีเรซา เบย์รันวานด์ โชว์ฟอร์มระดับพระเอก เซฟ 7 ครั้ง พาทีมเก็บหนึ่งแต้มสำคัญจากเกม ผลบอลสด ที่กดดันทุกนาที
บ้านกีฬา มองว่านี่คือเกมที่ เบลเยียม เหนือกว่าชัดเจนในเชิงรูปเกม แต่ยังขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย ส่วน อิหร่าน แม้ครองบอลน้อยกว่า แต่ยืนรับแน่น สวนกลับมีพิษ และเกือบช็อกคู่แข่งจากจังหวะของ เมห์ดี ทาเรมี ก่อนถูก VAR ริบประตูคืน
ครึ่งแรก เบลเยียมบุกถล่มแต่เจอเบย์รันวานด์ขวางหมด
เริ่มเกม เบลเยียม เดินหน้ากดใส่ทันที นาทีที่ 2 ได้เตะมุม และนาทีที่ 3 โรเมลู ลูกากู โดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะ อาลีเรซา เบย์รันวานด์ ทำให้เกมเริ่มเดือดเร็ว เบลเยียมใช้ เควิน เดอ บรอยน์, เลอันโดร ทรอสซาร์ และ แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ เป็นแกนรุก ปั้นเกมเข้ากรอบเขตโทษอย่างต่อเนื่อง
นาทีที่ 8 ถึง 10 เดอ บรอยน์ ได้ยิงสองครั้ง ลูกากู มีจังหวะถูกบล็อก และ เดอ คุยเปอร์ ยิงติดเซฟ เบย์รันวานด์ ขณะที่ อิหร่าน ไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว นาทีที่ 14 โฮสเซน คานานี ได้ยิงในกรอบ แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ยังเซฟได้ จากนั้น ซาอิด เอซาโตลาฮี โหม่งหลุดกรอบในนาทีที่ 15
นาทีที่ 22 เบลเยียมเกือบนำจากลูกยิงของ ยูรี ตีเลอม็องส์ แต่ เบย์รันวานด์ ปัดออกหลังได้อีก นาทีที่ 25 อิหร่านเกือบช็อกทั้งสนามเมื่อ เมห์ดี ทาเรมี ส่งบอลเข้าประตู แต่ VAR ตรวจแล้วเป็นล้ำหน้า สกอร์จึงยัง 0-0 ก่อนจบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์ แม้เบลเยียมครองบอลเหนือกว่ามาก
ครึ่งหลัง เบลเยียมเหลือ 10 คน อิหร่านได้เปรียบแต่ปิดบัญชีไม่ได้
ครึ่งหลัง อิหร่านส่ง อาลีเรซา จาฮานบัคช์ ลงมาเพิ่มความสด และมีจังหวะยิงตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลัง แต่บอลหลุดกรอบ เบลเยียมยังเดินหน้าบุกต่อ นาทีที่ 50 อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ได้ยิงมุมแคบแต่ไม่เข้า ส่วน เมห์ดี ทาเรมี มีโอกาสยิงในนาทีที่ 53 แต่ กูร์กตัวส์ เซฟไว้ได้
นาทีที่ 58 เบลเยียมเปลี่ยนสามคนรวด ส่ง ทิโมธี กาสตาญ, ฮันส์ ฟานาเคน และ โดดี้ ลูเคบากิโอ ลงมาเพิ่มพลังเกมรุก ก่อนที่นาทีที่ 59 เดอ คุยเปอร์ จะได้ยิงระยะใกล้ แต่ เบย์รันวานด์ เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเปลี่ยนมาในนาทีที่ 66 เมื่อ นาธาน งอย โดนใบแดงหลังทำฟาวล์ เมห์ดี ทาเรมี เบลเยียมต้องเหลือ 10 คน อิหร่านพยายามเติมตัวรุก แต่ยังไม่คมพอ นาทีที่ 81 เอซาโตลาฮี ยิงไกลติดเซฟ กูร์กตัวส์ ส่วนท้ายเกม เบลเยียมยังมีโอกาสจาก บรานดอน เมเชเล่, มาติอัส เฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ และ ลูเคบากิโอ แต่ทั้งหมดไม่เป็นประตู จบเกมเสมอ 0-0
เบลเยียม 0-0 อิหร่าน
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
เบลเยียม ระบบ 4-2-3-1
- ผู้จัดการทีม : รูดี้ การ์เซีย
- ผู้รักษาประตู : ติโบต์ กูร์กตัวส์ 7.8
- กองหลัง : โธมัส เมอนิเยร์ 6.9, นาธาน งอย 6.9, บรานดอน เมเชเล่ 7.3, แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ 7.5
- กองกลาง : นิโกลัส ราสกิน 7.1, ยูรี ตีเลอม็องส์ 7.2, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส 6.7, เควิน เดอ บรอยน์ 7.3, เลอันโดร ทรอสซาร์ 8.3
- กองหน้า : โรเมลู ลูกากู 5.9
- นักเตะเด่น : เลอันโดร ทรอสซาร์ 8.3, ติโบต์ กูร์กตัวส์ 7.8, แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ 7.5
- เปลี่ยนตัว : ทิโมธี กาสตาญ 7.0, ฮันส์ ฟานาเคน 6.9, โดดี้ ลูเคบากิโอ 6.8, อาร์ตูร์ เตอาต 6.8, มาติอัส เฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ 6.6
- สำรองไม่ได้ใช้งาน : เซนเน่ ลัมเมนส์, ไมค์ เพนเดอร์ส, โคนี่ เดอ วินเทอร์, ฆัวกิน เซย์ส, อักเซล วิตเซล, ดีเอโก้ โมเรร่า, อมาดู โอนาน่า, ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่
- ขาดและไม่พร้อม : เฌเรมี่ โดกู, เซโน เดอบาสต์
อิหร่าน ระบบ 5-4-1
- ผู้จัดการทีม : อาเมียร์ กาเลโนอี
- ผู้รักษาประตู : อาลีเรซา เบย์รันวานด์ 9.8
- กองหลัง : ซาเลห์ ฮาร์ดานี 6.6, โฮสเซน คานานี 7.4, โชจา คาลิลซาเดห์ 8.4, อาลี เนมาติ 6.9, เอห์ซาน ฮัจซาฟี 6.6
- กองกลาง : รามิน เรซาเอียน 6.8, ซามาน ก็อดดอส 6.9, ซาอิด เอซาโตลาฮี 6.8, โมฮัมหมัด โมเฮบี 6.5
- กองหน้า : เมห์ดี ทาเรมี 6.5
- นักเตะเด่น : อาลีเรซา เบย์รันวานด์ 9.8, โชจา คาลิลซาเดห์ 8.4, โฮสเซน คานานี 7.4
- เปลี่ยนตัว : อาลีเรซา จาฮานบัคช์ 6.5, มิลาด โมฮัมมาดี 6.8, มาห์ดี โทราบี 6.7, ชาห์เรียร์ โมกันลู 6.6, อามีร์ฮอสเซน ฮอสเซนซาเดห์ 6.4
- สำรองไม่ได้ใช้งาน : พายาม นิอาซมันด์, โฮสเซน ฮอสเซนี, ดาเนียล อีรี, รูซเบห์ เชชมี, อาเรีย ยูเซฟี, โมฮัมหมัด กอร์บานี, อามีร์โมฮัมหมัด รัซซากินีอา, เมห์ดี กาเยดี, อาลี อาลีปูร์
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในเชิง วิเคราะห์บอล เกมนี้ เบลเยียมดูเหนือกว่าแทบทุกมิติเมื่อวัดจากการครองบอล การพาบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย และจำนวนครั้งในการยิง แต่ปัญหาคือพวกเขาเหนือกว่าในพื้นที่ก่อนจังหวะจบ ไม่ใช่เหนือกว่าในจังหวะจบจริง ระบบ 4-2-3-1 ของ รูดี้ การ์เซีย วางให้ ตีเลอม็องส์ กับ ราสกิน คุมจังหวะหน้าแนวรับ จากนั้นให้ เดอ บรอยน์ เป็นตัวสร้างสรรค์ตรงกลาง โดยมี ทรอสซาร์ และ ซาเลมาเกอร์ส คอยขยับระหว่างริมเส้นกับ half-space เพื่อดึงแนวรับอิหร่านให้เสียรูป
แผนของเบลเยียมชัดเจนมาก พวกเขาต้องการดันฟูลแบ็กขึ้นสูง โดยเฉพาะฝั่งซ้ายของ แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ ที่เติมเข้าเขตโทษหลายครั้ง ตัวเลขสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 42 ครั้งของเบลเยียมบอกชัดว่าทีมสามารถพาบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้ แต่ปัญหาคือการตัดสินใจและความนิ่งในจังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ โอกาสยิงในกรอบ 20 ครั้งจากทั้งหมด 23 ครั้งควรแปรเป็นประตูอย่างน้อยหนึ่งลูก แต่การยิงหลายครั้งยังตรงตัว เบย์รันวานด์ หรือไม่ก็ถูกบล็อกจากแนวรับที่ถอยต่ำและยืนซ้อนกันดีมาก
เควิน เดอ บรอยน์ ยังคงเป็นศูนย์กลางเกมรุกของเบลเยียม เขามีทั้งจังหวะจ่ายทะลุ จังหวะเปิดจากริมเส้น และการหาพื้นที่ยิงเอง แต่เมื่ออิหร่านวางมิดฟิลด์ 4 คนบีบพื้นที่หน้าแผงหลัง 5 คน เดอ บรอยน์จึงต้องรับบอลในพื้นที่ที่อึดอัดมากกว่าเดิม หลายครั้งเขาต้องถอยต่ำเพื่อเริ่มเกมเอง ส่งผลให้ระยะจากตัวสร้างสรรค์ถึงตัวจบอย่าง ลูกากู ไกลเกินไป ลูกากูเองก็เจองานยาก เพราะถูกเซ็นเตอร์แบ็กอิหร่านรุมประกบ มีทั้ง คานานี และ คาลิลซาเดห์ คอยปะทะด้านหลัง ส่วนตัวซ้อนก็พร้อมเก็บบอลสองตลอด
จุดที่เบลเยียมน่าเสียดายที่สุดคือการโจมตีจากด้านกว้าง พวกเขาครอสบอลมากถึง 32 ครั้ง แต่เข้าเป้าเพียง 6 ครั้ง หรือ 19 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี่คือสัญญาณว่าการบุกเยอะไม่ได้แปลว่าบุกดีเสมอไป เมื่ออิหร่านรับลึกในกรอบ 5-4-1 การโยนบอลเข้าไปแบบไม่มีมุมและไม่มีจังหวะหลอกก่อนเปิดก็เหมือนส่งของเข้ามือแนวรับ อิหร่านเคลียร์บอลมากถึง 51 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการเคลียร์ในสถานการณ์ที่พวกเขาตั้งตัวทัน ไม่ใช่การโดนฉีกจนเสียหลัก
อิหร่านในระบบ 5-4-1 เล่นด้วยวินัยสูงมาก เส้นแนวรับห้าคนไม่ดันสูงพร่ำเพรื่อ ฟูลแบ็กสองฝั่งอย่าง ฮาร์ดานี กับ ฮัจซาฟี ในครึ่งแรก และหลังจากนั้นคือ มิลาด โมฮัมมาดี ช่วยปิดพื้นที่ด้านข้าง โดยมีมิดฟิลด์ริมเส้นถอยมาช่วยประกบ ทำให้เบลเยียมเจาะด้านในยากและต้องออกบอลไปกว้างบ่อยครั้ง จุดสำคัญคือเซ็นเตอร์ตรงกลางอย่าง คาลิลซาเดห์ เล่นได้แข็งมาก คะแนน 8.4 ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะเขาไม่เพียงรับมือบอลโด่ง แต่ยังอ่านจังหวะเข้าปะทะและเคลียร์บอลในพื้นที่อันตรายได้ดี
เกมรับของอิหร่านไม่ได้มีแค่การตั้งรับแล้วอุดอย่างเดียว แต่เป็นการอุดแบบรู้ว่าจะปล่อยพื้นที่ตรงไหนและปิดพื้นที่ตรงไหน พวกเขายอมให้เบลเยียมต่อบอลด้านข้าง แต่พอบอลเข้าเขตโทษ ทุกคนบีบเข้าหาลูกบอลทันที ตัวเลขบล็อกช็อตของเบลเยียมที่โดนถึง 6 ครั้ง และการที่อิหร่านมีอินเตอร์เซปต์ 12 ครั้ง สะท้อนว่าทีมของ กาเลโนอี อ่านทางบอลได้ดีมาก โดยเฉพาะจังหวะจ่ายตัดหลังและลูกเปิดเรียดจาก เดอ บรอยน์ หรือ ทรอสซาร์
ส่วนเกมรุกของอิหร่าน แม้มีบอลเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้ไร้เขี้ยวเล็บ พวกเขาเลือกโจมตีผ่าน เมห์ดี ทาเรมี เป็นหลัก ทาเรมีไม่ใช่กองหน้าที่ต้องแตะบอลบ่อย แต่จุดแข็งคือการหาพื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ก และการเล่นกับไลน์ล้ำหน้า จังหวะนาทีที่ 25 ที่ส่งบอลเข้าประตูแล้วโดน VAR ริบคืนคือหลักฐานชัดว่าเบลเยียมดันสูงเมื่อไร อิหร่านพร้อมแทงหลังทันที
หลัง นาธาน งอย โดนใบแดง เกมควรจะเข้าทางอิหร่านมากขึ้น แต่พวกเขาไม่ได้เทหมดหน้าตักทันที นี่คือทั้งข้อดีและข้อจำกัดของอิหร่าน ข้อดีคือไม่เสียทรง ไม่เปิดพื้นที่ให้เบลเยียมสวนกลับ ข้อจำกัดคือจังหวะใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่นยังไม่เฉียบขาดพอ การยิงรวม 7 ครั้งและเข้ากรอบ 3 ครั้งถือว่ามีคุณภาพในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอจะลงโทษเบลเยียมที่เหลือ 10 คนได้จริง
บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้เบลเยียมแพ้ตัวเองในเชิงคุณภาพจังหวะสุดท้าย พวกเขาครองบอลดี ต่อบอลดี เข้าพื้นที่สุดท้ายได้เยอะ แต่การจบสกอร์ไม่ดุดันพอ ส่วนอิหร่านได้แต้มจากวินัย การปิดพื้นที่ และผู้รักษาประตูที่เล่นเหมือนมีแม่เหล็กติดถุงมือ ถ้าจะสรุปให้คม เบลเยียมเล่นเหมือนทีมที่ควรชนะ แต่อิหร่านเล่นเหมือนทีมที่ไม่สมควรแพ้
สถิติการแข่งขัน
เบลเยียมครองบอล 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วน อิหร่าน 30 เปอร์เซ็นต์ ค่าประตูที่คาดหวังเบลเยียมนำ 1.79 ต่อ 0.62 ยิงรวม 23 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่อิหร่านยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง เบลเยียมเข้าพื้นที่สุดท้าย 79 ครั้ง สัมผัสบอลในกรอบ 42 ครั้ง แต่ยังจบไม่ได้ ส่วนอิหร่านรับแน่น เคลียร์บอลถึง 51 ครั้ง อินเตอร์เซปต์ 12 ครั้ง และได้ เบย์รันวานด์ เซฟ 7 ครั้ง ช่วยรักษาคลีนชีต เกมนี้ทั้งสองทีมมีใบเหลืองทีมละ 1 ใบ แต่เบลเยียมเสียหายหนักกว่าเพราะ นาธาน งอย โดนใบแดงในครึ่งหลัง
เหตุการณ์สำคัญ
- ⏱ 1′ เริ่มการแข่งขัน เบลเยียมเปิดเกมรุกทันที
- 🚩 2′ เบลเยียมได้เตะมุมจากจังหวะ อาลี เนมาติ สกัดออกหลัง
- 🟨 3′ โรเมลู ลูกากู โดนใบเหลือง
- 🩺 4′ เกมหยุดชั่วคราวเพราะ เบย์รันวานด์ มีอาการบาดเจ็บ
- 🎯 8′ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงข้ามคาน
- 🎯 9′ เดอ บรอยน์ ยิงอีกครั้งแต่หลุดกรอบ
- 🧤 9′ แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ ยิงติดเซฟ เบย์รันวานด์
- 🧱 10′ ลูกากู ยิงติดบล็อก
- 🧤 14′ โฮสเซน คานานี ยิงติดเซฟ กูร์กตัวส์
- 🎯 15′ ซาอิด เอซาโตลาฮี โหม่งหลุดกรอบ
- 🧤 22′ ยูรี ตีเลอม็องส์ ยิงติดเซฟ เบย์รันวานด์
- 🎯 23′ นาธาน งอย ยิงข้ามคาน
- 📺 25′ เมห์ดี ทาเรมี ส่งบอลเข้าประตู แต่มีธงล้ำหน้า
- 📺 27′ VAR ยืนยันไม่ให้ประตู อิหร่าน
- ⏱ 30′ พักดื่มน้ำ
- 🟨 33′ ซาอิด เอซาโตลาฮี โดนใบเหลือง
- 🧤 42′ เดอ บรอยน์ ยิงติดเซฟ เบย์รันวานด์
- 🧤 44′ เดอ คุยเปอร์ ยิงติดเซฟอีกครั้ง
- 🧱 44′ ซาเลมาเกอร์ส ยิงติดบล็อก
- ⏱ 45′ ทดเวลาครึ่งแรก 8 นาที
- ⏱ จบครึ่งแรก เบลเยียม 0-0 อิหร่าน
- 🔁 46′ อิหร่านส่ง อาลีเรซา จาฮานบัคช์ แทน ซาเลห์ ฮาร์ดานี
- 🎯 46′ จาฮานบัคช์ ยิงหลุดกรอบ
- 🧱 46′ เดอ บรอยน์ ยิงติดบล็อก
- 🚩 49′ เบลเยียมได้เตะมุม
- 🎯 50′ ซาเลมาเกอร์ส ยิงหลุดกรอบ
- 🧱 51′ เดอ คุยเปอร์ ยิงติดบล็อก
- 🧤 53′ ทาเรมี ยิงติดเซฟ กูร์กตัวส์
- 🔁 58′ เบลเยียมส่ง ทิโมธี กาสตาญ แทน โธมัส เมอนิเยร์
- 🔁 58′ เบลเยียมส่ง ฮันส์ ฟานาเคน แทน นิโกลัส ราสกิน
- 🔁 58′ เบลเยียมส่ง โดดี้ ลูเคบากิโอ แทน อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส
- 🧤 59′ เดอ คุยเปอร์ ยิงระยะใกล้ติดเซฟ เบย์รันวานด์
- 🧤 62′ ลูเคบากิโอ ยิงติดเซฟ
- 🎯 62′ ฮันส์ ฟานาเคน ยิงข้ามคาน
- 🎯 65′ โชจา คาลิลซาเดห์ โหม่งเฉียดกรอบ
- 🔁 66′ อิหร่านส่ง มาห์ดี โทราบี แทน โมฮัมหมัด โมเฮบี
- 🔁 66′ อิหร่านส่ง มิลาด โมฮัมมาดี แทน เอห์ซาน ฮัจซาฟี
- 🟥 66′ นาธาน งอย โดนใบแดง
- ⏱ 70′ พักดื่มน้ำ
- 🔁 73′ เบลเยียมส่ง อาร์ตูร์ เตอาต แทน โรเมลู ลูกากู
- 🔁 79′ อิหร่านส่ง ชาห์เรียร์ โมกันลู แทน ซามาน ก็อดดอส
- 🧤 81′ เอซาโตลาฮี ยิงไกลติดเซฟ กูร์กตัวส์
- 🎯 84′ ตีเลอม็องส์ ยิงหลุดกรอบ
- 🎯 84′ ฟานาเคน ยิงหลุดเสา
- 🔁 85′ อิหร่านส่ง อามีร์ฮอสเซน ฮอสเซนซาเดห์ แทน เอซาโตลาฮี
- 🧤 86′ เดอ คุยเปอร์ ยิงติดเซฟ เบย์รันวานด์
- 🔁 87′ เบลเยียมส่ง มาติอัส เฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ แทน เดอ บรอยน์
- 🧱 88′ ฮอสเซนซาเดห์ ยิงติดบล็อก
- ⏱ 90′ ทดเวลาครึ่งหลัง 5 นาที
- 🎯 93′ บรานดอน เมเชเล่ โหม่งข้ามคาน
- 🎯 94′ เฟร์นันเดซ-ปาร์โด้ ยิงหลุดกรอบ
- 🎯 95′ ลูเคบากิโอ ยิงเฉียดเสา
- ⏱ จบเกม เบลเยียม 0-0 อิหร่าน
Player of the Match
Player of the Match คือ อาลีเรซา เบย์รันวานด์ แบบไร้ข้อกังขา ผู้รักษาประตูอิหร่านได้คะแนน 9.8 เซฟ 7 ครั้ง และเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ เบลเยียม ยิงไม่ได้แม้บุกหนักทั้งเกม โดยเฉพาะจังหวะเซฟลูกยิงระยะใกล้ของ แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ นาทีที่ 59 ซึ่งเป็นช็อตชี้ชะตาอย่างแท้จริง
ตารางคะแนนฟุตบอลโลก กลุ่มจี
FIFA World Cup • Group G
สถานการณ์ในตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มจี
หลังจบเกมนี้ นิวซีแลนด์ นำจ่าฝูงมี 4 คะแนน อิหร่าน อยู่ที่ 2 มี 2 คะแนน เบลเยียม อยู่อันดับ 3 มี 2 คะแนนเท่ากัน แต่ยิงได้น้อยกว่า ส่วน อียิปต์ มี 1 คะแนน รั้งอันดับ 4 ทำให้เกมสุดท้ายของกลุ่มยังเปิดกว้าง เบลเยียมต้องชนะ นิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้ารอบ ส่วน อิหร่าน ต้องเจอ อียิปต์ ในเกมที่มีผลต่อเส้นทางรอบน็อกเอาต์โดยตรง
ตารางบอลนัดถัดไปของเบลเยียม
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มจี | นิวซีแลนด์ พบ เบลเยียม | 27 มิ.ย. 2569 เวลา 10:00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | อิตาลี พบ เบลเยียม | 26 ก.ย. 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | เบลเยียม พบ ฝรั่งเศส | 29 ก.ย. 2569 เวลา 01:45 น. |
เบลเยียมต้องแก้จังหวะจบสกอร์แบบเร่งด่วน เพราะ โปรแกรมบอล นัดหน้ากับ นิวซีแลนด์ คือเกมที่พลาดไม่ได้อีกแล้ว
ตารางบอลนัดถัดไปของอิหร่าน
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มจี | อียิปต์ พบ อิหร่าน | 27 มิ.ย. 2569 เวลา 10:00 น. |
| เอเอฟซี เอเชียน คัพ กลุ่มซี | อิหร่าน พบ จีน | 9 ม.ค. 2570 เวลา 17:00 น. |
| เอเอฟซี เอเชียน คัพ กลุ่มซี | คีร์กีซสถาน พบ อิหร่าน | 13 ม.ค. 2570 เวลา 17:00 น. |
อิหร่านยังมีชะตาอยู่ในมือตัวเอง เกมกับ อียิปต์ จึงเป็นแมตช์ที่แฟนบอลต้องจับตาใน ตารางบอล นัดปิดกลุ่ม
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
เบลเยียม เสมอ อิหร่าน 0-0 คือเกมที่ย้ำชัดว่าฟุตบอลโลกไม่มีงานง่าย ต่อให้ครองบอลเหนือกว่า ยิงมากกว่า แต่ถ้าจบไม่คมก็พร้อมโดนลงโทษเสมอ บ้านกีฬา จะเกาะติด บ้านผลบอล ผลบอลล่าสุด วิเคราะห์หลังเกม ตารางคะแนน และโปรแกรมสำคัญของฟุตบอลโลก 2026 ให้แฟนบอลครบทุกประเด็น

