Lamine Yamal 11′
Mikel Oyarzabal 21′, 24′
Hassan Tambakti 49′ OG
ไม่มีผู้ทำประตู
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง สเปน 4-0 ซาอุดิอาระเบีย วันนี้ 21/6/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช ที่เมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดียม สเปนปลดล็อกฟอร์มดุ ไล่ถล่มซาอุดีอาระเบีย 4-0 จากประตูของ ลามีน ยามาล, มิเกล โอยาร์ซาบาล 2 ลูก และการทำเข้าประตูตัวเองของ ฮัสซัน ตัมบักตี บ้านกีฬา มองว่านี่คือเกมที่สเปนเล่นได้คมกว่าเดิมชัดเจน ทั้งจังหวะเข้าทำ ความเร็วริมเส้น และการคุมแดนกลาง ผล ผลบอลสด นัดนี้ทำให้กระทิงดุขยับขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่มเอช มี 4 คะแนนจาก 2 นัด รายงานหลังเกมจาก Reuters และ The Guardian ระบุตรงกันว่าสเปนกลับมาเล่นด้วยความดุดันและเป็นแนวตั้งมากขึ้น หลังนัดเปิดสนามสะดุดเสมอเคปเวิร์ด 0-0
ครึ่งแรก สเปนบดเร็ว ซาอุฯ รับไม่ทัน
สเปนเปิดเกมด้วยแผน 4-3-3 และบีบพื้นที่ทันที เปโดร ปอร์โร เติมทางขวาต่อเนื่อง ส่วน ลามีน ยามาล ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับซาอุดีอาระเบียตั้งแต่ต้น นาทีที่ 11 สเปนขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มิเกล โอยาร์ซาบาล เปิดให้ ยามาล ยิงด้วยขวาในกรอบหกหลาเข้าไปอย่างเฉียบขาด
หลังได้ประตู สเปนยิ่งคุมเกมเบ็ดเสร็จ โรดรี้ บัญชาการแดนกลางนิ่งกริบ เปดรี้ และ ดานี่ โอลโม่ ขยับหาช่องระหว่างไลน์รับซาอุฯ จนแนวรับ 5 คนเริ่มแตก นาทีที่ 21 โอยาร์ซาบาลยิงซ้ำจากลูกโหม่งชงของ อายเมอริก ลาปอร์ต ให้สเปนนำ 2-0 ก่อนนาทีที่ 24 ดาวยิงรายเดิมชาร์จลูกโหม่งชงของ โอลโม่ เป็น 3-0 เกมขาดตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ซาอุดีอาระเบียพยายามตอบโต้ด้วยบอลสวนกลับ แต่แทบเจาะไม่เข้า นาทีที่ 30 ซาเล็ม อัล ดอว์ซารี โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าบอลหนัก สะท้อนว่าทีมเยือนเริ่มไล่จังหวะสเปนไม่ทัน ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 3-0 แบบที่รูปเกมแทบเป็นของสเปนทั้งหมด
ครึ่งหลัง กระทิงดุพักตัวหลัก แต่ยังคุมเกมอยู่หมัด
ครึ่งหลังสเปนถอด มิเกล โอยาร์ซาบาล และ ลามีน ยามาล ออก ส่ง เฟร์ราน ตอร์เรส กับ เยเรมี่ ปิโน่ ลงมาแทน เป็นการพักตัวหลักหลังเกมนำขาด ส่วนซาอุดีอาระเบียส่ง โมฮาเหม็ด คันโน และ อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน ลงมาเพื่อเพิ่มแรงปะทะ
นาทีที่ 49 สเปนได้ประตู 4-0 จากจังหวะที่ มาร์ก กูกูเรย่า เติมเข้ากดดันหน้าปากประตู ก่อนบอลไปโดน ฮัสซัน ตัมบักตี เข้าประตูตัวเอง หลังจากนั้นสเปนยังหาโอกาสได้เรื่อย ๆ ทั้งลูกยิงของ เปโดร ปอร์โร และลูกโหม่งของ เฟร์ราน ตอร์เรส แต่ โมฮัมเหม็ด อัล โอไวส์ ยังช่วยเซฟไว้หลายครั้ง
ท้ายเกมซาอุดีอาระเบียมีลุ้นจากลูกยิงไกลของ อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน แต่ อูไน ซิมอน เซฟไว้ได้ นาทีที่ 90+2 เฟร์ราน ตอร์เรส ส่งบอลเข้าประตู แต่ VAR ยืนยันล้ำหน้า จบเกมสเปนชนะ 4-0 แบบเหนือชั้น
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนความสามารถ
สเปน แผน 4-3-3
โค้ช : หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้
- ผู้รักษาประตู : อูไน ซิมอน 7.2
- กองหลัง : เปโดร ปอร์โร 7.2, เปา กูบาร์ซี 7.8, อายเมอริก ลาปอร์ต 7.8, มาร์ก กูกูเรย่า 7.2
- กองกลาง : ดานี่ โอลโม่ 7.4, โรดรี้ 8.3, เปดรี้ 7.0
- กองหน้า : ลามีน ยามาล 8.2, มิเกล โอยาร์ซาบาล 9.4, อเล็กซ์ บาเอน่า 6.8
- นักเตะเด่น : มิเกล โอยาร์ซาบาล ยิง 2 แอสซิสต์ 1 ส่วน โรดรี้ คุมแดนกลางได้แน่นจนซาอุฯ ต่อเกมลำบาก
- เปลี่ยนตัว : เฟร์ราน ตอร์เรส 6.4 แทน มิเกล โอยาร์ซาบาล, เยเรมี่ ปิโน่ 6.3 แทน ลามีน ยามาล, มิเกล เมรีโน่ 6.6 แทน ดานี่ โอลโม่, นิโก้ วิลเลียมส์ 6.3 แทน อเล็กซ์ บาเอน่า, ฟาเบียน รูอิซ 7.2 แทน เปดรี้
- สำรองไม่ได้ลง : ดาบิด ราย่า, โจน การ์เซีย, มาร์ก ปูบิล, เอริก การ์เซีย, มาร์กอส ยอเรนเต้, อเลฆานโดร กรีมัลโด้, ปาโบล กาบี, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, บิคตอร์ มูนญอซ
ซาอุดีอาระเบีย แผน 5-4-1
โค้ช : จอร์จอส โดนิส
- ผู้รักษาประตู : โมฮัมเหม็ด อัล โอไวส์ 7.1
- กองหลัง : ซาอูด อับดุลฮามิด 6.1, อับดุลเอลาห์ อัล อัมรี 5.5, อาลี ลายามี 6.2, ฮัสซัน ตัมบักตี 5.7, โมเต็บ อัล ฮาร์บี 5.5
- กองกลาง : มูซับ อัล ญุวัยร์ 6.1, อับดุลลาห์ อัล ไคบารี 6.2, นาสเซอร์ อัล ดอว์ซารี 6.5, ซาเล็ม อัล ดอว์ซารี 6.6
- กองหน้า : ฟิราส อัล บูไรกาน 6.3
- นักเตะเด่น : โมฮัมเหม็ด อัล โอไวส์ เซฟ 5 ครั้ง แม้เสีย 4 ประตู แต่ช่วยไม่ให้สกอร์หนักกว่านี้
- ปลี่ยนตัว : โมฮาเหม็ด คันโน 6.5 แทน อับดุลลาห์ อัล ไคบารี, อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน 6.5 แทน มูซับ อัล ญุวัยร์, โมฮัมเหม็ด อาบู อัล ชามัต 6.8 แทน ฟิราส อัล บูไรกาน, อะลา อัล เฮจจี 6.6 แทน อับดุลเอลาห์ อัล อัมรี, คาลิด อัล กันนัม 6.4 แทน นาสเซอร์ อัล ดอว์ซารี
- สำรองไม่ได้ลง : นาวาฟ อัล อากิดี, อาห์เหม็ด อัล คัสซาร์, อาลี มัจราชี, นาวาฟ บูชาล, ฮัสซัน คาเดช, ญิฮัด ทัครี, ซิยาด อัลโจฮานี, อัยมาน ยาห์ยา, ซาเลห์ อัล เชห์รี
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้สเปนไม่ได้แค่ครองบอลเยอะ แต่ครองบอลอย่างมีเป้าหมาย แผน 4-3-3 วาง โรดรี้ เป็นแกนคุมจังหวะหน้าแนวรับ โดยมี เปดรี้ และ ดานี่ โอลโม่ สลับกันขยับเข้าช่องว่างระหว่างกองกลางกับกองหลังซาอุดีอาระเบีย ทำให้สเปนพาบอลขึ้นพื้นที่สุดท้ายได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องโยนยาวมั่ว แต่ค่อย ๆ ดึงคู่แข่งออกจากตำแหน่งแล้วแทงเข้าจุดตาย
เกมรุกของสเปนอันตรายเพราะโจมตีได้ทั้งสองฝั่ง ฝั่งขวา เปโดร ปอร์โร กับ ลามีน ยามาล เล่นเร็วและกล้าเผชิญหน้า ส่วนฝั่งซ้าย มาร์ก กูกูเรย่า กับ อเล็กซ์ บาเอน่า เติมเข้าด้านในเพื่อบีบแนวรับซาอุฯ ให้เสียสมดุล เมื่อซาอุดีอาระเบียตั้งรับด้วยแผน 5-4-1 แต่ถอยลึกเกินไป พื้นที่หน้ากรอบจึงเปิดให้สเปนเก็บบอลสองและยิงซ้ำได้หลายครั้ง
หัวใจของเกมคือ มิเกล โอยาร์ซาบาล เขาไม่ได้ยืนรอบอลแบบกองหน้าตัวเป้าอย่างเดียว แต่ถอยมารับบอล เปิดพื้นที่ วิ่งโจมตีเสา และอ่านจังหวะบอลชงได้เฉียบมาก ประตูแรกเขาเปิดให้ ยามาล ยิง ประตูที่สองตามเข้ายิงจากลูกตั้งเตะ และประตูที่สามยืนถูกที่ถูกเวลาอีกครั้ง นี่คือกองหน้าที่ทำให้บอลครองเกมของสเปนมีปลายทางชัดเจน
ในมุม วิเคราะห์บอล เกมรับของสเปนก็แข็งแรงมาก เพราะหลังเสียบอลพวกเขาเพรสซิ่งคืนทันที เปา กูบาร์ซี กับ อายเมอริก ลาปอร์ต กล้าดันสูง ขณะที่ โรดรี้ คอยปิดช่องสวนกลับ ทำให้ ฟิราส อัล บูไรกาน แทบพักบอลไม่ได้ ซาอุฯ จึงต้องยิงจากนอกกรอบเป็นหลัก ตัวเลขที่ชัดที่สุดคือพวกเขายิงในกรอบเขตโทษไม่ได้เลย และสัมผัสบอลในเขตโทษสเปนเพียง 2 ครั้ง
ปัญหาของซาอุดีอาระเบียคือชนะดวลหลายจังหวะก็จริง แต่เป็นการชนะในพื้นที่ที่ไม่ทำให้เกมเปลี่ยน พอแย่งบอลได้กลับต่อเกมขึ้นหน้าไม่ได้ แนวรุกโดดเดี่ยว และเมื่อโดนสเปนถ่ายบอลเร็วจากขวาไปซ้าย ไลน์รับ 5 คนก็หลุดตำแหน่งง่าย โดยเฉพาะช่องระหว่างวิงแบ็กกับเซ็นเตอร์
บ้านกีฬา มองว่าสเปนชนะเกมนี้แบบครบเครื่อง ทั้งยิงเร็ว ปิดเกมไว พักตัวหลัก และยังรักษาโครงสร้างทีมได้ดีหลังเปลี่ยนตัว ครึ่งหลังแม้ลดความดุดันลง แต่ยังควบคุมจังหวะได้หมด นี่จึงไม่ใช่แค่ชัยชนะ 4-0 แต่เป็นสัญญาณว่าสเปนเริ่มกลับมาเล่นด้วยตัวตนที่ชัดเจนอีกครั้ง
สถิติการแข่งขัน
สเปนครองบอล 67% ต่อ 33% ยิงทั้งหมด 22 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง มีค่าโอกาสทำประตู 2.30 และสร้างโอกาสสำคัญ 5 ครั้ง ส่วนซาอุดีอาระเบียยิงเพียง 3 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง ค่าโอกาสทำประตู 0.14 และไม่มีบิ๊ก chance เลย สเปนจ่ายบอล 726 ครั้ง สำเร็จ 668 ครั้ง เข้าพื้นที่สุดท้าย 66 ครั้ง สัมผัสบอลในเขตโทษ 37 ครั้ง ขณะที่ซาอุฯ มีเพียง 2 ครั้งในกรอบเขตโทษ เกมนี้จึงสะท้อนชัดว่าสเปนเหนือกว่าทั้งคุณภาพเกมรุก การคุมจังหวะ และการปิดพื้นที่ ส่วน โมฮัมเหม็ด อัล โอไวส์ ต้องเซฟ 5 ครั้ง ทำให้สกอร์ไม่ไหลหนักกว่านี้
เหตุการณ์สำคัญ
- ⏱️ 1′ เริ่มการแข่งขัน สเปนเดินหน้าบุกทันที
- ⚽️ 11′ สเปนนำ 1-0 ลามีน ยามาล ยิงจากการเปิดของ มิเกล โอยาร์ซาบาล
- ⚽️ 21′ สเปนนำ 2-0 มิเกล โอยาร์ซาบาล ยิงระยะใกล้จากลูกชงของ อายเมอริก ลาปอร์ต
- ⚽️ 24′ สเปนนำ 3-0 มิเกล โอยาร์ซาบาล กดลูกที่สองของตัวเองจากการชงของ ดานี่ โอลโม่
- ⏱️ 25′ เกมหยุดพักดื่มน้ำ
- 🟨 30′ ซาเล็ม อัล ดอว์ซารี รับใบเหลือง
- ⏱️ 45+1′ ทดเวลาครึ่งแรก 5 นาที
- ⏱️ จบครึ่งแรก สเปนนำ 3-0
- 🔁 46′ สเปนส่ง เฟร์ราน ตอร์เรส แทน มิเกล โอยาร์ซาบาล
- 🔁 46′ สเปนส่ง เยเรมี่ ปิโน่ แทน ลามีน ยามาล
- 🔁 46′ ซาอุดีอาระเบียส่ง โมฮาเหม็ด คันโน แทน อับดุลลาห์ อัล ไคบารี
- 🔁 46′ ซาอุดีอาระเบียส่ง อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน แทน มูซับ อัล ญุวัยร์
- ⚽️ 49′ สเปนนำ 4-0 ฮัสซัน ตัมบักตี ทำเข้าประตูตัวเอง
- 🟨 60′ โมฮาเหม็ด คันโน รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ โรดรี้
- 🩺 60′ เกมหยุดจากอาการบาดเจ็บของ โรดรี้
- 🔁 60′ ซาอุดีอาระเบียส่ง โมฮัมเหม็ด อาบู อัล ชามัต แทน ฟิราส อัล บูไรกาน
- 🔁 60′ ซาอุดีอาระเบียส่ง อะลา อัล เฮจจี แทน อับดุลเอลาห์ อัล อัมรี
- 🔁 61′ สเปนส่ง มิเกล เมรีโน่ แทน ดานี่ โอลโม่
- 🔁 62′ สเปนส่ง นิโก้ วิลเลียมส์ แทน อเล็กซ์ บาเอน่า
- ⏱️ 68′ เกมหยุดพักดื่มน้ำ
- 🔁 70′ สเปนส่ง ฟาเบียน รูอิซ แทน เปดรี้
- 🩺 87′ เกมหยุดจากอาการบาดเจ็บของ โมฮาเหม็ด คันโน
- 🔁 90′ ซาอุดีอาระเบียส่ง คาลิด อัล กันนัม แทน นาสเซอร์ อัล ดอว์ซารี
- ⏱️ 90+1′ ทดเวลาครึ่งหลัง 6 นาที
- 🖥️ 90+2′ เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงเข้า แต่ถูกจับล้ำหน้า
- 🖥️ 90+5′ VAR ยืนยันไม่ให้ประตูของ เฟร์ราน ตอร์เรส
- ⏱️ จบเกม สเปนชนะซาอุดีอาระเบีย 4-0
Player of the Match
มิเกล โอยาร์ซาบาล คือผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมแบบไร้ข้อกังขา เขาได้คะแนน 9.4 ยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ภายในครึ่งแรก จุดเด่นคือการเคลื่อนที่ฉลาด อ่านบอลสองแม่น และจบสกอร์เฉียบคม ทุกจังหวะสำคัญของสเปนช่วงต้นเกมมีเขาเกี่ยวข้องโดยตรง ทำให้ซาอุดีอาระเบียเสียทรงตั้งแต่เกมยังไม่ผ่านครึ่งชั่วโมง
ตารางคะแนนฟุตบอลโลก กลุ่มเอช
FIFA World Cup • Group H
สถานการณ์ในตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเอช
สเปนขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่มเอช มี 4 คะแนนจาก 2 นัด ผลต่างประตูได้เสีย +4 ส่วนอุรุกวัยและเคปเวิร์ดมีทีมละ 2 คะแนน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียรั้งอันดับ 4 มี 1 คะแนน ผลต่าง -4 เกมสุดท้ายสเปนเจออุรุกวัยเพื่อยืนยันเส้นทางเข้ารอบ ส่วนซาอุดีอาระเบียต้องชนะเคปเวิร์ดเท่านั้นเพื่อยื้อความหวัง
ตารางบอลนัดถัดไปของสเปน
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเอช | อุรุกวัย พบ สเปน | 27 มิถุนายน 2569 เวลา 07:00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | อังกฤษ พบ สเปน | 27 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | สเปน พบ โครเอเชีย | 30 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
เกมกับอุรุกวัยคือแมตช์ใหญ่ใน โปรแกรมบอล นัดต่อไปของสเปน เพราะมีผลต่อการลุ้นแชมป์กลุ่มโดยตรง
ตารางบอลนัดถัดไปของซาอุดีอาระเบีย
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเอช | เคปเวิร์ด พบ ซาอุดีอาระเบีย | 27 มิถุนายน 2569 เวลา 07:00 น. |
| เอเอฟซี เอเชียน คัพ กลุ่มเอ | ซาอุดีอาระเบีย พบ ปาเลสไตน์ | 7 มกราคม 2570 เวลา 17:00 น. |
| เอเอฟซี เอเชียน คัพ กลุ่มเอ | โอมาน พบ ซาอุดีอาระเบีย | 12 มกราคม 2570 เวลา 17:00 น. |
ซาอุดีอาระเบียต้องรีบฟื้นก่อนเจอเคปเวิร์ด เพราะนัดสุดท้ายคือโอกาสสำคัญในการยื้อเส้นทางลุ้นเข้ารอบ
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่ต้องการเช็กสกอร์ รายชื่อนักเตะ สถิติหลังเกม ตารางคะแนน และบทวิเคราะห์แบบเข้มข้น ติดตาม บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา ครบทั้งฟุตบอลโลก บอลลีกดัง และเกมสำคัญทั่วโลก บ้านกีฬาไม่ได้พาแค่ดูผล แต่พาเห็นภาพเกมแบบถึงแก่นทุกจังหวะ

