ลิโอเนล เมสซี่ 38′, 90+5′
ไม่มีผู้ทำประตู
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง อาร์เจนตินา 2-0 ออสเตรีย วันนี้ 23/6/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเจ ที่สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม อาร์เจนตินาโชว์ความนิ่งระดับแชมป์โลก ไล่อัดออสเตรีย 2-0 จากสองประตูของลิโอเนล เมสซี่ ในนาทีที่ 38 และ 90+5 ทำให้ทัพฟ้าขาวเก็บ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด ยิง 5 ไม่เสียประตู และการันตีเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อย
เกมนี้ ผลบอลสด บอกภาพชัดว่าอาร์เจนตินาไม่ได้เหนือกว่าทุกช่วง แต่เฉียบกว่าในจังหวะสำคัญ ออสเตรียของราล์ฟ รังนิควางเกมเพรสซิ่งได้แข็ง เล่นกล้าชน แต่ยังขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย ต่างจากเมสซี่ที่แม้พลาดจุดโทษต้นเกม แต่กลับมายิงสองประตู พร้อมขยับสถิติยิงฟุตบอลโลกรวมเป็น 18 ประตู
ครึ่งแรก เมสซี่พลาดโทษ ก่อนลุกขึ้นมายิงนำ
เริ่มเกมอาร์เจนตินาเดินหน้ากดดันทันที นาทีที่ 4 เลาตาโร่ มาร์ติเนซเรียกจุดโทษจากจังหวะโดนสเตฟาน พอชทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อน VAR ยืนยันในนาทีที่ 7 แต่เมสซี่ยิงหลุดกรอบในนาทีที่ 9 ทำให้ฟ้าขาวพลาดขึ้นนำเร็ว
หลังจากนั้นออสเตรียตั้งหลักได้ดีขึ้น ใช้พอล วานเนอร์, โรมาโน่ ชมิด และมาร์เซล ซาบิตเซอร์ช่วยกันไล่บีบแดนกลาง นาทีที่ 23 พอล วานเนอร์ได้โหม่ง และซาบิตเซอร์ได้ยิงในกรอบ แต่ยังไม่ผ่านแนวรับอาร์เจนตินา
จุดเปลี่ยนมาถึงนาทีที่ 38 ฟาคุนโด้ เมดิน่าจ่ายบอลขึ้นทางซ้ายให้เมสซี่เข้าพื้นที่อันตราย ก่อนกัปตันทีมฟ้าขาวยิงซ้ายเสียบมุมล่างอย่างเฉียบขาด อาร์เจนตินานำ 1-0 ทันที หลังจากนั้นสเตฟาน พอชรับใบเหลืองนาทีที่ 40 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง ออสเตรียเร่งไม่คม ฟ้าขาวสวนปิดเกม
ครึ่งหลังออสเตรียพยายามเปิดเกมรุกมากขึ้น นาทีที่ 46 ซาบิตเซอร์ยิงไกลหลุดกรอบ และนาทีที่ 55 ได้ยิงอีกครั้งจนเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซต้องเซฟ ถือเป็นโอกาสตรงกรอบที่ดีที่สุดของออสเตรีย
นาทีที่ 57 อาร์เจนตินาต้องส่งนิโคลัส โอตาเมนดี้ลงแทนคริสเตียน โรเมโร่ที่เจ็บ ก่อนสกาโลนี่ปรับเกมรุกด้วยฮูเลียน อัลวาเรซและนิโก้ กอนซาเลซ ส่วนออสเตรียส่งมาร์โก อาร์เนาโตวิช, อเล็กซานเดอร์ พราสส์, มาร์โก ฟรีเดิล และแพทริค วิมเมอร์ลงมาเพื่อเร่งเกมด้านข้าง
ช่วงท้ายเกมเริ่มเข้มข้นขึ้น นาทีที่ 76 ฟาคุนโด้ เมดิน่าและคอนราด ไลเมอร์รับใบเหลือง ก่อนนาที 90+2 เลอันโดร ปาเรเดสโดนใบเหลืองจากจังหวะตัดเกม แล้วนาที 90+5 อาร์เจนตินาสวนกลับเร็ว เมสซี่แทงให้ฮูเลียน อัลวาเรซยิงติดเซฟ บอลยังไม่ตาย เมสซี่ตามซ้ำเข้าไป ปิดเกมให้อาร์เจนตินาชนะ 2-0
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
อาร์เจนตินา ระบบ 4-4-2
- ผู้รักษาประตู : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ 6.8
- กองหลัง : นาอวล โมลิน่า 6.8, คริสเตียน โรเมโร่ 7.2, ลิซานโดร มาร์ติเนซ 7.3, ฟาคุนโด้ เมดิน่า 7.0
- กองกลาง : โรดริโก้ เด ปอล 6.8, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ 6.9, เอนโซ่ เฟร์นานเดซ 7.2, ติอาโก้ อัลมาด้า 6.9
- กองหน้า : ลิโอเนล เมสซี่ 9.2, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ 7.2
- นักเตะเด่น : ลิโอเนล เมสซี่ 9.2, ลิซานโดร มาร์ติเนซ 7.3, เอนโซ่ เฟร์นานเดซ 7.2, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ 7.2
- เปลี่ยนตัว : นิโคลัส โอตาเมนดี้ 6.7, ฮูเลียน อัลวาเรซ 6.5, นิโก้ กอนซาเลซ 6.9, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ 6.8, เลอันโดร ปาเรเดส 6.9
- ผู้จัดการทีม : ลิโอเนล สกาโลนี่
ออสเตรีย ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ 6.1
- กองหลัง : สเตฟาน พอช 5.7, เควิน ดันโซ่ 6.7, ดาวิด อลาบา 7.9, คอนราด ไลเมอร์ 6.2
- กองกลาง : นิโคลัส ไซวัลด์ 7.7, ซาเวอร์ ชลาเกอร์ 6.1, โรมาโน่ ชมิด 6.8, พอล วานเนอร์ 6.2, มาร์เซล ซาบิตเซอร์ 6.6
- กองหน้า : มิเชล เกรกอริตช์ 6.5
- นักเตะเด่น : ดาวิด อลาบา 7.9, นิโคลัส ไซวัลด์ 7.7, โรมาโน่ ชมิด 6.8, เควิน ดันโซ่ 6.7
- เปลี่ยนตัว : มาร์โก ฟรีเดิล 6.5, อเล็กซานเดอร์ พราสส์ 6.3, มาร์โก อาร์เนาโตวิช 6.5, แพทริค วิมเมอร์ 6.3, คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า 6.5
- ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ รังนิค
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้เป็นการปะทะกันของสองแนวคิดที่ต่างกันชัดเจน อาร์เจนตินามาในระบบ 4-4-2 ที่ดูเรียบง่าย แต่ซ่อนรายละเอียดไว้เยอะมาก สกาโลนี่วางให้เมสซี่กับเลาตาโร่ มาร์ติเนซยืนเป็นคู่หน้า โดยเลาตาโร่ทำหน้าที่ชนเซ็นเตอร์และดึงแนวรับ ส่วนเมสซี่ถอยต่ำลงมารับบอลระหว่างไลน์ สร้างจังหวะสุดท้าย และเลือกเวลาพุ่งเข้ากรอบเขตโทษเอง นี่คือหัวใจของ วิเคราะห์บอล เกมนี้ เพราะอาร์เจนตินาไม่ได้บุกพร่ำเพรื่อ แต่เลือกโจมตีเฉพาะพื้นที่ที่ทำให้ออสเตรียเสียทรง
ฟาคุนโด้ เมดิน่ามีบทบาทสำคัญมากทางฝั่งซ้าย แม้จะเล่นแบ็กซ้ายในโครง 4 คน แต่เวลาบุกเขาขยับสูงและกล้าแทงบอลขึ้นหน้า ประตูแรกมาจากการเติมของเขาโดยตรง จังหวะนั้นเมดิน่าอ่านเกมได้คม พาบอลขึ้นในช่วงที่ออสเตรียเสียสมดุล แล้วจ่ายให้เมสซี่เข้าพื้นที่สังหาร การเล่นแบบนี้ทำให้อาร์เจนตินาไม่จำเป็นต้องครอสเยอะ พวกเขามีครอสสำเร็จเพียง 1 จาก 4 ครั้ง แต่ใช้บอลแทงทะลุและการวิ่งเข้าช่องเพื่อเจาะกลางกรอบแทน
แดนกลางของอาร์เจนตินาใช้ความสมดุลเป็นหลัก โรดริโก้ เด ปอลทำงานหนักในการไล่บีบและช่วยโมลิน่าทางขวา อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์คอยประคองจังหวะและช่วยเบรกเกมสวนกลับ เอนโซ่ เฟร์นานเดซคือคนเปลี่ยนสปีดบอลจากรับเป็นรุก ส่วนติอาโก้ อัลมาด้าช่วยเชื่อมเกมในพื้นที่ครึ่งช่อง การยืน 4 คนแบบนี้ทำให้ฟ้าขาวครองบอล 54% และจ่ายบอลแม่นถึง 494 ครั้งจากทั้งหมด 554 ครั้ง จุดเด่นคือเมื่อเสียบอล อาร์เจนตินาไม่หลุดตำแหน่งง่าย เพราะมีระยะห่างระหว่างไลน์ค่อนข้างรัดกุม
เกมรับของอาร์เจนตินาถือว่าแข็งมาก แม้ออสเตรียจะมีการเข้าพื้นที่สุดท้าย 58 ครั้ง มากกว่าอาร์เจนตินา แต่แนวรับฟ้าขาวบังคับให้คู่แข่งยิงจากจุดที่ไม่อันตรายได้ดี ออสเตรียยิงทั้งหมด 6 ครั้ง เข้ากรอบแค่ครั้งเดียว และมีค่า expected goals เพียง 0.53 เท่านั้น ลิซานโดร มาร์ติเนซเด่นในจังหวะอ่านบอลและชนตัวแรก คริสเตียน โรเมโร่ก่อนเจ็บยังคุมพื้นที่กลางเขตโทษได้หนักแน่น ส่วนเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซแม้ไม่ต้องเซฟเยอะ แต่ช็อตปัดลูกยิงของซาบิตเซอร์ในครึ่งหลังคือจังหวะสำคัญที่รักษาโมเมนตัมของทีม
ฝั่งออสเตรีย รังนิควางระบบ 4-2-3-1 โดยใช้ซาเวอร์ ชลาเกอร์กับนิโคลัส ไซวัลด์เป็นคู่กลางคอยไล่บีบและเชื่อมเกม ส่วนแนวรุกสามคนอย่างโรมาโน่ ชมิด, พอล วานเนอร์ และมาร์เซล ซาบิตเซอร์ พยายามเล่นระหว่างไลน์หลังมิเชล เกรกอริตช์ จุดแข็งของออสเตรียคือความขยันและโครงสร้างการเพรสที่บังคับให้อาร์เจนตินาเล่นยากหลายช่วง โดยเฉพาะหลังเมสซี่ยิงจุดโทษพลาด ออสเตรียเหมือนฮึดขึ้นมาและพยายามคุมจังหวะเกมให้ได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของออสเตรียคือความคมในพื้นที่สุดท้าย พวกเขาทำ final third entries ได้มากกว่า แต่คุณภาพการจบสกอร์ต่ำมาก ครอส 17 ครั้งเข้าเป้าเพียง 3 ครั้ง การเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 6 จาก 16 ครั้ง และเสียบอลจากการถูกแย่งถึง 11 ครั้ง นั่นหมายความว่าออสเตรียพาบอลไปถึงโซนอันตรายได้ แต่ขาดความแม่นในจังหวะสุดท้าย พอเจอแนวรับอาร์เจนตินาที่ถอยปิดกรอบเขตโทษเร็ว พื้นที่ยิงจึงแทบไม่เปิด
ดาวิด อลาบาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของออสเตรียในเกมนี้ เขาคุมแนวรับได้ดี อ่านทางบอลนิ่ง และช่วยเปิดเกมจากแดนหลัง แต่เมื่อถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 67 โครงสร้างเกมรับออสเตรียเริ่มเสียความนิ่งมากขึ้น ขณะที่การส่งมาร์โก อาร์เนาโตวิชลงมาเพิ่มมิติกลางอากาศช่วยให้ทีมมีเป้าหมายในเขตโทษ แต่ยังไม่พอจะเจาะแนวรับฟ้าขาว
ประเด็นสำคัญคือ ออสเตรียมีช่วงที่คุมพื้นที่และดันเกมได้ดี แต่บ้านกีฬามองว่าเป็นการคุมเกมที่ยังไม่อันตรายพอ พวกเขาเล่นได้มากในแดนสาม แต่จังหวะสุดท้ายไม่คม ขณะที่อาร์เจนตินาอาจไม่ได้โหมตลอดเวลา แต่ทุกครั้งที่บอลถึงเมสซี่ในพื้นที่อันตราย เกมรับออสเตรียต้องสั่นทันที
บทสรุปเชิงแท็กติกคือ ออสเตรียแพ้เพราะเปลี่ยนแรงกดดันเป็นประตูไม่ได้ ส่วนอาร์เจนตินาชนะเพราะมีวินัยเกมรับ มีจังหวะสวนกลับที่คม และมีผู้เล่นระดับตัดสินเกม เมสซี่อาจพลาดจุดโทษ แต่สองประตูของเขาคือบทเรียนชัดเจนว่า ฟุตบอลโลกไม่ได้วัดแค่ใครเล่นดี แต่วัดว่าใครฆ่าเกมได้เด็ดขาดกว่า
สถิติการแข่งขัน
อาร์เจนตินาครองบอล 54% เหนือกว่าออสเตรียที่ 46% และมีคุณภาพโอกาสชัดกว่า ค่า expected goals อยู่ที่ 2.36 ต่อ 0.53 ฟ้าขาวยิง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง มีโอกาสจะแจ้ง 3 ครั้ง ส่วนออสเตรียยิง 6 ครั้ง เข้ากรอบเพียงครั้งเดียว แม้เข้าพื้นที่สุดท้ายมากกว่า 58 ต่อ 40 และได้เตะมุม 3 ต่อ 1 แต่ยังขาดความคม อาร์เจนตินาจ่ายบอลสำเร็จ 494 จาก 554 ครั้ง เหนือกว่าออสเตรียที่สำเร็จ 401 จาก 468 ครั้ง เกมปะทะสูสี ฟาวล์เท่ากัน 13 ครั้ง ใบเหลืองฝั่งละ 2 ใบ แต่ความแตกต่างคือฟ้าขาวรับแน่นกว่า และเปลี่ยนโอกาสสำคัญเป็นประตูได้เฉียบกว่า
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาทีที่ 4 : เลาตาโร่ มาร์ติเนซถูกสเตฟาน พอชทำฟาวล์ในเขตโทษ อาร์เจนตินาได้จุดโทษ
- 📺 นาทีที่ 7 : VAR ยืนยันจุดโทษให้อาร์เจนตินา
- ❌ นาทีที่ 9 : ลิโอเนล เมสซี่ยิงจุดโทษหลุดกรอบ
- ⚽ นาทีที่ 38 : ลิโอเนล เมสซี่ยิงให้อาร์เจนตินานำ 1-0
- 🟨 นาทีที่ 40 : สเตฟาน พอชรับใบเหลือง
- ⏱ นาทีที่ 45 : ทดเวลาครึ่งแรก 7 นาที
- 🔁 นาทีที่ 57 : นิโคลัส โอตาเมนดี้ลงแทนคริสเตียน โรเมโร่
- 🔁 นาทีที่ 64 : ฮูเลียน อัลวาเรซลงแทนติอาโก้ อัลมาด้า
- 🔁 นาทีที่ 65 : นิโก้ กอนซาเลซลงแทนเลาตาโร่ มาร์ติเนซ
- 🔁 นาทีที่ 67 : มาร์โก ฟรีเดิลลงแทนดาวิด อลาบา
- 🔁 นาทีที่ 68 : อเล็กซานเดอร์ พราสส์ลงแทนสเตฟาน พอช
- 🔁 นาทีที่ 68 : มาร์โก อาร์เนาโตวิชลงแทนพอล วานเนอร์
- 🟨 นาทีที่ 76 : คอนราด ไลเมอร์รับใบเหลือง
- 🟨 นาทีที่ 76 : ฟาคุนโด้ เมดิน่ารับใบเหลือง
- 🔁 นาทีที่ 78 : แพทริค วิมเมอร์ลงแทนโรมาโน่ ชมิด
- 🔁 นาทีที่ 82 : นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ลงแทนฟาคุนโด้ เมดิน่า
- 🔁 นาทีที่ 82 : เลอันโดร ปาเรเดสลงแทนโรดริโก้ เด ปอล
- 🔁 นาทีที่ 85 : คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้าลงแทนมิเชล เกรกอริตช์
- ⏱ นาทีที่ 90 : ทดเวลาครึ่งหลัง 5 นาที
- 🟨 นาทีที่ 90+2 : เลอันโดร ปาเรเดสรับใบเหลือง
- ⚽ นาทีที่ 90+5 : ลิโอเนล เมสซี่ยิงปิดเกมให้อาร์เจนตินานำ 2-0
- 🏁 จบเกม : อาร์เจนตินาชนะออสเตรีย 2-0
Player of the Match
ลิโอเนล เมสซี่คือ Player of the Match แบบไร้ข้อกังขา ด้วยคะแนน 9.2 แม้พลาดจุดโทษช่วงต้นเกม แต่เขาไม่เสียสมาธิและกลับมายิงสองประตูสำคัญ ประตูแรกช่วยปลดล็อกเกม ส่วนประตูที่สองคือการปิดบัญชีจากจังหวะสวนกลับอย่างเฉียบขาด
นอกจากการทำประตู เมสซี่ยังเป็นศูนย์กลางเกมรุก ดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้เพื่อน และสร้างความกดดันทุกครั้งที่ได้บอลในแดนอันตราย บ้านกีฬามองว่านี่คือฟอร์มของนักเตะที่ยังตัดสินเกมระดับฟุตบอลโลกได้ด้วยตัวเอง
ตารางคะแนนฟุตบอลโลก กลุ่มเจ
FIFA World Cup • Group J
สถานการณ์ในตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ
อาร์เจนตินานำจ่าฝูงกลุ่มเจ ลงเล่น 2 นัด ชนะรวด มี 6 คะแนน ยิงได้ 5 ประตู และยังไม่เสียประตู ทำให้ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แล้ว พร้อมถือความได้เปรียบสูงในการลุ้นแชมป์กลุ่ม
ออสเตรียยังมี 3 คะแนนจาก 2 นัด ผลต่างประตูได้เสีย 0 สถานการณ์ยังไม่เสียหาย แต่เกมสุดท้ายกับแอลจีเรียกลายเป็นเกมชี้ชะตาโดยตรง หากยังอยากไปต่อ ทีมของรังนิคต้องเพิ่มความเฉียบคมให้มากกว่านี้
ตารางบอลนัดถัดไปของอาร์เจนตินา
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ | จอร์แดน พบ อาร์เจนตินา | 28 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 น. |
อาร์เจนตินาจะพบจอร์แดนในเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม โดยเป้าหมายคือรักษาจ่าฝูงและต่อยอดความมั่นใจก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน โปรแกรมบอล ที่แฟนฟ้าขาวต้องจับตา
ตารางบอลนัดถัดไปของออสเตรีย
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ | แอลจีเรีย พบ ออสเตรีย | 28 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกบี กลุ่ม 3 | ออสเตรีย พบ อิสราเอล | 25 กันยายน 2569 เวลา 01:45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกบี กลุ่ม 3 | ออสเตรีย พบ โคโซโว | 27 กันยายน 2569 เวลา 23:00 น. |
ออสเตรียต้องเจอแอลจีเรียในเกมที่มีผลต่ออนาคตฟุตบอลโลกโดยตรง หากต้องการเข้ารอบ พวกเขาต้องเล่นให้คมกว่าเดิม และห้ามพลาดง่ายในจังหวะโดนสวนกลับ
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
แฟนบอลสามารถติดตาม บ้านผลบอล ได้ที่บ้านกีฬา ทั้งผลบอลสด สรุปหลังเกม ตารางคะแนน โปรแกรมบอล รายชื่อนักเตะ และบทวิเคราะห์เข้มข้นครบทุกประเด็น บ้านกีฬาพร้อมพาเจาะลึกทุกจังหวะสำคัญ ให้เห็นภาพเกมมากกว่าแค่สกอร์

