อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ฮง มยองโบ เจอมรสุมลูกใหญ่หลังพา ทีมชาติเกาหลีใต้ ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 กระแสแฟนบอลเดือดจัดถึงขั้นมีร้านค้าติดป้ายห้ามกุนซือรายนี้เข้าใช้บริการ ขณะที่มีข้อความข่มขู่จนตำรวจต้องเข้าตรวจสอบ และ KFA ตัดสินใจยกเลิกพิธีต้อนรับทีมชาติที่สนามบินอินชอนเพื่อลดความเสี่ยงความวุ่นวาย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
โสมขาวร่วงบอลโลก ไฟโกรธแฟนบอลปะทุใส่กุนซือ
การตกรอบของ เกาหลีใต้ ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้จบลงแค่ความผิดหวังในสนาม แต่กลายเป็นพายุอารมณ์ที่ถาโถมใส่ ฮง มยองโบ อย่างรุนแรง หลังทีมชาติแดนโสมไม่สามารถคว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน
จากกุนซือที่เคยเป็นฮีโร่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลเกาหลีใต้ วันนี้ชื่อของเขากลับถูกจับขึ้นเขียงแบบไร้ปรานี เมื่อแฟนบอลจำนวนมากมองว่าผลงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้คือความล้มเหลวที่รับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อทีมมีขุมกำลังคุณภาพทั้ง ซน ฮึงมิน, คิม มินแจ และ อี คังอิน แต่กลับไปไม่ถึงเป้าหมายขั้นต่ำที่หลายฝ่ายคาดหวัง
ป้ายห้ามเข้าร้านสะเทือนทั้งประเทศ
กระแสไม่พอใจทวีความร้อนแรงอย่างรวดเร็ว เมื่อมีรายงานว่าร้านอาหาร ร้านค้า และร้านสะดวกซื้อบางแห่งในเกาหลีใต้ติดป้ายเชิงสัญลักษณ์ประกาศว่า “ห้าม ฮง มยอง-โบ เข้าใช้บริการ” เพื่อแสดงความผิดหวังต่อผลงานของทีมชาติ
แม้ป้ายดังกล่าวจะถูกมองเป็นการประชดประชันของแฟนบอล แต่ภาพที่ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์ยิ่งทำให้สถานการณ์เดือดหนักขึ้น เพราะสะท้อนว่าความเจ็บปวดจากการตกรอบไม่ได้อยู่แค่ในสนาม แต่ลามไปถึงสังคมฟุตบอลเกาหลีใต้แทบทุกพื้นที่
ข้อความข่มขู่ทำตำรวจต้องขยับ
สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อโลกออนไลน์ปรากฏข้อความข่มขู่รุนแรงต่อกุนซือวัย 57 ปี โดยผู้ใช้งานรายหนึ่งโพสต์ว่าจะก่อเหตุทำร้าย ฮง มยองโบ ที่สนามบินนานาชาติอินชอนในวันที่ทีมเดินทางกลับประเทศ
แม้โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเริ่มดำเนินการสอบสวนในข้อหาข่มขู่ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามบินและพื้นที่สำคัญ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดในวันที่ทีมชาติเดินทางกลับถึงบ้าน

ผลงานในสนามคือชนวนกดดัน
ภายใต้การคุมทีมของ ฮง มยองโบ เกาหลีใต้จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถานการณ์ที่ไม่ดีพอสำหรับการเข้ารอบ โดยรั้งอันดับ 10 จาก 12 ทีมอันดับสามของกลุ่ม เจ, เค และ แอล ทำให้พลาดการเป็น 1 ใน 8 ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด และต้องหยุดเส้นทางฟุตบอลโลกไว้เพียงรอบแรก
นี่คือการตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกอีกครั้งของเกาหลีใต้นับตั้งแต่ปี 2018 ที่รัสเซีย และยังเป็นความล้มเหลวซ้ำรอยของ ฮง มยองโบ ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน หลังเคยพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลมาแล้ว
สื่อเกาหลีใต้รายงานเพิ่มเติมว่า เกาหลีใต้เปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือสาธารณรัฐเช็ก ก่อนแพ้เม็กซิโก 0-1 และแพ้แอฟริกาใต้ 0-1 ในนัดสำคัญที่เพียงผลเสมอก็เพียงพอต่อการคว้าอันดับสองของกลุ่ม แต่สุดท้ายทีมกลับพลาดอย่างเจ็บแสบ
จากฮีโร่ปี 2002 สู่เป้ากระสุนคำวิจารณ์
ความกดดันครั้งนี้กระแทกภาพลักษณ์ของ ฮง มยองโบ อย่างหนัก เพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดาในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังแดนโสม แต่คืออดีตกัปตันทีมชุดประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 2002 ที่พาเกาหลีใต้ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศในฐานะเจ้าภาพร่วม
ทว่าในโลกฟุตบอล ผลงานปัจจุบันมักดังกลบอดีตเสมอ และการตกรอบครั้งนี้ทำให้เครดิตที่เคยสั่งสมมาถูกตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อกระแสสังคมไม่ได้ตำหนิเพียงแท็กติกในสนาม แต่ลามไปถึงกระบวนการแต่งตั้งโค้ชและการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้
KFA ยกเลิกพิธีต้อนรับที่สนามบินอินชอน
ท่ามกลางบรรยากาศเดือดจัด สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ หรือ KFA ตัดสินใจยกเลิกพิธีต้อนรับนักเตะและทีมงานอย่างเป็นทางการที่สนามบินนานาชาติอินชอน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างแฟนบอลกับทีมชาติ
การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นมาตรการลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการขว้างปาสิ่งของใส่นักเตะหรือทีมงาน ซึ่งเคยเกิดขึ้นหลังฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว
ตามรายงานระบุว่า ผู้เล่นเกาหลีใต้จะไม่ได้เดินทางกลับพร้อมกันทั้งหมด โดยนักเตะที่ค้าแข้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาบางส่วนจะเดินทางกลับไปพักผ่อนหรือกลับสู่ต้นสังกัดโดยตรง ส่วน ฮง มยองโบ, คิม มินแจ, อี คังอิน และนักเตะอีกบางส่วน มีกำหนดเดินทางจากเม็กซิโกกลับถึงเกาหลีใต้ช่วงเช้าวันอังคารที่ 30 มิถุนายน โดยไม่มีพิธีต้อนรับใด ๆ
สื่อท้องถิ่นระบุว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ที่ทีมชาติเกาหลีใต้เดินทางกลับจากฟุตบอลโลกโดยไม่มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่สนามบิน สะท้อนให้เห็นว่าความผิดหวังของแฟนบอลรอบนี้หนักหนาแค่ไหน
แรงกดดันลามถึงสมาคมและการเมือง
กระแสวิจารณ์ไม่ได้หยุดแค่ตัวกุนซือ เพราะรายงานจากต่างประเทศระบุว่าความล้มเหลวของเกาหลีใต้จุดกระแสเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและปฏิรูป KFA อย่างจริงจัง หลังแฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่านี่ไม่ใช่ความพังแบบฉับพลัน แต่เป็นผลสะสมจากปัญหาการบริหาร การแต่งตั้งบุคลากร และความไม่โปร่งใสที่ถูกตั้งคำถามมานาน
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจมยอง ยังออกมาวิจารณ์อย่างหนัก โดยมองว่าความล้มเหลวครั้งนี้สะท้อนปัญหาการบริหารองค์กรและการคัดเลือกบุคลากร พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ตรวจสอบสาเหตุและวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
“I am not just taken aback by this unexpected outcome, I am utterly baffled.”
“ผมไม่ได้แค่ตกใจกับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดนี้ แต่ผมงุนงงอย่างที่สุด”
“If the leader is selected based not on ability, the outcome is predictable.”
“หากผู้นำไม่ได้ถูกเลือกจากความสามารถ ผลลัพธ์ก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้”
คำถามใหญ่ของเกาหลีใต้หลังบอลโลก 2026
สำหรับแฟนบอลเกาหลีใต้ คำถามหลังจากนี้ไม่ใช่แค่ ฮง มยองโบ จะอยู่หรือไป แต่คือระบบฟุตบอลทั้งชุดจะเดินหน้าอย่างไร หลังทัวร์นาเมนต์ที่ควรเป็นเวทีพิสูจน์ศักยภาพกลับกลายเป็นบาดแผลใหญ่ของชาติ
รายงานยังมีข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ฮง มยองโบ อาจประกาศลาออกจากตำแหน่งทันทีหลังเดินทางกลับถึงประเทศ แต่จนถึงตอนนี้ยังต้องรอความชัดเจนอย่างเป็นทางการ ขณะที่แรงกดดันจากแฟนบอลและสื่อยังคงถาโถมแบบไม่มีแผ่ว
บทสรุปของพายุลูกนี้
ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นบททดสอบอันโหดร้ายของทีมชาติเกาหลีใต้ และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอนาคต ฮง มยองโบ กับ KFA การตกรอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่แพ้ในสนาม แต่เป็นความพ่ายแพ้ด้านศรัทธาที่ต้องใช้เวลาฟื้นอีกยาวไกล แฟนบอลไทยที่ต้องการติดตาม ข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด กระแสดราม่าทีมชาติเกาหลีใต้ และข่าวเด่นข่าววันนี้ในวงการลูกหนัง ติดตามข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง

