อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ลิโอเนล เมสซี่ ถูกพักเป็นตัวสำรอง แต่สุดท้ายยังลงมาสร้างเวทมนตร์ด้วยฟรีคิกสุดเฉียบ พาอาร์เจนตินาชนะจอร์แดน 3-1 ในเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมทำสถิติยิง 7 นัดติดในฟุตบอลโลก อาร์เจนตินาเก็บชัย 3 นัดรวด ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมไปเจอเคปเวิร์ด ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
แชมป์เก่ายังดุ เมสซี่พักได้แต่เวทีไม่เคยพักเขา
อาร์เจนตินา แชมป์เก่าโลกยังเดินเครื่องแบบน่ากลัว หลังอัดจอร์แดน 3-1 ที่ดัลลัส สเตเดียม ในเกมสุดท้ายของกลุ่ม J ฟุตบอลโลก 2026 โดยแม้เมสซี่เริ่มต้นจากม้านั่งสำรอง แต่เกมนี้ก็ยังหนีไม่พ้นชื่อของเขา เมื่อดาวเตะวัย 39 ปีลงมาปิดกล่องด้วยฟรีคิกระดับลายเซ็นช่วงท้ายเกม
ก่อนที่เมสซี่จะถูกส่งลงสนาม อาร์เจนตินาได้ประตูนำจาก โจวานี่ โล เซลโซ่ และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งต่างยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของตัวเองได้สำเร็จ ขณะที่จอร์แดนไม่ยอมตายง่ายๆ เมื่อ มูซา อัล-ทามารี ตัวสำรองลงมายิงตีไข่แตกช่วงต้นครึ่งหลัง ทำให้เกมกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
สกาโลนีพักเมสซี่ แต่แผนยังเฉียบเหมือนมีดโกน
ก่อนเกม ลิโอเนล สกาโลนี ส่งสัญญาณชัดว่าเมสซี่จะไม่ออกสตาร์ต เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยพลาดหลายนัดกับอินเตอร์ ไมอามี จากปัญหาที่สโมสรเรียกว่า “muscle fatigue” หรือ “อาการล้าของกล้ามเนื้อ” ทำให้การพักแข้งระดับตำนานในเกมที่อาร์เจนตินาการันตีเข้ารอบแล้วถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ถูกจังหวะ
สิ่งสำคัญคือ อาร์เจนตินาไม่ได้เสียทรงแม้ไม่มีเมสซี่ตั้งแต่นาทีแรก โล เซลโซ่ ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายอย่างสวยงามส่งบอลเสียบมุมบนแบบคมกริบ ก่อนที่เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะสังหารจุดโทษนาที 31 หลังมีการเช็กวีเออาร์ เพิ่มสกอร์เป็น 2-0 และคุมเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน

จอร์แดนมีฮึด แต่เจาะแชมป์โลกไม่ลึกพอ
จอร์แดน ซึ่งลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไม่ยอมปล่อยเกมให้ไหลไปข้างเดียว อัล-ทามารี ยิงไล่มาเป็น 1-2 เพียง 10 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ทำให้บรรยากาศในสนามกลับมามีแรงกดดัน แต่หลังจากนั้นพวกเขาแทบไม่ได้ทดสอบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านอาร์เจนตินาอย่างจริงจัง
แม้สกอร์จะดูเหมือนเปิดช่องให้ลุ้น แต่คุณภาพเกมรับและประสบการณ์ของอาร์เจนตินายังนิ่งกว่าเยอะ พวกเขาปล่อยให้จอร์แดนมีช่วงหวือหวาได้เพียงไม่นาน ก่อนค่อยๆ บีบเกมกลับมาอยู่ในจังหวะของตัวเอง
เมสซี่ลงมาแล้วโลกต้องหยุดดู
เมื่อสกอร์ยังอยู่ที่ 2-1 สกาโลนีตัดสินใจส่งเมสซี่ลงสนามในช่วงราวครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และนั่นคือจุดที่เกมเปลี่ยนจากชัยชนะธรรมดาเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ เมสซี่จัดฟรีคิกผ่านมือ ยาซีด อาบูไลลา เข้าไปอย่างหมดจด ปิดเกม 3-1 พร้อมกระแทกชื่อของตัวเองลงไปในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง
ประตูนี้ทำให้เมสซี่ยิงเป็นลูกที่ 6 ในทัวร์นาเมนต์ และกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 96 ปี ที่ยิงได้ 7 นัดติดต่อกัน พร้อมขยับสถิติรวมในฟุตบอลโลกเป็น 19 ประตู นำหน้าตำนานอย่าง จุสต์ ฟงแตน และ ชาร์ซินโญ่ ที่เคยยิงต่อเนื่อง 6 นัด
อาร์เจนตินาไม่ได้พึ่งเมสซี่ทุกจังหวะ แต่มียอดมนุษย์ไว้ปิดบัญชี
เกมนี้บอกอะไรหลายอย่าง อาร์เจนตินาชุดนี้ยิงได้โดยไม่ต้องรอให้เมสซี่แบกทุกจังหวะเหมือนในอดีต แต่ในวันที่เกมต้องการความเด็ดขาด พวกเขายังมีผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนครึ่งโอกาสให้เป็นประตูได้ทันที นี่คือความน่ากลัวของทีมที่มีทั้งระบบ ประสบการณ์ และซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานอยู่ในมือ
สกาโลนีกับเมสซี่มีสายสัมพันธ์ที่ลึกกว่าผู้จัดการทีมกับลูกทีม ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมในฟุตบอลโลก 2006 และผ่านการคว้าแชมป์ใหญ่ร่วมกันมาแล้ว ทั้งแชมป์โลก 1 สมัย และโคปา อเมริกา 2 สมัย จึงไม่แปลกที่การตัดสินใจพักหรือส่งเมสซี่ลงสนามจะเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเชื่อใจกัน
รอบน็อกเอาต์ระวังเมสซี่เวอร์ชันได้พัก
การพักเมสซี่ในเกมนี้อาจเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับคู่แข่งในรอบต่อไป เพราะอาร์เจนตินากำลังเข้าสู่ช่วงที่ทุกนัดคือเกมชี้ชะตา หากพลาดคือจบ และอาจเป็นจุดสิ้นสุดยุคทองของทีมชุดนี้ แต่ถ้าเมสซี่ยังเล่นด้วยความคมระดับนี้ ใครก็ยากจะตัดชื่ออาร์เจนตินาออกจากเส้นทางป้องกันแชมป์โลก
ย้อนกลับไปฟุตบอลโลก 2022 เมสซี่ยิง 7 ประตู รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศส และพาอาร์เจนตินากลับไปยืนบนบัลลังก์โลกอีกครั้ง มาครั้งนี้เขายังเดินหน้าสะสมตัวเลขแบบไม่เกรงอายุ และกำลังไล่ภารกิจใหญ่ที่มีเพียงทีมระดับตำนานเท่านั้นทำได้ นั่นคือพาทีมคว้าแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกันแบบบราซิลยุคเปเล่เมื่อปี 1962
เคปเวิร์ดรออยู่ งานนี้ห้ามประมาทเด็ดขาด
ด่านต่อไปของอาร์เจนตินาคือ เคปเวิร์ด ทีมม้ามืดจากแอฟริกาตะวันตกที่กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แม้จะเป็นชาติน้องใหม่ แต่พวกเขาฝ่ากลุ่มสุดหินมาได้ โดยมีผลงานเสมอสเปน และเสมออุรุกวัย แถมผู้รักษาประตูจอมเก๋าอย่าง โวซินญ่า ก็กลายเป็นดาวเด่นของทีม
ตามหน้าเสื่อ อาร์เจนตินาย่อมเหนือกว่าแทบทุกมุม แต่ฟุตบอลรอบน็อกเอาต์ไม่มีพื้นที่ให้ความประมาท เคปเวิร์ดไม่มีอะไรจะเสีย และนั่นทำให้พวกเขาอันตรายกว่าที่หลายคนคิด ส่วนสกาโลนีและลูกทีมที่ผ่านสนามใหญ่กันมานับไม่ถ้วนย่อมรู้ดีว่า เกมแบบนี้ต้องปิดงานให้เร็ว ไม่เปิดช่องให้ม้ามืดได้กลิ่นเลือด
สรุปประเด็นเดือดหลังเกม จอร์แดน 1-3 อาร์เจนตินา
- อาร์เจนตินาชนะจอร์แดน 3-1 ปิดรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานสมบูรณ์แบบ
- เมสซี่ลงสำรองและยิงฟรีคิก เป็นประตูที่ 6 ของเขาในฟุตบอลโลก 2026
- เมสซี่สร้างสถิติยิง 7 นัดติดต่อกันในฟุตบอลโลก เป็นคนแรกของประวัติศาสตร์
- โล เซลโซ่ และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของตัวเอง
- จอร์แดนจบทัวร์นาเมนต์แรกของชาติด้วยสถิติแพ้ 3 นัด แต่ได้ประสบการณ์ล้ำค่า
- อาร์เจนตินาเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายไปเจอกับเคปเวิร์ด ทีมม้ามืดที่กำลังมั่นใจสุดขีด
เส้นทางแชมป์ยังเปิด แต่ทุกก้าวต่อจากนี้คือของจริง
ชัยชนะเหนือจอร์แดนไม่ใช่แค่การเก็บ 3 แต้ม แต่เป็นการย้ำว่าอาร์เจนตินามีมากกว่าชื่อของเมสซี่ แม้สุดท้ายเวทีนี้ยังถูกเขาขโมยซีนเหมือนเดิมก็ตาม รอบต่อไปกับเคปเวิร์ดจะเป็นบททดสอบว่าแชมป์เก่าจะคุมเกมได้แน่นแค่ไหนเมื่อเดิมพันสูงขึ้นทุกวินาที แฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลวันนี้ และประเด็นร้อนรอบสนามแบบเข้มข้น ติดตามต่อได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

