อ่านข่าวนี้แบบสั้น: แม้ คีลิยัน เอ็มบัปเป จะระเบิดฟอร์มยิง 8 ประตูในฟุตบอลโลก 2026 ขณะที่ ลามีน ยามาล ยังมีส่วนร่วมกับประตูเพียงครั้งเดียว แต่สถิติเกมแพ้คัดออกกลับเทไปทางดาวรุ่งสเปนแบบขาดลอย เมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากันมา 5 นัด ยามาลเป็นฝ่ายคว้าชัยทั้งหมด ก่อนกลับมาดวลกันอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ส่วนรายละเอียดของทั้ง 5 เกม ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ฟอร์มปัจจุบันเอ็มบัปเปเหนือกว่า แต่สถิติน็อกเอาต์ยามาลข่มมิด
หากวัดจากผลงานใน ฟุตบอลโลก 2026 เวลานี้ ชื่อของ คีลิยัน เอ็มบัปเป เหนือกว่าอย่างชัดเจน ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสกดไปแล้ว 8 ประตู รั้งหัวแถวของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่ ลามีน ยามาล ยังไม่สามารถงัดฟอร์มร้อนแรงออกมาได้เต็มที่ โดยมีส่วนร่วมกับประตูเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนเวทีเป็นเกมตัดสินแบบแพ้คัดออก ภาพกลับพลิกไปคนละด้าน เพราะตลอดการเผชิญหน้ากัน 5 ครั้ง ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เอ็มบัปเปยังไม่เคยเอาชนะทีมของยามาลได้แม้แต่เกมเดียว
ศึกรอบรองชนะเลิศระหว่าง สเปน พบ ฝรั่งเศส จึงไม่ได้มีเพียงตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน แต่ยังเป็นโอกาสที่เอ็มบัปเปจะล้างอาถรรพ์ พร้อมลุ้นเข้าสู่รอบชิงฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ส่วนยามาลต้องการรักษาสถิติไร้พ่าย และพาตัวเองไปสัมผัสเกมชิงแชมป์โลกครั้งแรกในชีวิต
ย้อนรอย 5 เกมชี้ชะตา ยามาลชนะเอ็มบัปเปทุกครั้ง
1. ยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ สเปน 2-1 ฝรั่งเศส
การพบกันในเกมแพ้คัดออกครั้งแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นใน ยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ โดยสเปนเข้าสู่เกมด้วยฟอร์มร้อนแรง ชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนถล่มจอร์เจียในรอบ 16 ทีม และโค่นเจ้าภาพเยอรมนีในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ฝรั่งเศสกลับออกตัวได้ฝืดกว่า เก็บเพียง 5 คะแนนในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนเฉือนเบลเยียม 1-0 และดวลจุดโทษชนะโปรตุเกส หลังเสมอกัน 0-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
แม้ ร็องดาล โกโล มูอานี จะโขกให้ฝรั่งเศสขึ้นนำอย่างรวดเร็ว แต่ยามาลตอบโต้ด้วยลูกยิงไกลสุดมหัศจรรย์ ส่งบอลโค้งเสียบประตูอย่างเหนือชั้น ก่อนที่ ดานี โอลโม จะยิงแฉลบ ฌูลส์ กุนเด เข้าประตู ช่วยให้สเปนแซงนำ 2-1 ตั้งแต่ก่อนพักครึ่ง
ทัพกระทิงดุรักษาสกอร์ไว้ได้จนจบเกม ก่อนเดินหน้าชนะอังกฤษในรอบชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ยุโรป ส่วนการดวลเกมน็อกเอาต์ครั้งแรกระหว่างยามาลกับเอ็มบัปเป จบลงด้วยชัยชนะของดาวรุ่งสเปนทันที

2. ซูเปอร์โกปา 2025 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 5-2 เรอัล มาดริด
ศึก ซูเปอร์โกปา 2025 ที่สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ตส์ ซิตี้ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดฉากอย่างดุเดือด เมื่อเอ็มบัปเปลากบอลเข้าไปยิงให้เรอัล มาดริดขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5
แต่หลังจากนั้นเกมเปลี่ยนขั้วแบบสิ้นเชิง บาร์เซโลนาระเบิดเกมรุกยิงคืน 5 ประตูรวด โดยยามาลเป็นคนเปิดประตูแรกให้ทีมในนาทีที่ 22 ก่อนที่แนวรุกเจ้าบุญทุ่มจะเดินหน้าขยี้คู่ปรับตลอดกาลจนแทบตั้งตัวไม่ติด
แม้บาร์เซโลนาจะเสีย วอยเชียค เชสนี จากใบแดงในครึ่งหลัง และเรอัล มาดริดตามตีคืนได้อีกหนึ่งประตู แต่ช่องว่างใหญ่เกินกว่าจะไล่ทัน สุดท้ายบาร์ซาคว้าชัย 5-2 พร้อมส่งให้ยามาลเอาชนะเอ็มบัปเปในเกมตัดสินเป็นครั้งที่ 2
3. โกปา เดล เรย์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 3-2 เรอัล มาดริด
นัดชิง โกปา เดล เรย์ 2025 ที่สนามลา การ์ตูฆา เมืองเซบียา กลายเป็นเกมระดับห้าดาวที่ต้องต่อเวลาพิเศษ ก่อนบาร์เซโลนาเฉือนชนะเรอัล มาดริด 3-2
เปดรีซัดให้บาร์เซโลนาขึ้นนำในครึ่งแรก ก่อนเอ็มบัปเปยิงตีเสมอในนาทีที่ 70 และ โอเรเลียง ชูอาเมนี โหม่งให้ราชันชุดขาวพลิกแซง 2-1 ในนาทีที่ 77 จนดูเหมือนถ้วยแชมป์กำลังจะไหลไปอยู่ฝั่งมาดริด
แต่บาร์เซโลนาไม่ยอมล้มง่าย เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงตีเสมอในนาทีที่ 84 ลากเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ บราฮิม ดิอาซ ไม่ทันระวังการเข้าประชิดของกุนเด ทำให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสตัดบอลจากจังหวะจ่ายของ ลูกา โมดริช แล้วซัดประตูชัยอย่างเด็ดขาด
แม้ยามาลไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่เจ้าตัวสร้างอิทธิพลมหาศาลด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ ก่อนชูถ้วยกับบาร์เซโลนา และเพิ่มสถิติชนะเอ็มบัปเปในเกมแพ้คัดออกเป็น 3 นัดรวด
4. ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2025 รอบรองชนะเลิศ สเปน 5-4 ฝรั่งเศส
เกมทีมชาติครั้งล่าสุดก่อนศึกฟุตบอลโลกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2025 ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2025 ซึ่งสเปนเป็นฝ่ายเฉือนฝรั่งเศสแบบเดือดระอุ 5-4
แม้ผลการแข่งขันจะดูสูสี แต่รูปเกมส่วนใหญ่เป็นสเปนที่คุมสถานการณ์เอาไว้ทั้งหมด กระทิงดุเคยนำห่างถึง 5-1 จนถึงนาทีที่ 79 ก่อนฝรั่งเศสจะเร่งเครื่องไล่กลับอย่างบ้าคลั่งในช่วงท้าย
รายาน แชร์กี ยิงหนึ่งประตู ตามด้วยการทำเข้าประตูตัวเองของ ดานี บีเบียน และประตูช่วงทดเวลาจากโกโล มูอานี ทำให้สกอร์ขยับมาเป็น 5-4 และเปลี่ยนช่วงท้ายให้เต็มไปด้วยความกดดัน
เกมนี้ยามาลระเบิดฟอร์มยิง 2 ประตู รวมถึงหนึ่งประตูจากจุดโทษ ขณะที่เอ็มบัปเปสังหารจุดโทษให้ฝรั่งเศสเช่นกัน สุดท้ายสเปนรักษาชัยชนะไว้ได้ แม้ต่อมาจะพ่ายโปรตุเกสในรอบชิงชนะเลิศ แต่สำหรับการดวลระหว่างสองซูเปอร์สตาร์ สถิติยังคงเป็นยามาลที่ชนะอีกครั้ง
5. ซูเปอร์โกปา 2026 รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา 3-2 เรอัล มาดริด
การเผชิญหน้ากันในเกมแพ้คัดออกครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในรอบชิง ซูเปอร์โกปา 2026 เมื่อเดือนมกราคม ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และจบลงด้วยชัยชนะของบาร์เซโลนา 3-2
ราฟินญายิงให้บาร์เซโลนาขึ้นนำ ก่อน วินิซิอุส จูเนียร์ จะตีเสมอในช่วงทดเวลาครึ่งแรก แต่บาร์ซาตอบโต้ทันควันจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่ยิงให้ทีมกลับมานำอีกครั้ง
ความเดือดยังไม่จบ เมื่อ กอนซาโล การ์เซีย ยิงให้เรอัล มาดริดตีเสมอ 2-2 ก่อนหมดครึ่งแรก จากนั้นราฟินญากลายเป็นฮีโร่ ซัดประตูตัดสินในนาทีที่ 73 ส่งบาร์เซโลนากลับขึ้นนำ 3-2
ช่วงท้าย เฟรงกี เดอ ยอง ถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะทำฟาวล์เอ็มบัปเปในช่วงทดเวลา ทำให้บาร์เซโลนาต้องปิดเกมด้วยผู้เล่น 10 คน แต่ยังยืนหยัดรักษาสกอร์ได้จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น
ชัยชนะนัดนี้ทำให้สถิติการพบกันในเกมแพ้คัดออกของยามาลกับเอ็มบัปเปเพิ่มเป็น 5 ครั้ง และจบด้วยชัยชนะของฝั่งยามาลทั้ง 5 ครั้งแบบไร้รอยด่าง
สถิติ 5-0 คือแรงกดดัน หรือเชื้อไฟของเอ็มบัปเป
แม้สถิติดังกล่าวจะไม่ใช่การวัดผลงานแบบตัวต่อตัว เพราะฟุตบอลตัดสินกันด้วยผลงานของทั้งทีม แต่การพ่ายในเกมชี้ชะตาถึง 5 ครั้งติดต่อกันย่อมเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งคือดาวรุ่งที่กำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะแห่งยุคต่อไป
ฝรั่งเศสและสเปนจะลงสนามรอบรองชนะเลิศที่ดัลลัส สเตเดียม วันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับช่วงเช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคม ตามเวลาไทย เกมนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบครั้งใหญ่ของสองซูเปอร์สตาร์ต่างวัย
เดิมพันสูงสุดบนเวทีโลก ถึงเวลาวัดว่าใครจะอยู่ ใครจะไป
เอ็มบัปเปกำลังไล่ล่าโอกาสเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 พร้อมภารกิจทำลายกำแพงที่ไม่เคยผ่านยามาลได้ในเกมตัดสิน ขณะที่แนวรุกดาวรุ่งของสเปนต้องการยืนยันว่า 5 ชัยชนะก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ครั้งนี้ไม่มีพื้นที่ให้แก้ตัว เพราะผู้ชนะจะเดินเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ส่วนผู้แพ้ต้องหยุดเส้นทางล่าแชมป์โลกทันที คำถามสำคัญคือเอ็มบัปเปจะล้างอาถรรพ์ได้สำเร็จ หรือยามาลจะตอกย้ำความเป็นตัวแสบทและเพิ่มสถิติเป็นชัยชนะครั้งที่ 6 ติดต่อกัน
เกาะติดศึกฟุตบอลโลก 2026 กับบ้านกีฬา
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 ข่าวสเปน พบ ฝรั่งเศส ผลการแข่งขัน ไฮไลต์ฟุตบอล และทุกความเคลื่อนไหวของดาวดังระดับโลกได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

