ไม่มีผู้ทำประตู
มิเกล โอยาร์ซาบัล 22'
เปโดร ปอร์โร่ 58'
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง ฝรั่งเศส 0-2 สเปน วันนี้ 15/7/69 – บ้านกีฬา
ทีมชาติสเปนตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังปราบทีมชาติฝรั่งเศส 2-0 ที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม เมืองอาร์ลิงตัน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย โดยได้ประตูจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล และ เปโดร ปอร์โร่ เกมนี้ อีบัน บาร์ตอน รับหน้าที่ผู้ตัดสิน
ผลบอลสดคู่นี้อาจมีจำนวนการยิงเท่ากันฝั่งละ 10 ครั้ง แต่คุณภาพเกมรุกแตกต่างชัดเจน สเปนสร้างโอกาสทอง 3 ครั้ง มีค่าคาดการณ์ประตู 1.63 และจบสกอร์ได้ 2 ลูก ขณะที่ฝรั่งเศสไม่มีโอกาสทองและมีค่าคาดการณ์ประตูเพียง 0.31 สเปนจึงผ่านเข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 อย่างสมควร
ครึ่งแรก โอยาร์ซาบัลลงโทษจากจุดโทษ
ทั้งสองทีมเริ่มด้วยระบบ 4-2-3-1 ฝรั่งเศสพยายามขึ้นเกมผ่าน โอเรเลียง ชูอาเมนี และ อาเดรียง ราบิโอต์ ก่อนกระจายบอลให้แนวรุก ส่วนสเปนวาง โรดรี เป็นศูนย์กลางควบคุมจังหวะร่วมกับ ฟาเบียน รุยซ์
นาทีที่ 9 ราบิโอต์รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์ ดานี โอลโม ก่อนเกิดจุดเปลี่ยนในนาทีที่ 20 เมื่อ ลูกาส์ ดีญ ทำฟาวล์ ลามีน ยามาล ในเขตโทษ มิเกล โอยาร์ซาบัลรับหน้าที่สังหารและยิงให้สเปนนำ 1-0 ในนาทีที่ 22
สถานการณ์ฝรั่งเศสแย่ลงเมื่อ วิลเลียม ซาลิบา บาดเจ็บจนต้องส่ง มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ลงแทนนาทีที่ 30 เกมรุกตราไก่ยังขาดความแม่นยำ เอ็มบัปเปถูกจับล้ำหน้าหลายครั้ง จบครึ่งแรกสเปนนำ 1-0 และมีค่าคาดการณ์ประตูเหนือกว่าถึง 0.98 ต่อ 0.04
ครึ่งหลัง ปอร์โร่ซัดปิดบัญชี
ฝรั่งเศสแก้เกมด้วยการส่ง มานู โกเน ลงแทนราบิโอต์ และเพิ่มความเร็วด้วย เดซีเร ดูเอ แต่สเปนยังรักษารูปทรงได้แน่นหนา ก่อนหนีเป็น 2-0 ในนาทีที่ 58 จากจังหวะที่ ดานี โอลโม ประสานงานกับ เปโดร ปอร์โร่ ซึ่งสอดเข้าเขตโทษแล้วยิงผ่าน ไมค์ เมญอง อย่างเฉียบขาด
ช่วงท้ายฝรั่งเศสเร่งบุกและได้ยิงตรงกรอบสามครั้ง แต่ทั้งหมดเกิดหลังนาทีที่ 80 และถูก อูไน ซิมอน ป้องกันไว้ เอ็มบัปเปยังรับใบเหลืองก่อนยิงข้ามคานในจังหวะสุดท้าย จบเกมสเปนชนะ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างแข็งแกร่ง
ฝรั่งเศส 0 – 2 สเปน
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
ทีมชาติฝรั่งเศส ระบบ 4-2-3-1
กุนซือ : ดิดิเยร์ เดส์ชองส์
- ผู้รักษาประตู : ไมค์ เมญอง 5.9
- กองหลัง : ฌูลส์ กุนเด้ 6.3, ดาโยต์ อูปาเมกาโน 6.5, วิลเลียม ซาลิบา 6.1, ลูกาส์ ดีญ 5.6
- กองกลาง : โอเรเลียง ชูอาเมนี 6.8, อาเดรียง ราบิโอต์ 6.5, อุสมาน เดมเบเล 6.8, ไมเคิล โอลิเซ 6.4, แบรดลีย์ บาร์โคลา 6.4
- กองหน้า : คีลิยัน เอ็มบัปเป 6.3
- นักเตะเด่น : เดซีเร ดูเอ 7.0
- เปลี่ยนตัว : มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ 6.5, มานู โกเน 6.1, เดซีเร ดูเอ 7.0, เตโอ แอร์กน็องเดซ 6.5, รายาน แชร์กี 6.9
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : บริซ ซ็อมบา, โรบิน ริสเซอร์, อิบราฮิมา โกนาเต, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ, มาโล กุสโต, มักเนส อากลิอูช, เอ็นโกโล ก็องเต, วาร์เรน ซาอีร์ เอเมรี, ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา
ทีมชาติสเปน ระบบ 4-2-3-1
กุนซือ : หลุยส์ เด ลา ฟวนเต
- ผู้รักษาประตู : อูไน ซิมอน 7.0
- กองหลัง : เปโดร ปอร์โร่ 8.1, เปา กูบาร์ซี 7.4, อายเมริก ลาปอร์กต์ 7.2, มาร์ก กูกูเรยา 7.1
- กองกลาง : โรดรี 7.5, ฟาเบียน รุยซ์ 6.9, ลามีน ยามาล 6.5, ดานี โอลโม 6.8, อเล็กซ์ บาเอนา 6.7
- กองหน้า : มิเกล โอยาร์ซาบัล 7.0
- นักเตะเด่น : เปโดร ปอร์โร่ 8.1
- เปลี่ยนตัว : เฟร์ราน ตอร์เรส 6.5, มิเกล เมริโน 6.9, เปดรี 6.5, มาร์กอส ยอเรนเต 6.7, นิโก วิลเลียมส์ 6.6
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : ดาบิด รายา, โจน การ์เซีย, มาร์ก ปูบิลล์, เอริก การ์เซีย, อเลฆานโดร กรีมัลโด, มาร์ติน ซูบิเมนดี, ปาโบล กาบี, บอร์ฆา อิเกลเซียส, บิกตอร์ มูนญอซ
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ฝรั่งเศสมีปริมาณ แต่ไร้คุณภาพในพื้นที่สุดท้าย
การวิเคราะห์บอลนัดนี้ต้องแยกให้ชัดระหว่างการพาบอลขึ้นหน้าและการสร้างโอกาสทำประตู ฝรั่งเศสเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย 45 ครั้ง มากกว่าสเปนที่ทำได้ 36 ครั้ง สัมผัสบอลในเขตโทษ 19 ครั้ง และได้เตะมุมถึง 7 ครั้ง แต่กลับไม่มีโอกาสทองแม้แต่ครั้งเดียว
ปัญหาเริ่มจากแดนกลาง ชูอาเมนีและราบิโอต์ไม่สามารถส่งบอลทะลุแนวกดดันของสเปนได้สม่ำเสมอ เมื่อโรดรีกับฟาเบียนขยับปิดช่องตรงกลาง ฝรั่งเศสจึงต้องหมุนบอลออกริมเส้นและพึ่งการเปิดบอลมากเกินไป ทั้งที่เปิดสำเร็จเพียง 4 จาก 20 ครั้ง
สามตัวรุกอย่าง เดมเบเล, โอลิเซ และบาร์โคลา เชื่อมเกมกับเอ็มบัปเปได้น้อย โอลิเซต้องถอยมารับบอลในพื้นที่ที่ไม่ถนัด ส่วนเอ็มบัปเปพยายามวิ่งหลังแนวรับ แต่จังหวะจ่ายมักช้าเกินไปจนถูกจับล้ำหน้า ฝรั่งเศสจึงต้องยิงจากนอกกรอบถึง 6 ครั้งจากทั้งหมด 10 ครั้ง
การส่ง เดซีเร ดูเอ และ รายาน แชร์กี ลงสนามช่วยเพิ่มความสามารถในการเลี้ยงผ่านและยิงไกล แต่ไม่อาจเปลี่ยนโครงสร้างเกมได้ ฝรั่งเศสยิงตรงกรอบครั้งแรกหลังผ่านนาทีที่ 80 และไม่มีจังหวะใดบังคับให้แนวรับสเปนเสียรูปทรงอย่างรุนแรง
ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยอมรับหลังเกมว่าฝรั่งเศสเป็นรองด้านเทคนิคและไม่สามารถสร้างแรงกดดันได้ตามต้องการ ขณะที่รายงานหลังเกมชี้ว่าการเลือกบาร์โคลาเป็นตัวจริงและการคืนตำแหน่งให้ชูอาเมนีไม่ช่วยให้แดนกลางเชื่อมกับแนวรุกดีขึ้น
สเปนปิดศูนย์กลางก่อนลงดาบอย่างแม่นยำ
สเปนครองบอลมากกว่าฝรั่งเศสเพียง 51 ต่อ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ควบคุมจังหวะและพื้นที่สำคัญได้เหนือกว่า โรดรีถอยรับบอลระหว่างแนวรับเพื่อสร้างทางเลือกในการขึ้นเกม ขณะที่ฟาเบียนกับโอลโมเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ บังคับให้มิดฟิลด์ฝรั่งเศสต้องตัดสินใจว่าจะตามประกบหรือรักษาพื้นที่
โรดรีกลายเป็นแกนสำคัญทั้งรุกและรับ เขาสร้างสามเหลี่ยมเกมรับร่วมกับ เปา กูบาร์ซี และ อายเมริก ลาปอร์กต์ ปิดพื้นที่ตรงกลางจนเอ็มบัปเป เดมเบเล และโอลิเซแทบไม่มีเวลาพลิกบอล สเปนจึงสามารถบังคับให้ฝรั่งเศสบุกออกด้านข้าง ก่อนใช้ความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศจัดการบอลเปิด
ประตูที่สองแสดงให้เห็นความเข้าใจในระบบอย่างชัดเจน ปอร์โร่ไม่ได้ยืนรอเปิดบอลริมเส้น แต่เลือกวิ่งสอดเข้าช่องด้านใน เล่นชิ่งกับโอลโมแล้วหลุดเข้าเขตโทษ จังหวะดังกล่าวทำให้แนวรับด้านซ้ายของฝรั่งเศสเปิดกว้าง ก่อนปอร์โร่ยิงผ่านเมญองอย่างเยือกเย็น
ในเกมรับ สเปนเข้าสกัด 22 ครั้ง เคลียร์บอล 22 ครั้ง และแย่งบอลกลับคืนได้ 50 ครั้ง พวกเขายังชนะการดวลรวม 54 เปอร์เซ็นต์ และชนะลูกกลางอากาศ 17 จาก 25 ครั้ง ทำให้แผนโจมตีด้วยลูกเปิดของฝรั่งเศสแทบไม่ได้ผล
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ยังบริหารเกมช่วงท้ายได้ดี เขาส่ง เปดรี, มิเกล เมริโน, มาร์กอส ยอเรนเต และ นิโก วิลเลียมส์ ลงมารักษาความสด สเปนจึงไม่ต้องถอยไปตั้งรับลึกทั้งหมด แต่ยังเก็บบอลและกดดันฝรั่งเศสได้ต่อเนื่อง
กุนซือสเปนยกความสำเร็จให้ความสามัคคี ความเสียสละ และการทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ขณะที่สื่อหลังเกมมองว่าสเปนชนะด้วยระบบที่สมบูรณ์และมีวินัย มากกว่าการพึ่งความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว
สถิติการแข่งขัน
ฝรั่งเศสครองบอล 49 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสเปน 51 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองทีมยิง 10 ครั้งเท่ากัน ฝรั่งเศสยิงตรงกรอบ 3 ครั้ง ส่วนสเปน 2 ครั้ง แต่สเปนมีค่าคาดการณ์ประตูเหนือกว่า 1.63 ต่อ 0.31 และสร้างโอกาสทองได้ 3 ครั้ง ขณะที่ฝรั่งเศสไม่มีเลย สเปนจ่ายบอลสำเร็จ 427 ครั้ง จาก 502 ครั้ง ส่วนฝรั่งเศสสำเร็จ 395 ครั้ง จาก 472 ครั้ง ฝรั่งเศสได้เตะมุม 7 ต่อ 1 แต่สเปนเหนือกว่าด้านการเข้าสกัด การเคลียร์บอล การดวล และประสิทธิภาพการจบสกอร์
เหตุการณ์สำคัญ
- 🟨 นาทีที่ 9 อาเดรียง ราบิโอต์ รับใบเหลือง
- 🚨 นาทีที่ 20 ลูกาส์ ดีญ ทำฟาวล์ ลามีน ยามาล ในเขตโทษ
- ⚽ นาทีที่ 22 มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงจุดโทษให้สเปนนำ 1-0
- 🔄 นาทีที่ 30 มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ แทน วิลเลียม ซาลิบา
- 🟨 นาทีที่ 31 มาร์ก กูกูเรยา รับใบเหลือง
- ⏱️ จบครึ่งแรก สเปนนำ 1-0
- 🔄 นาทีที่ 46 มานู โกเน แทน อาเดรียง ราบิโอต์
- 🔄 นาทีที่ 57 เดซีเร ดูเอ แทน แบรดลีย์ บาร์โคลา
- ⚽ นาทีที่ 58 เปโดร ปอร์โร่ ยิงให้สเปนนำ 2-0
- 🔄 นาทีที่ 72 เตโอ แอร์กน็องเดซ แทน ลูกาส์ ดีญ
- 🔄 นาทีที่ 73 รายาน แชร์กี แทน ไมเคิล โอลิเซ
- 🔄 นาทีที่ 74 เฟร์ราน ตอร์เรส แทน มิเกล โอยาร์ซาบัล
- 🔄 นาทีที่ 78 เปดรี แทน ฟาเบียน รุยซ์
- 🔄 นาทีที่ 78 มิเกล เมริโน แทน ดานี โอลโม
- 📺 นาทีที่ 83 VAR ตรวจสอบเหตุการณ์ของ เตโอ แอร์กน็องเดซ ก่อนยกเลิกคำตัดสินเดิม
- 🔄 นาทีที่ 84 นิโก วิลเลียมส์ แทน อเล็กซ์ บาเอนา
- 🔄 นาทีที่ 84 มาร์กอส ยอเรนเต แทน เปโดร ปอร์โร่
- 🟨 นาทีที่ 86 คีลิยัน เอ็มบัปเป รับใบเหลือง
- ⏱️ นาทีที่ 91 ทดเวลาครึ่งหลัง 7 นาที
- 🧤 นาทีที่ 95 อูไน ซิมอน เซฟลูกยิงของ อุสมาน เดมเบเล
- 🧤 นาทีที่ 97 อูไน ซิมอน ป้องกันลูกยิงของเดมเบเลอีกครั้ง
- 🏁 จบเกม สเปนชนะฝรั่งเศส 2-0
Player of the Match เปโดร ปอร์โร่
เปโดร ปอร์โร่ทำคะแนนสูงสุด 8.1 หลังโดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก จุดสำคัญคือการวิ่งสอดเข้าเขตโทษและยิงประตูที่สองในนาทีที่ 58 ซึ่งดับความหวังของฝรั่งเศสอย่างเด็ดขาด ก่อนช่วยสเปนรักษาคลีนชีตจนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้ายเกม
ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์
Knockout
สถานการณ์รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026
สเปนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สอง หลังเคยเข้าชิงและคว้าแชมป์เมื่อปี 2010 โดยจะพบผู้ชนะระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินา ส่วนฝรั่งเศสต้องลงเล่นนัดชิงอันดับสามกับทีมแพ้จากคู่อังกฤษและอาร์เจนตินา
ตารางบอลนัดถัดไปของทีมชาติฝรั่งเศส
| รายการ | คู่แข่งขัน | วันที่และเวลา |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับสาม | ฝรั่งเศส พบ ทีมแพ้จากคู่รอบรองชนะเลิศ | 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 04.00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | ตุรกี พบ ฝรั่งเศส | 26 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | เบลเยียม พบ ฝรั่งเศส | 29 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
โปรแกรมบอลนัดชิงอันดับสามคือโอกาสสุดท้ายของฝรั่งเศสในการปิดทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะ ก่อนกลับไปเตรียมทีมสำหรับยูฟ่า เนชันส์ ลีก
ตารางบอลนัดถัดไปของทีมชาติสเปน
| รายการ | คู่แข่งขัน | วันที่และเวลา |
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ | สเปน พบ ทีมชนะจากคู่รอบรองชนะเลิศ | 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | อังกฤษ พบ สเปน | 27 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | สเปน พบ โครเอเชีย | 30 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
โปรแกรมบอลนัดต่อไปของสเปนคือรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทัพกระทิงดุเหลืออีกเพียงก้าวเดียวจากการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สอง
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
ติดตามบ้านผลบอล ผลบอลสด รายงานหลังเกม สถิติการแข่งขัน ตารางบอล และโปรแกรมบอลรายการสำคัญได้ที่ บ้านกีฬา พร้อมอัปเดตทุกประตูและทุกความเคลื่อนไหวในโลกฟุตบอล

