เส้นทางดาวรุ่งไทยจากรั้วอัสสัมชัญสู่เวทีเจลีก 2
ชื่อของ ธีรภัทร ปรือทอง ไม่ได้ดังขึ้นมาเพราะกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานหนักต่อเนื่องทั้งในระบบโรงเรียนและสโมสรอาชีพ เจ้าตัวเป็นนักฟุตบอลโครงการพิเศษ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ของโรงเรียนอัสสัมชัญ ควบคู่ไปกับการเป็นนักเตะสังกัด บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และก้าวไปติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เส้นทางลูกหนังที่ไต่จากระดับเยาวชนสู่ทีมชาติ ทำให้การได้โอกาสไปเล่นต่างแดนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่ “ดีลยืมตัวธรรมดา” แต่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแข้งสายเลือดไทยที่กำลังจะทดสอบตัวเองบนเวทีใหญ่กว่าเดิม
ลาผอ.อัสสัมชัญฯ รับพรครั้งสำคัญก่อนออกเดินทาง
ก่อนขึ้นเครื่องไปเริ่มต้นบทใหม่ในประเทศญี่ปุ่น ธีรภัทรได้เดินทางเข้ากราบลา ภราดา ดร.พิสูตร วาปีโส ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ อย่างเป็นทางการ พร้อมขอพรในโอกาสสำคัญของชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การลาไปแข่งฟุตบอล แต่คือการก้าวออกจาก “บ้านหลังที่สอง” ที่หล่อหลอมทั้งฝีเท้าและวินัยตลอดช่วงวัยมัธยม การเข้าพบครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความหมาย ทั้งในมุมของนักเตะเองและในมุมของสถาบันการศึกษาที่ผลักดันเยาวชนให้เดินตามความฝันอย่างจริงจัง
ทีมบริหารโรงเรียนร่วมให้พร แข้ง ม.6/6 ก่อนบินญี่ปุ่น
ในการเข้าพบครั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง แต่ยังมี มาสเตอร์ณัฐพงศ์ เอี่ยมเสถียร หัวหน้าฝ่ายวิชาการ, มาสเตอร์ธีรทัศน์ เกษมณี ผู้ช่วยหัวหน้างานนักกีฬาโครงการพิเศษ และมาสเตอร์สุเมธ เข็มเพ็ชร เลขานุการงานนักกีฬาโครงการพิเศษ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ย้ำให้เห็นว่าธีรภัทรไม่ได้เดินคนเดียว แต่มีทีมงานเบื้องหลังคอยผลักดันและซัพพอร์ตมาตลอด เสริมความมั่นใจให้แข้งวัยมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 รายนี้ เดินทางไปรับความท้าทายใหม่ด้วยหัวใจที่พร้อมเต็มร้อย
ดีลยืมตัวสู่คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลุยเจลีก 2 ซีซั่น 2026
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือดีลยืมตัวสุดสำคัญ เมื่อธีรภัทรได้รับข้อเสนอจากสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมดังจากเกาะฮอกไกโด ที่เตรียมลุยศึก เจลีก 2 ฤดูกาล 2026 โดยสัญญายืมตัวครั้งนี้มีระยะเวลา 5 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม – 30 มิถุนายน 2569 การไปเล่นในลีกอาชีพญี่ปุ่น แม้จะเป็นช่วงเวลาจำกัด แต่ถือเป็นประสบการณ์ระดับสูงสุดที่นักเตะเยาวชนไทยหลายคนใฝ่ฝัน การได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลญี่ปุ่น ทั้งเรื่องสปีดเกม แท็กติก และวินัยการซ้อม คือคลาสเรียนชั้นดีที่ไม่มีในตำราไหนบนโลกใบนี้
ความภูมิใจของสถาบัน และแบบอย่างให้เยาวชนไทย
ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้กล่าวชื่นชมและแสดงความภาคภูมิใจในตัวธีรภัทรอย่างเต็มเปี่ยม ย้ำถึง “ความมุ่งมั่น ความพยายาม และวินัย” ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถไต่จากนักฟุตบอลโรงเรียน สู่การเป็นนักเตะอาชีพและผู้เล่นทีมชาติไทย U23 การได้สร้างชื่อเสียงให้สถาบันทั้งในและนอกประเทศ คือเครื่องพิสูจน์ว่า หากเยาวชนมีความฝัน กล้าลงมือทำ และไม่ยอมแพ้กลางทาง โอกาสก้าวสู่ระดับนานาชาติไม่ได้ไกลเกินเอื้อม พร้อมกันนั้น โรงเรียนยังยกให้ธีรภัทรเป็นแบบอย่างของนักเรียนที่ใช้ “ฟุตบอล” เป็นสะพานเชื่อมความฝันกับความจริงเข้าหากันได้อย่างสวยงาม
ของที่ระลึกแทนใจ เสื้อทีมชาติไทย และผ้าพันคอแห่งกำลังใจ
อีกหนึ่งช่วงเวลาซึ้งใจในวันลาคือการแลกเปลี่ยนของที่ระลึก ธีรภัทรได้มอบเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยที่ตนสวมลงเล่นในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี “เอเอฟซี U23 เอเชียน คัพ 2026” ให้กับผู้อำนวยการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความเคารพและความผูกพันตลอดเวลาที่สังกัดอยู่ใต้ชายคาอัสสัมชัญ ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการได้มอบผ้าพันคอให้กับธีรภัทรกลับไป เปรียบเสมือน “เกราะทางใจ” ที่ห่อหุ้มกำลังใจ ความห่วงใย และคำอวยพรให้เจ้าตัวก้าวเดินบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค
เจลีก จุดหมายสำคัญของแข้งไทย และบทเรียนชั้นยอดในต่างแดน
การไปเล่นในลีกญี่ปุ่น ไม่ได้มีค่าแค่คำว่า “ไปค้าแข้งต่างประเทศ” เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีเรียนรู้ชีวิตในทุกมิติ นักเตะต้องปรับตัวกับภาษา วัฒนธรรม การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงรูปแบบการซ้อมที่เข้มข้นระดับท็อปของเอเชีย สำหรับแฟนบอลไทย การที่แข้งเยาวชนอย่างธีรภัทรก้าวไปถึงจุดนี้ สะท้อนถึงการพัฒนาของระบบเยาวชนภายในประเทศที่เริ่มเชื่อมต่อกับต่างแดนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีนักเตะไทยได้ไปเก็บเลเวลในต่างประเทศมากเท่าไร ผลสะท้อนกลับมายังทีมชาติและฟุตบอลไทยโดยรวมก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในแง่แท็กติก ความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานการเล่นที่สูงขึ้น
แฟนบอลไทยส่งใจเชียร์ เส้นทางลูกหนังยังอีกไกล
จากวันนี้จนถึงวันที่สัญญายืมตัวสิ้นสุดลง เส้นทางของธีรภัทร ปรือทอง ในเจลีก 2 ฤดูกาล 2026 ยังมีเรื่องราวให้ติดตามอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นโอกาสลงสนาม การปรับตัว หรือพัฒนาการในแต่ละเดือน แฟนบอลไทยสามารถร่วมส่งพลังใจไปถึงฮอกไกโด ให้เจ้าตัวสู้เต็มที่ในทุกการฝึกซ้อมและทุกนาทีในสนาม และไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ประสบการณ์ครั้งนี้จะกลายเป็นทุนล้ำค่าที่เขานำกลับมาพัฒนาตัวเองต่อไปบนเส้นทางลูกหนังอาชีพ
ใครที่อยากตามทุกก้าวของแข้งไทยในต่างแดน รวมถึงข่าวบอลมันส์ๆ จากทุกลีกทั้งในและนอกประเทศ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวแบบจัดเต็มได้ที่ บอลเจลีกบ้านกีฬา แหล่งรวมเรื่องราวฟุตบอลสำหรับแฟนบอลชาวไทยตัวจริง

