บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ลาลีกา เดือดที่เอลมาดรีกัล! เรอัล มาดริด พึ่งเอ็มบัปเป้กดเบิ้ล บุกฝังบียาร์เรอัล 2-0 ยึดจ่าฝูงแน่น

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ลาลีกา สเปน ระหว่าง บียาร์เรอัล 0-2 เรอัล มาดริด วันนี้ 25/1/69 – บ้านกีฬา

ศึก ลาลีกา สเปน ที่เอสตาดิโอ เด ลา เซรามีก้า จบลงด้วยชัยชนะสุดนิ่งของทีมเยือน เมื่อ เรอัล มาดริด บุกอัด บียาร์เรอัล 2-0 จากสองประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ นาที 47 และจุดโทษช่วงทดเจ็บนาที 90+4 เก็บสามแต้มสำคัญตอกย้ำตำแหน่งจ่าฝูง แฟนบอลที่ตามเช็กผลผ่าน บ้านผลบอล หรือกดดูสกอร์แบบ ผลบอลสด น่าจะสัมผัสได้ชัดว่าเกมนี้ราชันชุดขาวคุมทุกจังหวะสำคัญเอาไว้ได้หมด

⏱️ ครึ่งแรก: บียาร์เรอัลยันไหวแต่รับแรงกดดัน

ต้นเกมเจ้าถิ่นออกสตาร์ตดุดัน ใช้คู่หน้า จอร์เจส มิคาอูตัดเซ่ กับ เคราร์ด โมเรโน่ ไล่เพรสสูงบีบเกมรับมาดริด จนต้องเคลียร์บอลทิ้งหลายครั้ง นาที 2 ฮวน ฟอยธ์ โดนใบเหลืองเร็วจากการสกัดหนักใส่ จู๊ด เบลลิงแฮม ทำให้กองหลังอาร์เจนฯ ต้องเล่นอย่างระมัดระวังตลอดทั้งคืน

แม้บียาร์เรอัลจะพยายามโจมตีจากลูกเตะมุมและการยิงไกลของมิคาอูตัดเซ่กับโมเลโร่ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่คม ด้านราชันชุดขาวเริ่มคืนจังหวะเกมได้จากการคุมบอลของ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า และจังหวะลากเลื้อยของ วินิซิอุส จูเนียร์ รวมถึงลูกยิงไกลของ อาร์ด้า กูเลร์ ที่ ลุยซ์ จูเนียร์ ยังป้องกันไว้ได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก มาดริดเร่งสปีด บุกใส่เป็นชุดจากลูกเตะมุมต่อเนื่อง เบลลิงแฮมกับวินิซิอุสได้ลองส่องหลายครั้งแต่ยังไม่ผ่านบล็อกแนวรับเจ้าถิ่น จบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ 0-0 แต่รูปเกมเริ่มเทไปฝั่งทีมเยือนชัดเจน

⏰ ครึ่งหลัง: เอ็มบัปเป้ปิดบัญชีราชัน

ครึ่งหลังเริ่มมาไม่กี่อึดใจ เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนจากลูกยิงไกลของ ปาเป้ เกย์ แต่บอลหลุดกรอบไปเอง และเพียงนาที 47 เกมก็เปลี่ยน เมื่อบอลต่อเนื่องทางฝั่งซ้ายมาถึง วินิซิอุส ฝากให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ พลิกหนีตัวประกบแล้วยิงด้วยซ้ายระยะเผาขนเสียบมุมล่างอย่างเฉียบคม เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0

หลังเสียประตู บียาร์เรอัลพยายามเดินหน้าลุยต่อ สร้างโอกาสจากการครอสของ โมเลโร่ และลูกโหม่งของ ดีน ฮุยเซ่น แต่ก็ยังไม่แม่นพอ ทำให้มาร์เซลิโน่ต้องเสริมความสด ส่ง นิโกลาส เปเป้, ตานี โอลูวาเซย์, โธมัส ปาร์เตย์ และอาโยเซ เปเรซ ลงมาไล่บีบเกม

ฝั่งมาดริด อัลบาโร่ อาร์เบโลอา ปรับเกมรับให้แน่นขึ้น ส่ง กอนซาโล่ การ์เซีย กับ บราฮิม ดิอาซ ลงมาช่วยพักบอลและคุมจังหวะ จนช่วงท้ายเกมราชันยังครองบอลได้เนียนตา

ไคลแม็กซ์มาถึงนาที 90+2 เมื่อเอ็มบัปเป้ใช้สปีดทะลุเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนโดน อัลฟอนโซ่ เปดราซ่า ทำฟาวล์ล้มลง ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษ และในนาที 90+4 หัวหอกฝรั่งเศสซัดเต็มข้อไม่พลาด กลายเป็นประตูที่สองของเจ้าตัว ปิดเกมให้มาดริดบุกชนะ 2-0 แบบเหนือชั้น

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน

🟡 บียาร์เรอัล (ระบบ 4-4-2 – โค้ช มาร์เซลิโน่)

ผู้รักษาประตู

  • ลุยซ์ จูเนียร์ (6.6) ยังเซฟช่วยทีมได้หลายจังหวะ โดยเฉพาะลูกยิงของกูเลร์และเอ็มบัปเป้ในครึ่งแรก

กองหลัง

  • เปา นาบาร์โร (26) แบ็กซ้าย (6.1) เจองานหนักในการรับมือวินิซิอุส
  • ฮวน ฟอยธ์ (8) เซ็นเตอร์ (6.8) มีปัญหาอาการเจ็บ ต้องถูกเปลี่ยนออกเร็ว
  • ดานี่ ปาเรโฆ (10) เซ็นเตอร์/บอลจากแนวลึก (7.1) ช่วยคุมจังหวะจากแดนหลัง ก่อนโดนเปลี่ยนออกช่วงท้าย
  • ทาจอน บูคานัน (17) แบ็กขวา (6.6) เติมเกมรุกบ่อยแต่มีใบเหลืองติดตัว

กองกลาง

  • อัลฟอนโซ่ เปดราซ่า (24) ปีกซ้าย (6.2) วิ่งไม่มีหมดแต่จังหวะจ่ายสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ
  • เรนาโต้ เวก้า (12) กองกลางเชิงรับ (6.9) เป็นตัวตัดเกมหลัก ช่วยเบรกเกมรุกมาดริดหลายครั้ง
  • ปาเป้ เกย์ (18) กองกลางบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ (6.6) ยิงไกลได้ลุ้นแต่ฟาวล์บ่อย
  • อัลแบร์โต้ โมเลโร่ (20) ปีกขวา (6.2) ขยัน แต่จบสกอร์ไม่คม

กองหน้า

  • จอร์เจส มิคาอูตัดเซ่ (9) หัวหอกตัวเป้า (6.2) เคลื่อนที่ดีแต่แทบไม่ได้โอกาสยิงเน้นๆ
  • เคราร์ด โมเรโน่ (กัปตันหมายเลข 7) (6.2) ถอยต่ำเชื่อมเกมแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับมาดริดได้

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • ราฟา มาริน (4) เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ (7.5) ลงมานาที 24 แทน ฟอยธ์ ช่วยป้องกันลูกกลางอากาศได้ยอดเยี่ยม
  • นิโกลาส เปเป้ (19) ปีกตัวรุก (6.6) นาที 70 แทน บูคานัน เพิ่มความเร็วทางริมเส้น
  • ตานี โอลูวาเซย์ (21) กองหน้า (6.5) นาที 70 แทน โมเรโน่ พยายามหาพื้นที่ในกรอบแต่ไม่มีบอลส่งถึง
  • โธมัส ปาร์เตย์ (16) มิดฟิลด์ (6.5) นาที 77 แทน ปาเรโฆ เติมพละกำลังแดนกลาง
  • อาโยเซ เปเรซ (22) ตัวรุกสารพัดตำแหน่ง (6.9) นาที 77 แทน มิคาอูตัดเซ่ มีจังหวะเลี้ยงจี้แต่ยิงไม่ผ่านบล็อก

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
อาร์เนา เตนาส, เซร์กี้ การ์โดนา, การ์ลอส มาซิอา

รายชื่อบาดเจ็บ/ติดโทษแบน
โลแกน คอสต้า, วิลลี่ คัมบวาลา, เปา กาบาเนส (บาดเจ็บ) / ซานติ โกเมซาญ่า, ซานติอาโก้ มูรีโญ (ติดโทษแบน)

เรอัล มาดริด (ระบบ 4-3-3 – โค้ช อัลบาโร่ อาร์เบโลอา)

ผู้รักษาประตู

  • ติโบต์ กูร์ตัวส์ (7.0) แม้ไม่ได้เซฟยากบ่อยครั้ง แต่ยืนตำแหน่งดี คุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษแน่นอน

กองหลัง

  • อัลบาโร่ การ์เรราส (18) แบ็กซ้าย (7.1) เติมเกมรุกได้ลื่นไหลและรับผิดชอบเกมรับฝั่งตัวเองดี
  • ดีน ฮุยเซ่น (24) เซ็นเตอร์ (7.1) อ่านจังหวะบอลยาวของเจ้าถิ่นได้เด็ดขาด
  • ราอูล อาเซนซิโอ (17) เซ็นเตอร์/ฟูลแบ็กขวา (7.3) ช่วยดักตัดบอลก่อนถึงคู่หน้าเจ้าบ้านหลายครั้ง
  • เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ (กัปตันหมายเลข 8) (7.2) เล่นบทฟูลแบ็กกึ่งมิดฟิลด์ เติมขึ้นลงตลอด 90 นาที

กองกลาง

  • เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า (6) ตัวรับหน้าแผงหลัง (7.5) เป็นหัวใจเกมรับ ตัดบอลและพาบอลขึ้นหน้าได้ดี
  • ฟรังโก้ มาสตานตูโอโน่ (30) มิดฟิลด์ดาวรุ่ง (7.2) เชื่อมเกมลื่น ก่อนถูกถอดพักช่วงท้าย
  • อาร์ด้า กูเลร์ (15) เพลย์เมคเกอร์ (7.6) ยิงไกลได้เสียว และเป็นตัวคุมจังหวะเกมรุกฝั่งขวา

กองหน้า

  • วินิซิอุส จูเนียร์ (7) ปีกซ้าย (7.3) ปั่นป่วนแนวรับบียาร์เรอัลตลอดเกม
  • จู๊ด เบลลิงแฮม (5) ตัวรุกอิสระ (7.1) ลากเลื้อยเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้าคู่
  • คีเลียน เอ็มบัปเป้ (10) หน้าเป้า (8.5) ฮีโร่ของทีม ซัดสองประตูปิดบัญชี

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • กอนซาโล่ การ์เซีย (16) ตัวรุกริมเส้น (6.4) นาที 74 แทน มาสตานตูโอโน่ ช่วยพักบอลด้านขวา
  • บราฮิม ดิอาซ (21) ตัวทำเกม (6.5) นาที 80 แทน กูเลร์ ช่วยคุมสปีดเกมช่วงท้ายให้ทีมปิดแมตช์อย่างนิ่ง

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
อันดรีย์ ลูนิน, เซร์คิโอ เมสเตร, ดาวิด อลาบา, ฟราน การ์เซีย, ดีเอโก้ อากัวโด, ดานี การ์บาฆาล, ฆอร์เค เซสเตโร, ดานี เซบายอส, โรดรีโก้

รายชื่อบาดเจ็บ/ติดโทษแบน
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, โรดรีโก้ (ยังมีอาการ) / เอแดร์ มิลิเตา (เจ็บยาว), ออเรลียง ชูอาเมนี่ (ติดโทษแบน)

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ในมุมมองการ วิเคราะห์บอล ของ บ้านกีฬา เกมนี้ชัดเจนว่าแผน 4-3-3 ของราชันชุดขาวเหนือกว่า 4-4-2 ของบียาร์เรอัลทั้งในแง่โครงสร้างและคุณภาพตัวผู้เล่น

ฝั่งมาดริดใช้คามาวิงก้ายืนต่ำคอยเชื่อมระหว่างเซ็นเตอร์คู่ฮุยเซ่น–อาเซนซิโอกับมิดฟิลด์ตัวบน มาสตานตูโอโน่และกูเลร์รับบทเชื่อมแดนกลางสู่สามแนวรุก ขณะที่วินิซิอุสกับเบลลิงแฮมคอยหุบเข้าในปล่อยพื้นที่ริมเส้นให้แบ็กอย่างการ์เรราสและบัลเบร์เด้เติมขึ้นไปสร้างความได้เปรียบเชิงจำนวน ทำให้บียาร์เรอัลต้องถอยบล็อกกลางลงต่ำ เกมรุกจึงโดนกดดันตั้งแต่แดนตัวเอง

เมื่อเสียบอล มาดริดเปลี่ยนจาก 4-3-3 มาเป็น 4-1-4-1 โดยให้คามาวิงก้ายืนคุมหน้ากรอบเขตโทษ ส่วนเบลลิงแฮมกับวินิซิอุสคอยหนุนช่วยปิดไลน์จ่ายไปยังคู่หน้าของเจ้าบ้าน ผลคือบียาร์เรอัลแทบไม่มีพื้นที่เล่นระหว่างไลน์ ต้องโยนยาวให้มิคาอูตัดเซ่ดวลกับฮุยเซ่นซึ่งเสียเปรียบทั้งลูกกลางอากาศและจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่ง

ในทางกลับกัน บียาร์เรอัลพยายามใช้เวก้ากับเกย์เป็นคู่กลางดันสูงไล่เพรส แต่เมื่อโดนมาดริดแกะเพรสผ่าน พื้นที่ด้านหน้ากองหลังจะว่างทันที เปิดทางให้กองหน้าราชันอย่างเอ็มบัปเป้มีช่องสปีดฉีกแนวรับเข้าไปลุ้นประตูหลายครั้ง จังหวะจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บคือภาพสะท้อนเกมทั้งแมตช์ – แนวรับเจ้าถิ่นโดนลากให้วิ่งหันหลังตามความเร็วของเอ็มบัปเป้จนผิดจังหวะและต้องฟาวล์ในเขตโทษ

เกมรับของบียาร์เรอัลแม้จะยืนเป็นบล็อก 4-4-2 ค่อนข้างรัดกุมในครึ่งแรก แต่เมื่อต้องเปิดเกมแลกในครึ่งหลัง ช่องว่างระหว่างแบ็กกับเซ็นเตอร์ถูกโจมตีซ้ำๆ จนสุดท้ายไม่สามารถต้านการเข้าทำอันหลากหลายของทีมเยือนได้

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมยืนยันชัดว่าเรอัล มาดริดเหนือกว่าทั้งระบบและคุณภาพการเล่น ทีมเยือนครองบอลได้ราว 59% ต่อ 41% ของบียาร์เรอัล และจ่ายบอลมากกว่าถึง 511 ต่อ 357 ครั้ง พร้อมอัตราความแม่นยำสูงถึง 91% ขณะที่เจ้าบ้านอยู่ที่ 81% เท่านั้น

โอกาสยิงรวม บียาร์เรอัลมี 10 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 1 ครั้ง ส่วน มาดริดยิง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง ซึ่งสองในนั้นกลายเป็นประตูจากเอ็มบัปเป้ ทั้งที่จำนวนลูกเตะมุมเท่ากัน 6 ต่อ 6 แต่ความเฉียบคมและการออกแบบลูกสูตรของราชันชุดขาวทำได้อันตรายกว่าชัดเจน

ด้านเกมปะทะ เจ้าถิ่นฟาวล์ถึง 18 ครั้ง ได้ใบเหลือง 3 ใบ (ฟอยธ์, บูคานัน, นาบาร์โร) ขณะที่มาดริดฟาวล์ 11 ครั้ง โดนใบเหลืองแค่ 1 ใบจากมาสตานตูโอโน่ สะท้อนให้เห็นว่าบียาร์เรอัลต้องใช้การตัดฟาวล์หนักเพื่อหยุดความเร็วของแนวรุกทีมเยือนอยู่ตลอด

⏱️ เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • 🕐 นาที 1 เริ่มเกม เรอัล มาดริดเขี่ยบอลเปิดฉาก
  • 🟨 นาที 2 ฟอยธ์โดนใบเหลืองจากการฟาวล์เบลลิงแฮม
  • 🎯 นาที 3 บัลเบร์เด้ลองยิงไกล แต่โดนบล็อก
  • ⚠️ นาที 4 ปาเรโฆทำแฮนด์บอลกลางสนาม
  • ⚠️ นาที 5 ปาเป้ เกย์ โดนฟาวล์ บียาร์เรอัลได้ฟรีคิก
  • 🎯 นาที 6 เจ้าบ้านได้เตะมุม แต่แนวรับมาดริดช่วยกันสกัดออก
  • ⚠️ นาที 7 โมเลโร่ทำฟาวล์เบลลิงแฮม
  • 🎯 นาที 13 บียาร์เรอัลได้เตะมุมอีกครั้ง บัลเบร์เด้เคลียร์ทิ้ง
  • ⚠️ นาที 16 ปาเป้ เกย์ ฟาวล์ใส่เบลลิงแฮม มาดริดได้ฟรีคิก
  • 🎯 นาที 18 มิคาอูตัดเซ่หลุดไปยิง แต่บอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย
  • 🧤 นาที 20 กูเลร์ยิงมุมแคบในเขตโทษ ลุยซ์ จูเนียร์ปัดออก
  • ⏱️ นาที 21 เกมต้องหยุดชั่วคราวเพราะฟอยธ์มีอาการบาดเจ็บ
  • 🔁 นาที 24 บียาร์เรอัลเปลี่ยนเอา ราฟา มาริน ลงแทน ฟอยธ์
  • 🎯 นาที 25 กูเลร์ลองยิงไกล บอลข้ามคาน
  • ⚠️ นาที 26 มาสตานตูโอโน่ทำฟาวล์เปดราซ่า
  • 🎯 นาที 27 เอ็มบัปเป้ซัดไกลนอกเขต แต่ลุยซ์ จูเนียร์รับไว้ได้
  • ⚠️ นาที 29 เวก้าทำแฮนด์บอลกลางสนาม
  • 🎯 นาที 30 โมเลโร่ยิงไกล ติดบล็อกแนวรับ
  • 🎯 นาที 31 บียาร์เรอัลได้เตะมุมแต่ยังเจาะไม่เข้า
  • ⚠️ นาที 32 คามาวิงก้าถูกทำฟาวล์ในแดนกลาง
  • ⚠️ นาที 33 เกย์ทำฟาวล์อีกครั้ง มาดริดได้ฟรีคิก
  • ⚠️ นาที 34 มิคาอูตัดเซ่ฟาวล์ใส่อาเซนซิโอ
  • 🎯 นาที 38 เรอัล มาดริดได้เตะมุมต่อเนื่องสองครั้งติด
  • 🎯 นาที 39 ฮุยเซ่นได้โหม่งแต่ติดบล็อก
  • 🎯 นาที 40 วินิซิอุสมีโอกาสซัดสองจังหวะติดกัน แต่หลุดกรอบทั้งคู่
  • ⚠️ นาที 41 เบลลิงแฮมทำฟาวล์ปาเรโฆ
  • 🎯 นาที 43 บียาร์เรอัลได้เตะมุมอีกครั้ง มิคาอูตัดเซ่ยิงติดบล็อก
  • ⚠️ นาที 44 วินิซิอุสฟาวล์โมเลโร่
  • ⏱️ นาที 45 ผู้ตัดสินทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบที่สกอร์ 0-0
  • 🕐 นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง เกย์ลองยิงไกล แต่ไม่ตรงกรอบ
  • ⚽ นาที 47 GOAL! เอ็มบัปเป้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษ ส่งมาดริดนำ 0-1
  • 🎯 นาที 47 เอ็มบัปเป้มีจังหวะยิงอีกครั้ง บอลหลุดเสา
  • 🟨 นาที 51 บูคานันโดนใบเหลืองจากการฟาวล์วินิซิอุส
  • 🎯 นาที 52 ฮุยเซ่นโหม่งจากลูกตั้งเตะ เฉียดเสาออกไป
  • ⚠️ นาที 53 โมเรโน่ฟาวล์วินิซิอุส
  • 🎯 นาที 56 โมเรโน่สับไกนอกกรอบ บอลหลุดเป้า
  • 🟨 นาที 57 นาบาร์โรโดนจดชื่อหลังเข้าสกัดช้า
  • ⚠️ นาที 58 วินิซิอุสทำฟาวล์ตัดเกม
  • 🟨 นาที 62 มาสตานตูโอโน่โดนใบเหลืองจากการฟาวล์
  • 🧤 นาที 62 โมเลโร่ยิงไกล กูร์ตัวส์รับติดมือ
  • ⏱️ นาที 64 เกมหยุดเล็กน้อยเพราะบูคานันมีอาการเจ็บ
  • 🕐 นาที 65 กลับมาเล่นต่อ
  • 🎯 นาที 68 มาดริดได้เตะมุมกดดัน
  • 🎯 นาที 69 วินิซิอุสซัดไกล ติดบล็อกกองหลัง
  • 🔁 นาที 70 บียาร์เรอัลเปลี่ยนสองคนรวด เปเป้กับโอลูวาเซย์ลงแทนบูคานันและโมเรโน่
  • 🎯 นาที 71 โมเลโร่ยิงไกลอีกครั้ง แต่กูร์ตัวส์รับสบาย
  • ⚠️ นาที 72 โมเลโร่ทำฟาวล์กลางสนาม
  • 🎯 นาที 73 มาดริดได้เตะมุมกดดันต่อเนื่อง
  • 🔁 นาที 74 ราชันเปลี่ยน กอนซาโล่ การ์เซีย ลงแทนมาสตานตูโอโน่
  • ⚠️ นาที 76 เปดราซ่าฟาวล์คามาวิงก้า
  • 🔁 นาที 77 เจ้าบ้านส่งปาร์เตย์กับเปเรซลงแทนปาเรโฆและมิคาอูตัดเซ่
  • 🖐️ นาที 80 เปดราซ่าทำแฮนด์บอล และมาดริดเปลี่ยนเอากูเลร์ออกให้บราฮิม ดิอาซลงเล่น
  • ⚠️ นาที 81 เปเป้ทำฟาวล์ตัดเกม
  • 🎯 นาที 82 เอ็มบัปเป้ได้ยิงจ่อแต่โดนบล็อกสำคัญ
  • 🎯 นาที 83 บียาร์เรอัลได้เตะมุมแต่ยังไม่ผ่านแนวรับทีมเยือน
  • ⚠️ นาที 85 นาบาร์โรฟาวล์วินิซิอุสอีกครั้ง
  • 🎯 นาที 87 บียาร์เรอัลได้เตะมุมท้ายเกม
  • ⚠️ นาที 88 การ์เรราสถูกทำฟาวล์ในจังหวะสวนกลับ
  • ⏱️ นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที
  • 🎯 นาที 91 มาดริดได้เตะมุมรักษาเวลา
  • 🧨 นาที 92 จุดโทษ! เอ็มบัปเป้โดนเปดราซ่าฟาวล์ในกรอบเขตโทษ
  • ⚽ นาที 90+4 GOAL! เอ็มบัปเป้ยิงจุดโทษไม่พลาด มาดริดนำ 0-2
  • 🔔 หมดเวลา บียาร์เรอัล 0-2 เรอัล มาดริด

⭐ Player of the Match – คีเลียน เอ็มบัปเป้

แม้เกมนี้เรอัล มาดริดจะเล่นกันเป็นทีมอย่างแข็งแกร่งทั้ง 11 คน แต่รางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ต้องยกให้ เอ็มบัปเป้ แบบไร้ข้อโต้แย้ง สถิติชี้ชัดทั้งจำนวนการยิง การเลี้ยงผ่านคู่แข่ง และการวิ่งหาพื้นที่ตลอด 90 นาที ทำให้แนวรับบียาร์เรอัลไม่มีเวลาหายใจหายคอเลย

ประตูแรกแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณดาวยิง – แค่จังหวะเดียวที่แนวรับเจ้าบ้านหลุดตำแหน่ง เขาก็หาพื้นที่ระหว่างกองหลังสองคน ก่อนกดด้วยซ้ายเสียบมุม ส่วนลูกที่สองจากจุดโทษคือความนิ่งระดับเวิลด์คลาส แรงกดดันช่วงทดเวลาไม่ได้ทำให้สายตาและสเต็ปเท้าของเขาไหวหวั่นแต่อย่างใด บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้เอ็มบัปเป้ไม่ใช่แค่คนทำสกอร์ แต่เป็นตัวเปิดพื้นที่ให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้นทั้งวินิซิอุสและเบลลิงแฮมด้วย

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา

ชัยชนะเกมนี้ทำให้เรอัล มาดริดลงแข่ง 21 นัด มี 51 คะแนน นั่งจ่าฝูงอย่างมั่นคง นำบาร์เซโลน่าที่แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัดอยู่ 2 แต้ม ขณะที่แอตเลติโก มาดริดกับบียาร์เรอัลตามมาที่ 41 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียของตราหมีและเรือดำน้ำสีเหลืองยังเป็นรองราชันแบบคนละชั้น

ด้านบียาร์เรอัลแม้จะแพ้ในบ้าน แต่ยังยึดอันดับ 4 โซนท็อปโฟร์เอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามระยะห่างจากทีมกลุ่มล่างอย่างแอธเลติก บิลเบา, เรอัล เบติส และเซลต้า ที่ไล่จี้มากลุ่ม 30 กว่าคะแนนเริ่มลดลง ความพ่ายแพ้ในวันนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าพวกเขาต้องรีบคืนฟอร์ม หากไม่อยากหลุดพื้นที่ยุโรปในช่วงโค้งสองของฤดูกาล

📅 ตารางบอลลาลีกา นัดถัดไปและโปรแกรมยุโรป

มองไปที่หน้า ตารางบอล และ โปรแกรมบอล หลังจบแมตช์นี้ โปรแกรมของทั้งสองทีมยังแน่นเอี๊ยด บียาร์เรอัลมีคิวบุกเยือนโอซาซูน่า วันที่ 31 มกราคม เวลา 22.15 น. เกมนี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาพื้นที่ท็อปโฟร์ เพราะโอซาซูน่าก็กำลังลุ้นขยับอันดับในโซนกลางตารางเช่นกัน

ส่วนเรอัล มาดริดจะกลับไปเล่นในซานติอาโก้ เบร์นาเบว รับมือราโย บาเยกาโน่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะต้องหันไปโฟกัสศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบน็อกเอาต์ ซึ่งบียาร์เรอัลมีคิวเยือนเลเวอร์คูเซ่น และราชันชุดขาวจะดวลกับเบนฟิก้าในค่ำคืนเดียวกัน แฟนบอลเตรียมลุ้นต่อเนื่องแบบไม่มีพัก

📣 ติดตาม บ้านผลบอล และความมันส์ลาลีกากับบ้านกีฬา

ใครที่อยากตามทุกจังหวะของลูกหนังสเปน ไม่ว่าจะเป็นสรุปสกอร์แบบเรียลไทม์ สถิติหลังเกม หรือมุมมองเจาะลึกสไตล์นักข่าวพันธุ์ดุ บ้านกีฬา ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด อัปเดต บ้านผลบอล คู่สำคัญ รวมถึงข่าวร้อน ฟอร์มร้อนแรงของสตาร์ดังจากทุกลีกใหญ่เอาไว้ครบ จบในที่เดียว

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา