บ้านผลบอล สรุปหลังเกม แชมเปี้ยนชิพ เดือดค้างคา โอโคลีโขกนำก่อน แม็คกรีซัดตีเสมอ โบโร่ไล่ไม่ลงเจ๊าเลสเตอร์ 1-1 ยังเกาะกลุ่มลุ้นเลื่อนชั้น

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ระหว่าง มิดเดิ้ลสโบรช์ 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ วันนี้ 25/2/69 – บ้านกีฬา

เสียงเชียร์ในริเวอร์ไซด์ยังไม่ทันอุ่นเครื่อง เกม แชมเปี้ยนชิพ ก็เดือดตั้งแต่เขี่ยบอล เมื่อแฮร์รี่ วิงส์ไปทำฟาวล์ใส่ไรลีย์ แม็คกรีตั้งแต่นาทีที่ 1 เหมือนส่งสัญญาณว่าเกมนี้ไม่มีใครมาเล่นๆ ก่อนที่รูปเกมจะไหลไปในทางของเจ้าถิ่นที่เปิดหน้าแลกแบบไม่เกรงใจใคร และจบ 90 นาทีด้วยผล ผลบอลสด เสมอ 1-1 ที่ทั้งสองทีมมีช่วงได้เปรียบคนละห้วงเวลา

ครึ่งแรก

มิดเดิ้ลสโบรช์ออกตัวแรง นาทีที่ 2 แมตต์ ทาร์เก็ตต์กดไกลด้วยซ้ายจนเบโกวิชต้องพุ่งปัดมุมล่างซ้ายออกหลัง ต่อด้วยนาทีที่ 8 ทาร์เก็ตต์ลองอีกดอกจากนอกกรอบ บอลหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น และนาทีที่ 11 โบโร่ได้เตะมุมกดดันต่อเนื่องจนแนวรับทีมเยือนต้องตั้งแถวกันยาวๆ

แต่ฟุตบอลมันโหดตรงที่ “บุกเยอะไม่ได้แปลว่าจะนำ” นาทีที่ 18 เลสเตอร์ฉวยจังหวะจากลูกฟรีคิกที่ดิวีน มูคาซาเปิดเข้ามา ก่อนเคเลบ โอโคลีจะโขกจ่อๆ เสียบมุมล่างซ้ายให้ทีมเยือนนำ 0-1 แบบเงียบกริบทั้งสนาม

หลังโดนหมัดแรก โบโร่ไม่เสียทรง นาทีที่ 34 ทอมมี่ คอนเวย์ยิงมุมแคบแต่เบโกวิชยังเซฟช่วยเลสเตอร์ไว้ได้ แล้วเกมยิ่งเข้มข้นช่วงท้ายครึ่ง นาทีที่ 35 โบโร่ได้เตะมุมถี่ๆ ลุค อายลิ่งขึ้นโหม่งแต่โดนบล็อก ก่อนนาทีที่ 43 อายลิ่งโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์

ทดเจ็บครึ่งแรก 4 นาที และนี่คือจุดที่เจ้าถิ่น “เอาคืนทันที” นาทีที่ 45+2 แม็คกรีซัดด้วยซ้ายจากกลางกรอบ บอลพุ่งเสียบกลางประตูจากแอสซิสต์ของคอนเวย์ ตีเสมอ 1-1 แบบพอดิบพอดี จบครึ่งแรกด้วยความรู้สึกว่าเกมยังไม่จบง่ายๆ

ครึ่งหลัง

เริ่มครึ่งหลังปุ๊บ เลสเตอร์เกือบแซงทันที นาทีที่ 47 แพตสัน ดาก้าโหม่งหลุดเสาซ้ายไปนิดเดียว ก่อนเกมจะหยุดชั่วคราวจากอาการบาดเจ็บของดาก้าในนาทีที่ 50 และนาทีที่ 53 มูคาซาโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์

ช่วงกลางครึ่ง เลสเตอร์ขยับก่อน นาทีที่ 62 ส่งจอร์แดน อายิวกับอับดุล ฟาตาวูลงมาเติมสปีดเกมรุก ขณะที่โบโร่ตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนตัวรวดเดียวสองรายนาทีที่ 66 ส่งเดวิด สเตรเล็คและเจเรมี ซาร์เมียนโตลงมาช่วยเพิ่มความคม

จากนั้นเกมเป็นของเจ้าถิ่นแบบชัดๆ นาทีที่ 73 สเตรเล็คยิงจ่อๆ หลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 75 แม็คกรีซัดไกลเฉียดเสาออก นาทีที่ 81 สเตรเล็คโหม่งหลุดเสาอีกครั้ง แล้วนาทีที่ 84 แม็คกรียิงติดเซฟเบโกวิช ก่อนตามซ้ำยังติดบล็อก เกมเปิดแลกกันสนุกจนคนดูแทบไม่ได้หายใจ

เลสเตอร์เองก็มีของ นาทีที่ 87 อายิวกดด้วยขวา บรินน์ต้องบินปัดมุมบนซ้าย ทดเจ็บ 5 นาที โบโร่ยังมีช็อตทอง นาทีที่ 94 แม็คกรียิงจ่อๆ แต่ติดบล็อกอีกครั้ง และนาทีที่ 95 ลุค โธมัสซัดด้วยซ้ายให้บรินน์ต้องโชว์เซฟสวย ปิดเกมด้วยผลเสมอ 1-1 แบบ “คนบุกเสียดาย คนรับก็หายใจโล่ง”

รายชื่อนักเตะตัวจริง นักเตะเด่น และการเปลี่ยนตัว

มิดเดิ้ลสโบรช์ ระบบ 4-4-2

ผู้รักษาประตู

  • S. Brynn คะแนน 6.7

กองหลัง

  • L. Ayling คะแนน 6.2
  • A. Morris คะแนน 7.7
  • A. Browne คะแนน 6.4
  • C. Brittain คะแนน 7.6

กองกลาง

  • A. Malanda คะแนน 6.4
  • C. Hackney คะแนน 7.2
  • T. Conway คะแนน 7.2
  • R. McGree คะแนน 7.8

กองหน้า

  • M. Targett คะแนน 6.9
  • M. Whittaker คะแนน 6.2

ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนาม

  • 66 เจเรมี ซาร์เมียนโต คะแนน 6.8
  • 66 เดวิด สเตรเล็ค คะแนน 6.4
  • 83 แดเอล ฟราย คะแนน 7.0

นักเตะโดดเด่น

  • Riley McGree เดินเกม บวกยิงตีเสมอ แถมเป็นคนพาโบโร่บุกกดดันทั้งเกม
  • Aidan Morris ยืนคุมจังหวะกลางสนามแน่นและช่วยไล่บี้ตัดเกมได้ต่อเนื่อง
  • Callum Brittain เติมเกมฝั่งขวาไหลลื่น เป็นจุดเริ่มต้นของแรงกดดันหลายจังหวะ

เลสเตอร์ ซิตี้ ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู

  • A. Begović คะแนน 7.3

กองหลัง

  • L. Thomas คะแนน 6.7
  • B. Nelson คะแนน 6.9
  • C. Okoli คะแนน 7.9
  • R. Pereira คะแนน 6.7

กองกลาง

  • O. Skipp คะแนน 6.9
  • H. Winks คะแนน 7.2

แนวรุก

  • S. Mavididi คะแนน 5.9
  • D. Mukasa คะแนน 7.3
  • B. Reid คะแนน 6.7

กองหน้า

  • P. Daka คะแนน 6.7

ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนาม

  • 62 อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮาคู คะแนน 6.8
  • 62 จอร์แดน อายิว คะแนน 6.4
  • 76 โจ อาริโบ คะแนน 6.5
  • 88 หลุยส์ เพจ คะแนน 6.6

ผู้เล่นที่ไม่พร้อมลงสนาม

มิดเดิ้ลสโบรช์ ขาด George Edmundson, Darragh Lenihan, Alex Bangura, Alfie Jones, Leo Castledine
เลสเตอร์ ซิตี้ ขาด Jordan James, Hamza Choudhury, Harry Souttar, Aaron Ramsey, Jannik Vestergaard, Jamaal Lascelles, Victor Kristiansen

วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ภาพรวมเกมนี้คือโบโร่เป็นฝ่าย “ครองและคุม” ส่วนเลสเตอร์มาในทรง “รอแล้วสวนให้คม” เจ้าถิ่นใช้ 4-4-2 ที่เน้นบีบพื้นที่เร็ว แย่งบอลแล้วโยนแรงกดดันไปที่ริมเส้นให้แบ็กเติมสูง โดยเฉพาะฝั่งขวาที่บริทเทนกับคอนเวย์สลับกันดัน ทำให้เลสเตอร์ต้องถอยแผงรับลงต่ำบ่อยครั้ง

จุดเด่นของโบโร่คือการเพรสซิงและการวิ่งสอดของแม็คกรีที่ไม่ยืนตายตัว เขาหลุดเข้าช่องครึ่งซ้ายครึ่งขวาเพื่อรับบอลแล้วลากยิง ทำให้แนวรับเลสเตอร์ต้องขยับตามตลอด เกมรุกของโบโร่จึงไม่ได้พึ่งการโยนอย่างเดียว แต่พยายามเจาะเข้ากรอบเขตโทษให้ได้มากที่สุด จนท้ายเกมมีจังหวะยิงจ่อๆ หลายครั้งแต่ติดบล็อกในเสี้ยววินาที

ฝั่งเลสเตอร์ 4-2-3-1 เน้นวางสกิปป์กับวิงส์คุมหน้าแผงหลัง ลดความเสี่ยงพื้นที่ตรงกลาง แล้วใช้มูคาซาเป็นตัวเชื่อมเกมขึ้นหน้า จุดที่เลสเตอร์ทำได้ดีคือการเล่นลูกนิ่งและการโจมตีจังหวะแรกให้ชัด ซึ่งประตูนำ 0-1 มาจากการเปิดฟรีคิกเข้าพื้นที่อันตรายแล้วจบด้วยการโขกแบบไม่ต้องต่อบอลเยอะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโบโร่เร่งเครื่องในครึ่งหลัง เลสเตอร์เริ่มรับลึกและเสียการคุมพื้นที่หน้ากรอบมากขึ้น ทำให้เบโกวิชต้องทำงานหนัก ทั้งการเซฟจังหวะสำคัญและสั่งเกมรับให้ยืนตำแหน่งไม่หลุด สุดท้ายเกมรับเลสเตอร์เอาตัวรอดได้ แต่แลกด้วยการโดนกดต่อเนื่องจนแทบไม่มีช่วงพักหายใจ

สถิติการแข่งขัน

เกมนี้โบโร่ยิงรวม 13 ครั้งมากกว่าเลสเตอร์ที่ยิง 9 ครั้ง แต่ความต่างสำคัญคือเลสเตอร์ยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่เจ้าถิ่นเข้ากรอบ 4 ครั้ง แปลว่าทีมเยือนเลือกจังหวะยิงที่ชัดกว่าแม้โอกาสจะน้อยกว่า โบโร่ครองบอล 60 เปอร์เซ็นต์ กดให้เลสเตอร์ถอยตั้งรับแทบทั้งเกม พร้อมได้เตะมุมมากถึง 8 ครั้ง ขณะที่เลสเตอร์ได้ 5 ครั้ง เกมมีฟาวล์รวมไม่เยอะนักแต่เล่นกันเข้ม โดยโบโร่ทำฟาวล์ 7 ครั้ง เลสเตอร์ 4 ครั้ง และมีใบเหลืองฝั่งละ 1 ใบ ส่วนจังหวะล้ำหน้า เลสเตอร์โดนจับ 3 ครั้ง สะท้อนว่าพยายามฉีกหลังแนวรับเพื่อสวนกลับ ขณะที่โบโร่ล้ำหน้า 1 ครั้งเท่านั้น

เหตุการณ์สำคัญ

  • ⚽ นาทีที่ 18 เลสเตอร์ขึ้นนำ 0-1 เคเลบ โอโคลีโขกจากฟรีคิกที่ดิวีน มูคาซาเปิด
  • 🟨 นาทีที่ 43 ใบเหลือง ลุค อายลิ่ง มิดเดิ้ลสโบรช์
  • ⚽ นาทีที่ 45+2 โบโร่ตีเสมอ 1-1 ไรลีย์ แม็คกรีซัดด้วยซ้ายจากแอสซิสต์ทอมมี่ คอนเวย์
  • 🟨 นาทีที่ 53 ใบเหลือง ดิวีน มูคาซา เลสเตอร์ ซิตี้
  • 🔁 นาทีที่ 62 เลสเตอร์เปลี่ยนตัว จอร์แดน อายิว ลงแทน แพตสัน ดาก้า
  • 🔁 นาทีที่ 62 เลสเตอร์เปลี่ยนตัว อับดุล ฟาตาวู ลงแทน บ็อบบี้ รีด
  • 🔁 นาทีที่ 66 โบโร่เปลี่ยนตัว เดวิด สเตรเล็ค ลงแทน มอร์แกน วิตเทเกอร์
  • 🔁 นาทีที่ 66 โบโร่เปลี่ยนตัว เจเรมี ซาร์เมียนโต ลงแทน อเล็กซ์ บราวน์
  • 🔁 นาทีที่ 76 เลสเตอร์เปลี่ยนตัว โจ อาริโบ ลงแทน สเตฟี่ มาวิดิดี
  • 🔁 นาทีที่ 83 โบโร่เปลี่ยนตัว แดเอล ฟราย ลงแทน ลุค อายลิ่ง
  • 🔁 นาทีที่ 88 เลสเตอร์เปลี่ยนตัว หลุยส์ เพจ ลงแทน ดิวีน มูคาซา

Player of the Match

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมตกเป็นของ เคเลบ โอโคลี ด้วยคะแนน 7.9 ไม่ใช่แค่เพราะเป็นคนโขกประตูให้เลสเตอร์ขึ้นนำ แต่เพราะตลอดเกมเขายืนคุมพื้นที่หน้ากรอบแบบนิ่งๆ อ่านเกมดี เข้าบอลมีจังหวะ และช่วยทีมเคลียร์ลูกกลางอากาศหลายครั้งในช่วงที่โบโร่บุกหนัก โดยเฉพาะท้ายเกมที่ต้องรับแรงกดดันแบบต่อเนื่อง โอโคลีคือคนที่ทำให้เลสเตอร์ยังมีแต้มกลับบ้าน

สถานการณ์ในตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ

ผลเสมอนัดนี้ทำให้มิดเดิ้ลสโบรช์ยังยืนรองจ่าฝูง มี 63 แต้มตามหลังโคเวนทรีจ่าฝูงที่มี 65 แต้มอยู่ไม่ไกล แต่ก็เป็นแต้มที่ทำให้แฟนโบโร่ “เสียดาย” เพราะรูปเกมครึ่งหลังมีโอกาสปิดบัญชีได้หลายครั้ง ขณะที่เลสเตอร์ยังอยู่โซนล่างอันดับ 22 มี 34 แต้ม แต้มเดียวในเกมที่โดนกดขนาดนี้ถือว่าสำคัญต่อการดิ้นหนีสถานการณ์กดดันช่วงท้ายฤดูกาล

ตารางบอลแชมเปี้ยนชิพ นัดถัดไป

โปรแกรมของโบโร่ยังหนักต่อเนื่อง โดยมีคิวบุกไปเยือนเบอร์มิงแฮม วันที่ 3 มีนาคม 2026 ก่อนจะไปเยือนคิวพีอาร์ วันที่ 8 มีนาคม 2026 ส่วนเลสเตอร์มีคิวเล่นในบ้านพบ นอริช วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ต่อด้วยบุกเยือนอิปสวิช วันที่ 7 มีนาคม 2026 และกลับมาเปิดบ้านพบ บริสตอล ซิตี้ วันที่ 11 มีนาคม 2026 ใครตามลุ้นต่อเนื่องห้ามพลาดเช็ก โปรแกรมบอล และอัปเดตผลทุกคู่ให้ครบ

ติดตามบ้านผลบอลที่ บ้านกีฬา

สายเช็กสกอร์ สายตามอันดับ และคนที่ไม่อยากพลาดจังหวะสำคัญของลีกนี้ ติดตาม บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา อัปเดตไว เล่าเกมมันส์ อ่านแล้วเห็นภาพเหมือนนั่งอยู่ข้างสนาม

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา